สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลเป็นพุทธธรรมนูญของศาสนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข24 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา ) ตอน ศีลเป็นพุทธธรรมนูญของศาสนา พ่อครูว่า...ถึงวันนี้ วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 เหตุการณ์ของศาสนามันปั่นป่วนมานาน มาถึงวันนี้แล้วเสื่อมโทรมมาก จนปิดบังยาก เรียกว่าผิดธรรมผิดวินัยกันอย่างหยาบคายตกต่ำมาก จนเลี่ยงไม่ออก ยังดิ้นกันอยู่ เพราะฉะนั้นคนที่มีใจไม่เลวร้ายก็เห็นก็รู้ แม้แต่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองก็ชัดเจน คงกำลังช่วยกันอยู่ ทุกวันนี้เห็นง่ายมีคลิป มีหลักฐานยืนยันอ้างอิงได้ แล้วก็ให้ดูกันว่าอย่างนี้ถูกไหม เข้าท่าไหม อย่างที่พระพุทธเจ้าสอนไหม ร้ายแรงไหมก็เสนอสื่อสารกัน มีเทคโนโลยีทำได้ง่ายสะดวก เป็นผลดีต่อสังคม ทำให้ไหวทันรู้ทันช่วยกันไม่ให้ลุกลาม

สมณะเดินดินว่า... อย่างสรยุทธถูกบอยคอตตอนนี้เรื่องจรรยาบรรณสื่อ อย่างครูก็ต้องมีจรรยาบรรณครู แล้วพระมีจรรยาบรรณวิชาชีพไหม จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเป็นอะไร พ่อครูว่า...จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เป็นธรรมนูญศาสนาพุทธ เมื่อมาบวชในศาสนาพุทธแล้วต้องถือศีล เพราะการศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้ามี ศีล สมาธิ ปัญญา จุลศีลจะขัดเกลาจิตให้เกิดสัมมาสมาธิหรืออธิจิต เพื่อให้ถึงปัญญาคือวิมุติวิมุติญาณทัสนะ แต่ทุกวันนี้ศาสนาเพี้ยนไปแล้วจนไม่รู้จัก จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล แม้มาบวชพระแล้วก็ไม่รู้จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ไม่ได้ให้ภิกษุรับศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเลย แต่สมณะอโศกทุกรูปมาบวชก็ต้องให้ถือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล แต่มหาเถรสมาคมไม่มีศีลแล้ว ไปนับถือแต่วินัย 227 ซึ่งไม่ใช่ศีล ต่างกัน ศีลไม่มีโทษ เหมือนธรรมนูญก็ไม่มีโทษ แต่ศึกษาฟ้องร้องเอาคดีความได้ แต่ในวินัยมีโทษบอกไว้เลย ตั้งแต่ปาจิตตีย์ นิสสัคคียปาจิตตีย์ สังฆาทิเสส ปาราชิก เหมือนกับกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายลูก ใช้ทั้งคู่ วินัยและศีล แต่จะใช้ศีลเป็นหล

อ่านต่อ

ัก เป็นพุทธธรรมนูญของศาสนา แต่ทุกวันนี้เขาไม่มีกันแล้ว จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล โดยเฉพาะมหาศีลที่เป็นศีลองค์รวมของพุทธ ที่จะต้องเว้น ต้องขาด ต้องงด เลิกให้ได้ ตามพระพุทธเจ้าว่าไว้ ยกตัวอย่างในมหาศีล ไม่มีน้ำเป็นสื่อ ไฟเป็นสื่อ รดน้ำมนต์ จุดกำยานเป็นควัน ใช้ขี้เลื่อยจุดเป็นควันก็ห้าม แต่ทุกวันนี้ไม่มีศีล ก็เลยมีรดน้ำมนต์เสกเป่า ทั้งที่ท่านห้ามไว้ ทุกวันนี้เสื่อมไปหมดน่าสงสาร ถามว่าพระถือศีลเท่าไหร่ ก็บอกว่า 227 ของพระพุทธเจ้าในจุลศีลไม่ใช่แค่บอกว่าไม่ฆ่าสัตว์เท่านั้นนะ จุลศีล ดูกรอัมพัฏฐะ อย่างไร ภิกษุจึงชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล? 1. ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาสตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ข้อนี้ เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง. 2. เธอละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ รับแต่ของที่เขาให้ ต้องการแต่ของที่เขาให้ ไม่ประพฤติตนเป็นขโมย เป็นผู้สะอาดอยู่ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง. พ่อครูว่า...แล้วพวกที่ไปหลอกเอาบุญมาหลอกคนให้วาดวิมานหวังแล้วมาทำบุญเพื่อหวังวิมาน แต่พระพุทธเจ้าว่า ต้องการแต่ของที่เขาให้ ถ้าเขาไม่คิดจะให้ก็อย่ากระตุ้นให้เขาให้ นี่เป็นเหตุการณ์จริงในวงการศาสนาพุทธในเมืองไทย จริงๆแล้วอาตมาและพวกเราชาวอโศกเป็นพุทธที่เป็นนานาสังวาสกับสงฆ์หมู่ใหญ่ เราประกาศลาออกมาเป็นนานาสังวาสตั้งแต่ 2518 เราก็มาบริหารกันเองไม่ขึ้นกับการปกครองสงฆ์หมู่ใหญ่ แต่เป็นพุทธเช่นกัน แต่นานาคือต่างกันในทิฏฐิในศีล ทางโน้นไม่มีศีล ก็ไม่เสมอสมานกัน ไปกันไม่ได้ ปฏิบัติไม่เหมือนกัน ทางโน้นใช้เงินได้ ทางนี้ไม่ใช้ การอธิบายธรรมะ การอธิบายศีลต่างกัน ศีลเราขัดเกลาจิตให้เกิดสมาธิ แต่ทางโน้นนั่งหลับตาสะกดจิตสมาธิ ยุคพระพุทธเจ้าท่านให้เลิกแบบเก่า มาทำแบบสัมมาสมาธิ มีมรรค 7 องค์ทำให้เกิดสัมมาสมาธิ ทำอาชีพอย่างพ้นมิจฉาอาชีวะ 5 ถ้าปฏิบัติได้จะมีสัมมาสมาธิ ไม่มีมิจฉาทางคิด พูด ทำ อาชีพ ไม่ทำงานที่เอาลาภแลกลาภเลยได้ แม้เป็นพระเป็นเจ้าไปเทศน์แล้วรับเงินนี่ก็ผิด เพราะไม่ศึกษา ไม่มีศีลแล้ว สมาธิก็สมาธินอกทาง ไม่ง่ายที่จะรู้สัมมาสมาธิ สมาธิพระพุทธเจ้าต้องมีธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ สติสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ มีปหาน 5 ได้ อาตมาประกาศว่าอาตมาเป็นอรหันต์ เขาก็ว่าอรหันต์เก๊ โพธิสัตว์เก๊ รักชาติเก๊ นายกฯเก๊ พวกที่เขาไม่ใช่อย่างนี้ก็เลยว่าไม่เก๊ แต่คำว่าเก๊นี่ไม่ถูกต้อง คำว่าไม่เก๊นี้ถูกต้อง ก็พิจารณาว่าเก๊นี้ของใครกันแน่ อาตมาจะอ่านมหาศีลข้อ 1 และ 7 {น.98} มหาศีล 1. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ทำนายฝัน ทำนายลักษณะ ทำนายหนูกัดผ้า ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดรำบูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธี เติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่าบูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดูอวัยวะ ดูลักษณะที่บ้าน ดูลักษณะที่นา เป็นหมอปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ เป็นหมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด เป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอ ทายเสียงกา เป็นหมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอทายเสียงสัตว์ 7. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทำพิธีบนบาน ทำพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือน ทำกระเทย ให้กลับเป็นชาย ทำชายให้กลายเป็นกะเทย ทำพิธีปลูกเรือน ทำพิธีบวงสรวงพื้นที่ พ่นน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ทำพิธีบูชาไฟ ปรุงยาสำรอก ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องบน ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่าง ปรุงยา แก้ปวดศีรษะ หุงน้ำมันหยอดหู ปรุงยาตา ปรุงยานัตถุ์ ปรุงยาทากัด ปรุงยาทาสมาน ป้ายยาตา ทำการผ่าตัด รักษาเด็ก ใส่ยา ชะแผล แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง. พ่อครูว่า...ยุคของพระพุทธเจ้าตอนแรกยังไม่มีพระ มีแต่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ที่เป็นนักบวชทุกสำนัก แม้ของพระพุทธเจ้าเองท่านก็เรียกว่าสมณพราหมณ์ด้วย พอมาเป็นนักบวช ศาสนาพุทธตั้งขึ้นก็เรียกว่าสมณพราหมณ์ ไม่มีชื่อเรียกนักบวช แต่ว่าพระพุทธเจ้าเรียกท่านเองว่า เราตถาคต ไม่ได้เรียกท่านว่าพุทธ คำว่าพุทธคือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นคุณสมบัติผู้บรรลุธรรม เป็นอาริยบุคคลมีสติตื่นเต็ม ต่างจากฤาษีนะ ยุคพระพุทธเจ้ายังไม่มีเรียกว่าพุทธ แต่พุทธเป็นภาษาบาลี การบรรลุธรรมของพุทธเรียกว่าพุทธธรรม เมื่อมีสาวก เป็นสาวกสังโฆ ได้บรรลุเป็นโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ ได้วิชชาจรณสมบัติ เป็นอุตริมนุสธรรม หรือคุณสมบัติพิเศษ คือคุณสมบัติที่เรียกว่าพุทธ เมื่อพระพุทธเจ้าประกาศวิชชาและจรณะ ปฏิบัติแล้วจิตเกิดไฟฌาน ที่มีพลังงานพิเศษกำจัดราคะ โทสะ โมหะได้ เป็นพลังงานพิเศษ ที่ไม่ใช่นั่งหลับตาจิตนิ่งตื้ออยู่ในภพ แต่ของพระพุทธเจ้าเป็นโพธิปักขิยธรรม เป็น system analysis ไม่ใช่ hypnosis พระพุทธเจ้าประกาศศาสนาใหม่ๆ ก็ยังไม่ได้เรียกศาสนาพุทธ แต่เมื่อท่านปรินิพพานแล้วจึงเรียกว่าศาสนาพุทธที่มีพุทธคุณ 9 สาวกปฏิบัติก็จะมีคุณธรรม 9 นี้เช่นกัน แต่ก็หย่อนกว่าของพระพุทธเจ้า เมื่อปฏิบัติเป็นโพธิสัตว์ตามลำดับก็มีพุทธธรรมสูงขึ้นเรื่อยๆ เต็มก็เป็นสัมมาสัมพุทโธ เป็นธัมมสามีเลย ตรัสรู้เอง เป็นเจ้าของธรรมะ เป็นผู้ดำเนินไปสูงสุดแล้วในพุทธธรรม 9 ข้อ เปรียบเหมือนสารถีที่จะนำพาคน สอนคนให้พ้นโอฆสงสาร ให้พ้นทุกข์ ถึงฝั่งนิพพานได้ อยู่ในพุทธคุณ 9 หรือพุทธธรรม ที่เป็นความรู้วิเศษมาก ทฤษฎีใดสามารถศึกษาปฏิบัติแล้วได้พุทธคุณ 9 จึงเรียกว่าเป็นศาสนาพุทธ จะต้องเข้าใจพุทธคือพุทธคุณ 9

สมณะเดินดินว่า...เมื่อกี้นี้มีภาพว่าพ่อครูเป็นอรหันต์เก๊ แล้วจะดูอย่างไรว่าจริงหรือไม่? พ่อครูว่า...อรหันต์เก๊หรือจริงก็ตรวจสอบตามพระไตรปิฎกเลย ต้องมีจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล อย่างน้อยถ้ารดน้ำมนต์อยู่นี่ก็ไม่มีมหาศีลแล้ว ไม่ใช่อรหันต์แน่ ศีลจะขัดเกลาจิตให้อวิปปฏิสาร เกิดปราโมทย์ ปีติ ปัสสัทธิ สุข สมาธิ ยถาภูตญาณทัสสนะ นิพพิทา วิราคะ วิมุติญาณทัสสนะ อย่างนี้เป็นต้น มีในพระไตรปิฎก ถ้าพระไม่ทำตามพระไตรปิฎกไม่ใช่พระ แล้วคนที่ไม่มีศีล จะเอาไปตั้งเป็นใหญ่เป็นสังฆราชได้อย่างไร แล้วศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้ตั้งใครเป็นใหญ่ มันผิดที่พระพุทธเจ้าสอนไว้หมดเลย มันตั้งไม่ได้ ให้ธรรมวินัยทั้งหมดในพระไตรปิฎกเป็นใหญ่ แต่นี่ไปมีเงินเดือนอีกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ก่อนบวชเขาก็จะถามว่าเป็นราชปัตโตหรือไม่ คือเป็นข้าราชการหรือไม่ แต่ก่อนบวชไม่ใช่ข้าราชการ แต่มาบวชแล้วเป็นก็ไม่ได้ ไม่ได้ใส่ความ ไม่ได้แกล้งว่า แต่ว่าถ้าถือเอาพระไตรปิฎกเป็นธรรมนูญของศาสนาพุทธในประเทศไทยก็มาพูดกัน ถ้าไม่ถือก็ไม่ต้องพูด คณะใหญ่ศาสนาพุทธจะถือเอาพระไตรปิฎกยืนยันหรือไม่?

590305_พุทธศาสนาตามภูมิ พ่อครูและสมณะเดินดิน วิธีดูอรหันต์เก๊หรือจริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน