สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลคือข้อกำหนดตามฐานะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลคือข้อกำหนดตามฐานะ _ถามมาว่า ผมไทแท้ ไม่เข้าใจศีลทั้งหมด เป็นอย่างไรครับ พ่อครูว่า...ศีลคือข้อกำหนด เช่น เราฟังง่ายๆ ศีลข้อ 1 ไม่ใช่ไม่ฆ่าสัตว์อย่างเดียวนะ 1. ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาสตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ข้อนี้ เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง. เมื่อมาบวชแล้วก็ต้องรับศีล แต่เขาไม่ได้รับกัน อย่างเก่งตอนบวชเณรก็ได้ศีล 10 แต่ก็ละเมิด เขาไม่ให้รับเงินรับทอง ไม่ให้มีเงินมีทอง แต่เขาก็ละเมิด พระมีเงินมีทองไม่ได้ จะต้องสละทรัพย์สินบ้านช่องเรือนชาน โภคขันธาปหายะ มีไม่ได้ ถ้ามีก็อาบัติ ไม่สละออกไม่ปลงอาบัติสำเร็จ เป็นนิสสัคคียปาจิตตีย์ ว่าจะไม่ละเมิดอีก ต้องเอาออกก่อนจึงปลงตก อาตมาบวชมาย่าง 47 ปีแล้ว สมณะของอาตมานั้น เราไม่เรียกพวกเราว่าพระ เราไม่อยากเรียก กฎหมายก็ไม่ให้เราเรียกด้วย เราก็เรียกพวกเราว่าสมณะ สมณะของเราไม่มีเงินไม่มีทอง แม้แต่มีที่ดิน ก่อนบวชต้องเซ็นสละให้คนอื่น มาแต่ตัวกับหัวใจ ไม่มีทรัพย์สินเงินทองใดๆ ทุกวันนี้สมณะเราก็ทำได้ แม้แต่สิกขมาตุก็ถือศีล 10 ได้บริสุทธิ์ แต่ศาสนาหมู่ใหญ่ทำไม่ได้ แล้วก็มาแย้งเถียงตะแบง เอาพระไตรปิฎกมาจับก็เลี่ยงสารพัด แถกจนสีข้างแตกหมดแล้ว แม้แต่ฆราวาสมาอยู่ที่อโศกถือศีลหมดทุกคนทุกวัย ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดผัวเขาเมียใคร ไม่พูดปด ก็ไม่มีอบายมุข เหล้าไม่มี บุหรี่ไม่มี ทุกชุมชนชาวอโศกปฏิบัติเช่นนี้ ใครละเมิดก็ลงทัณฑ์ แม้เด็กผิดศีลก็ชำระ แม้เด็กผิดศีลหนักต้องเอาออกไปจากที่นี่ก็มี พ่อแม่ต้องร้องห่มร้องไห้เลย ศีลคือข้อกำหนดตามฐานะ อย่างฆราวาส ไม่ฆ่าสัตว์ แม้จะมีจิตโกรธไม่เอ็นดูบ้างก็อนุโลมชั้นต้น
อ่านต่อ
แต่ถ้ามาบวชเป็นภิกษุต้องถือตามทุกคำทุกข้อ ให้ขาด ให้เว้น ให้ละขาด อย่าทำ ตามที่ท่านบอก กายกรรมไม่ฆ่า ปากไม่พูดให้ฆ่า ใจก็ไม่มีอาการอยากให้ฆ่า องค์ 5 ของปาณาติบาต 1. สัตว์มีชีวิต 2. รู้อยู่ว่าสัตว์มีชีวิต 3. มีเจตนาฆ่า 4. พยายามฆ่า 5. สัตว์ตายลง ผู้ใดทำครบองค์ 5 ก็ผิดศีล พระพุทธเจ้าอนุญาตให้กินได้แต่อุทิสสมังสะ(เดนสัตว์กิน) และปวัตตมังสะ(แก่ตายหรือตายเอง) เดนสัตว์กิน คือพวกสัตว์กินเนื้อ กินแล้วเหลือ อย่าไปแย่งมันนะ แล้วอีกอันหนึ่ง ทำบุญแต่ได้บาป 5 ลำดับ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้ ” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาป มิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 พระพุทธเจ้าว่า ถ้าได้ยิน หรือได้เห็น หรือสงสัย ว่าสัตว์นั้นจะถูกฆ่ามาก็กินไม่ได้ คือเนื้อนั้นไม่บริสุทธิ์โดยส่วนสาม กินไม่ได้ หลักฐานในองค์ปาณาติบาต 5 และหลักฐานในการทำบุญแต่ได้บาป 5 อย่างนี้ก็ชัดเจนเลย เพราะฉะนั้นทำอาหารเนื้อไปถวายพระจึงบาป บาปคืออกุศลที่ติดอัตภาพเป็นวิบากผูกจองเวรกับสัตว์ที่ตายลงไป ส่วนบุญคือการรู้จิตของเราว่ามันอยากฆ่าสัตว์ เราอ่านตัวที่อยากฆ่า ไม่เมตตา เราก็พยายามต้องมีเมตตาเอ็นดู ควรให้เจริญไปด้วยกัน ผู้นั้นเมื่อมีใจปรารถนาเช่นนั้นแต่ตนก็ปฏิบัติกับใจตน ถ้าใจเรายังอยากฆ่า หรือไม่เอ็นดูไม่ปรารถนาดีต่อสัตว์ก็อ่านอาการจิตแล้วกำจัดกิเลสให้ได้ ก็คือบุญ บุญคือเครื่องมือกำจัดกิเลส บุญไม่ใช่กุศล กุศลเป็นผลให้อาศัย มันช่วยให้เราสบาย ช่วยให้เราได้อันนั้นอันนี้ ทำให้เราได้ดี กุศลคือเครื่องอาศัย แต่บุญไม่ใช่เครื่องอาศัย บุญคือเครื่องมือปหานกิเลสเมื่อใช้แล้วกิเลสตายก็ไม่ต้องใช้บุญอีก บุญสมมุติว่าเหมือนมีดตัดขาดอันนี้ เมื่อใช้เสร็จแล้วก็ทิ้งไป งานจบแล้วก็สิ้นบาป บุญก็สิ้นด้วย จึงเรียกว่าผู้สิ้นบุญสิ้นบาปสำหรับอรหันต์ ปุญญาปาปปริกขีโณ บุญเหมือนเครื่องประหารหัวสุนัขของเปาบุ้นจิ้น พระอรหันต์คือ ผู้ไม่ทำบาปทั้งปวง จบแล้ว ก็ทำแต่ดี กุสลัสสูปสัมปทา เป็นคนมีประโยชน์ต่อโลกต่อคนอื่นอาศัยกุศล กุศลคือเครื่องอาศัย
_อ.เป็นต้น นาประโคน ถามว่า…ในประเทศไทยมีโรงฆ่าสัตว์อยู่ทุกจังหวัด พ่อครูว่า...จริงๆ แล้วเมื่อเอามิจฉาวณิชชา 5 มายืนยัน จะเห็นได้ว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่เหลวไหลมาก มีการค้าขายอาวุธ การค้าขายเป็นเรื่องฆราวาส ไม่ใช่เรื่องของภิกษุนะ ท่านห้ามไว้ ชาวพุทธต้องปฏิบัติไม่ให้เป็นมิจฉา มิจฉาวณิชชา 5 1. การค้าขายอาวุธ (สัตถวณิชชา) 2. การค้าขายสัตว์มีชีวิต (สัตตวณิชชา) 3. การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา) 4. การค้าขายสิ่งมอมเมา (มัชชวณิชชา) 5. การค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ (วิสวณิชชา) (พตปฎ. เล่ม 22 ข้อ 177) พุทธศาสนิกชนเดี๋ยวนี้ทำกันหมดเลยทั้ง 5 ข้อ รวยด้วย
_อ.เป็นต้นว่า ถ้าฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าถือว่าถูกกฎหมาย แต่ถ้าฆ่านอกโรงฆ่าก็ผิดกฏหมาย และขอความกรุณาพ่อท่านอธิบายเรื่อง สุกรมัทวะ ที่สงสัยกันมาก พ่อครูว่า...สุกรมัทวะ แปลว่า เห็ดที่หมูชอบกิน สุกรมัทวะไม่ใช่เนื้อหมู แต่เป็นเห็ดหายาก เห็ดเนื้ออ่อนนิ่ม ทั้งคนทั้งหมูต่างก็ชอบกินเห็ดนี้ อาตมาทำหมู่บ้านชาวอโศกมาตั้งแต่ปี 27 เป็นหมู่บ้านชุมชนคนมีศีล จะบอกว่ายาก แต่อาตมาก็พาทำได้ จนเกิดหมู่กลุ่มหมู่บ้านแบบนี้ ศาสนาอิสลามเคร่งคัดตามวินัยเขาก็ทำได้สงบสุข คริสต์ก็ทำได้ตามแบบเขา แต่พุทธนี่ดีมาก แต่ว่าเสียได้ เพราะไม่บังคับ อิสรเสรี แต่อิสลามเขาบังคับเลย เด็กเล็กต้องศึกษาธรรมะของศาสดา ละหมาดวันละห้าครั้ง บังคับก็ยังได้ผล แต่ของพระพุทธเจ้าไม่บังคับเลย อิสรเสรีภาพ ก็เลยหย่อนยานตามใจกิเลส ผู้ใดปฏิบัติศีล 5 ได้ แม้แต่แค่กาย ใจยังไม่บริสุทธิ์ ใจกดข่ม ไม่ละเมิดกายวาจา ทำได้ ฐานะของคุณจะดีขึ้น เราอบรมมาเยอะแล้ว แม้แต่แค่ไม่ติดอบายมุขอย่างเดียวเงินทองก็เพิ่มมากขึ้นแล้ว ไม่หลงแต่งตัวจัดจ้านแค่นี้เงินเหลือแล้ว พ่อบ้านแม่บ้านเป็นที่รักของลูก อบอุ่นเลย เงินเหลือ แค่ศีล 5 นี้ฐานะดีขึ้นมาเลย เอาจริงให้ดี ถ้าไม่กินเนื้อสัตว์มันยากไปก็เอาแค่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดผัวเขาเมียใคร แล้วไม่พูดปด ถ้าไม่พูดปดได้นี่ยิ่งใหญ่ ไม่ติดในสูราเมรยมัชชะ เลิกสิ่งเสพติดมอมเมา ในของหยาบเรียกว่าสุรา ก็เลิกมา ไปเมาในการพนันสิ่งเสพติด เมาเรื่องกามจัดจ้าน เรื่องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสจัดจ้านก็ไม่เอา แบรนด์เนมก็ไม่เอาพอแล้วนั่นคืออบายชั้นต่ำ ไปหลงว่าชั้นสูงไฮโซคือชั้นต่ำ ถูกหลอกให้โง่ตามเขา ลดลงมาก็ทำในสิ่งเสพติดมอมเมาระดับกลางต่อมา แล้วมัชชะคือมอมเมาในรูปภพอรูปภพ เราไม่เสพติดในทวารนอกแล้วเหลือแต่ทวารใน เรียนปฏิบัติไปตามลำดับ พระพุทธเจ้าว่าลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเล
590305_พุทธศาสนาตามภูมิ พ่อครูและสมณะเดินดิน วิธีดูอรหันต์เก๊หรือจริง