สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน พิสูจน์สัจจะของกรรมจนถึงที่สุด.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน พิสูจน์สัจจะของกรรมจนถึงที่สุด ความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไม่ว่าจะในโลกยุคไหนก็เป็นจริง แม้จะในโลกลูกเล็กก็มีความจริงของกรอบลูกเล็ก โลกลูกใหญ่ก็ขยายออกมา สรุปแล้วมีนิยาม 5 นี้เท่านั้น อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม กรรมนิยามนั้นรู้จักกรรม กาย วาจา ใจ ของจริงของมนุษยชาติที่เอามาใช้มาศึกษาได้ทันที เอามาพิสูจน์ว่าเป็นความจริงได้ทันที เรียกว่า กรรม ส่วนที่เอามาใช้ไม่ได้ทันทีเรียกว่า God บอกว่าเก่ง แล้วอยู่ไหน เอามาใช้ทันทีไม่ได้ คุณต้องช่วยตนเองก่อนแล้ว God จะช่วย พอมาถึงตรงนี้แล้ว ตีกินนี่ พระเจ้าบอก ช่วยก่อนสิ แล้วเราจะได้ช่วย แต่นี่ของพระพุทธเจ้าบอกว่าเอากรรมเลยเอาตัวจริงเลย ทำกรรมของใครของมัน อันนี้พิสูจน์ได้ เป็นได้ เห็นได้ สัมผัสได้ ยืนยันกันและกันได้ เป็นสัจจะที่ครอบคลุมความจริงอย่างชัดเจนกว่า สิ่งที่เป็นสัจจะที่ครอบคลุมความจริง เมื่อชัดเจนได้ เราไม่ลบหลู่ แม้จะคุยว่า GOD สร้างโลกและจักรวาลได้ แต่เราก็ไม่ได้อยู่ทั้งจักรวาลเราอยู่แค่ในโลกนี้ก็พอแล้ว เราจะอยู่ 100 ปีแค่นี้ก็เหลือแหล่ จะอยู่นานกว่านั้นก็แล้วแต่ ก็จะขยายขึ้นไป แต่ตอนนี้พิสูจน์เช่นนี้ชัดๆ คนตอนนี้อยู่เกินร้อยปีก็เก่งแล้ว ถ้าดีแล้วจะอยู่ต่อไปก็ได้ แต่ถ้าเลวแล้วอยู่ในวินาทีเดียวก็อยู่ทำไม อยู่แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย อยู่แล้วเปลืองเนื้อที่ ไม่คุ้มค่ากินอยู่หลับนอนอาศัยพื้นที่ อาตมาเป็นแม่เลี้ยง พวกเจโตเป็นแม่นม อยู่กับที่มีแต่นมให้ แต่แม่เลี้ยงต้องทำมากกว่า แม่เลี้ยงเหมือนพ่อ ส่วนแม่นมต้องอยู่กับที่ เป็นลักษณะที่เป็น axiom ไปแก้ไขไม่ได้ เป็นแม่เลี้ยงแม่นม เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นสิ่งที่จำเพาะว่าต้องอันนี้ ต้องทำให้ถูกต้องตามหน้าที่ ผู้ที่เข้าใจสัจจะนี้ แล้วก็ท
อ่านต่อ
ำสัจจะที่ประเสริฐนี้ได้ จึงเป็นคนที่อยู่ในโลกอย่างมีคุณค่ามีประโยชน์ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นความสุขที่ไม่ใช่การบำเรอกิเลสเป็นความสุขที่สงบ เป็นความสุขอย่างโลกุตระ ปรมังสุขังหรือยิ่งกว่าสุข คนที่เข้าใจความจน คนที่มาทำตนให้เป็นคนจน แต่เป็นคนจนที่ประเสริฐ เป็นคนจนที่มีความรู้ความสามารถ มีความเมตตาเกื้อกูลมีน้ำใจ เป็นคนจนที่ขยันอุตสาหะวิริยะ เป็นคนจนที่ต้องเทิดทูน ยกย่องนับถือ 1. การค้าขายอาวุธ (สัตถวณิชชา) 2. การค้าขายสัตว์มีชีวิต (สัตตวณิชชา) 3. การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา) 4. การค้าขายสิ่งมอมเมา (มัชชวณิชชา) 5. การค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ (วีสวณิชชา) (พตปฎ. เล่ม 22 ข้อ 177)
สัตว์เล็กตั้งแต่เซลล์เดียวจนถึงเป็นล้านเซลล์ มันก็มีความรักตัวตน ไม่อยากให้ตัวตนนี้ต้องตายลงก่อน รักความเป็น ไม่อยากได้ความตาย (รักความตายนั้นเป็นอาริยะแล้ว) ในสามัญสำนึกทุกคนต้องชัดเจน สัตว์ทุกตัวมันเกิดมานั้นรักตัวเองทั้งนั้น ไม่เสียสละตัวเอง มันไม่ยอมเสียสละตัวเองให้ใครมาฆ่า แม้มันจะตายเองมันก็ยังไม่อยากตาย สัตว์ที่เริ่มเกิดมามันจะมีอัตภาพ อันนี้ของข้า อย่ามาทำร้ายชีวะของข้า ข้าจะอยู่นานๆ ในพวกสัตว์เซลล์เดียว สัตว์ชั้นต่ำตัวเล็กตัวน้อยนั้นอายุยืนยาวได้มาก เพราะว่าสิ่งอื่นจะทำร้ายมันไม่ได้มาก สัตว์ชั้นต่ำมันก็ยังรักตัวมันเอง มันไม่ยอมให้ใครจะฆ่ามัน มันก็จะพยาบาท มันจะไม่รู้ว่าพยาบาทดีหรือไม่ดี มันมีตัวตนแล้วมันจะไม่รักอะไรมากเท่ากับตัวมันเอง สัตว์ที่เป็นจิตนิยามนั้นจะมีการหมุนเวียนสืบต่อ จะไม่สลายตัวเองได้เลย จนกว่าจะมาเป็นอาริยะ จบอรหันต์แล้วจะสลายตัวตนได้ นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จัดการสลายตัวเองได้โดยไม่กระทบกระเทือนทำร้ายใคร หมดพิษหมดส่วนที่จะเป็นความเสียหายให้แก่ใคร แต่ผู้ที่เป็นอาริยะอย่างนี้ อย่างโลกุตระนี้ เมื่อรู้ตัวว่าเราอยู่มีความดี มีความเป็นประโยชน์ต่อโลกต่อสังคมต่อโลก ก็จะช่วยโลก ช่วยเต็มที่ ช่วยเต็มที่แล้วจนครบถ้วนแล้ว ก็บอกว่าพอเสียทีเถอะ นั่นก็คือบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วมาประกาศศาสนาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ส่วนผู้ที่มีภูมิเช่นเดียวกันนี้แต่ไม่ประกาศศาสนา ก็เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ ถามว่าทำไมไม่สร้างศาสนาก็ต้องไปถามท่านเอง อาตมาก็ยังไม่ถึงขั้น แต่อาตมาพอรู้ได้แล้ว เป็นทฤษฎี เป็นทางนำแล้วว่า ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าวนเวียนช่วยมนุษย์โลกมาขณะนี้แล้ว หากจะสร้างศาสนาอีก ก็ช่วยมนุษย์โลกอีกเหมือนเดิมเป็นสมัยที่ 2 เท่านั้นเอง ซึ่งไม่มีอะไรมากเกินกว่านี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นมันสูงแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือพระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า เหลือแต่ว่า ขั้นสูงสุดเท่ากันแล้ว ถ้าท่านจะสร้างศาสนาอีก เพื่อที่จะช่วยโลกอีก ท่านก็ได้ชื่อว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า ดังขึ้นมามีชื่อขึ้นมาในโลกว่าเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในโลก แต่ท่านมีคุณธรรมเท่ากับพระพุทธเจ้าทุกองค์ เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่เหมือนแบบพระเจ้าที่พิสูจน์ความจริงไม่ได้ พระเจ้าทำได้ทุกอย่าง แต่พิสูจน์ไม่ได้ ใครจะมาพิสูจน์ไม่ได้ สงวนลิขสิทธิ์ไว้แล้วส่งพระบุตรมาประกาศความจริงของพระเจ้าเท่านั้น ใครจะไปเป็นพระบุตรก็ไม่ได้อีก แต่ศาสนาพุทธแล้วไม่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นพระเจ้าหรือความเป็นศาสดา พระบุตร มาเป็นศาสดา สำหรับศาสนาพระเจ้านั้นคนอื่นจะเป็นไม่ได้ ศาสนาพุทธนั้นใครจะเป็นก็ได้ถ้ายืนยันทำจริงได้ ส่วนที่บอกว่าเป็นไม่ได้นั้นจะไปรู้ได้อย่างไรใครจะมาเป็นอย่างพระเจ้า ตายไปแล้วเป็นพระเจ้า อยู่อย่างไร จะเป็นอย่างไรเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเจ้าก็คือพระจิต พระเจ้าปรากฏได้ไหม คุณธรรมของพระเจ้าปรากฏได้ไหม ถ้าคุณธรรมของพระเจ้าปรากฏก็มาปรากฎในโลกให้มนุษย์ได้เห็นสิ แล้วก็ต้องมีบุคคลที่เป็นเจ้าของปรากฏการณ์นั้นเรียกว่า ธรรมสามี เป็นเจ้าของปรากฏการณ์นั้น ยืนยันปรากฏการณ์ันั้น แล้วเจ้าของปรากฏการณ์ของศาสนาพุทธยืนยันว่าไม่มีพระบิดา เป็นเองได้ สยัมภู ตัวเองเป็นเองจากการพากเพียรศึกษาฝึกฝน จึงได้ความสุดยอดอย่างนี้ ใครอยากจะได้สุดยอดมากกว่านี้ก็เชิญ สุดยอดไปถึงไหนจนถึงเป็นพระพุทธเจ้า เป็นได้ด้วยกรรม สร้างกรรมสะสมกรรมจนกระทั่งสุดยอดจนไม่มีใครวิ่งไปทัน เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าพิสูจน์ได้เลยว่ายุคไหนกาละไหน พระพุทธเจ้านั้นจะมีหนึ่งเท่านั้นไม่มีใครวิ่งทัน ไม่มีใครจะควบทัน สูงได้ไม่ทันเท่าไม่เห็นฝุ่นเลย ไกลลิบ อัตราการก้าวหน้าจะทับทวีมาก เป็นอัตราการก้าวหน้าที่ทับทวีจนหมดสิทธิ์ที่จะไล่ทัน นั่นแหละชื่อว่าคุณสมบัติของพระพุทธเจ้า หรือพระเจ้านั่นเอง เพราะฉะนั้นในแต่ละยุคหากทำอย่างนี้ได้ สมมุติว่ามันยังมีสูงกว่านี้อีกก็กลับมาอีกสร้างต่อไปให้มันสูงสุด ถ้ามันสูงสุดแล้วไม่ว่าในยุคไหน กัปป์ไหน ล้านๆๆๆกัปป์สูงสุด ก็ทำต่อไปจนได้ เอาไหมล่ะ ...ใจสู้นะคนนี้ สมณะฟ้าไทว่า...เราได้ดีแล้ว พ่อครูทำให้เห็น อีกนานเท่าไหร่ก็ไม่เสีย แล้วจะไม่เอาได้อย่างไร พ่อครูว่า...แล้วเกิดมาไม่รู้กี่ชาติก็ไม่ต้องเสียภาษี จึงเป็นสุดยอด 601022_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ แบบคนจนที่ถึงตถตา