สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท_รูปนาม) ตอน ปฏิบัติธรรมต้องรู้จักกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู( ปฏิจจสมุปบาท_รูปนาม ) ตอน ปฏิบัติธรรมต้องรู้จักกาย ถ้าแยกกายแยกจิตนี้ไม่สัมมาทิฎฐิ ก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิบัติธรรมบรรลุมรรคผลถึงขั้นสูงสุดได้แน่ๆ ขอยืนยัน เพราะคนไทยทุกวันนี้ ได้หลงเข้าใจผิดกันสนิทแล้วในคำว่า กาย นั้นหมายเอาแค่รูปร่างภายนอกเท่านั้น กาย คือส่วนประกอบของ ดิน น้ำไฟ ลม เท่านั้น นี่เขายึดถือกันเช่นนั้น หรือจะแถมอากาศอีกก็ได้ ที่ประชุมกันอยู่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับจิตมโนวิญญาณเลย มีแต่แค่ ดิน น้ำ ไฟ ลม คนไทยทั้งหลาย เชื่อมั่นกันว่ากายไม่มีส่วนพัวพันถึงจิตมโนวิญญาณเลย ไม่คอนเซิร์น concern เลย เชื่อมั่นว่ากายจะไม่เกี่ยวกับจิตมโนวิญญาณเลย คนไทยทุกคนมีความคิดมีความเห็นองค์รวม concept ก็ดี หรือการต่อเนื่องเกี่ยวกับความคิดความเห็น conceptual ก็ดี โยงไปถึงความคิดเห็นก็ดี อำนาจของความคิดอันเป็นพลัง หรือองค์รวมความคิดที่มีพลังยิ่ง หรือคอนเซ็ปชั่น conception ได้ปักมั่นสนิทไปในทางวัตถุ ดิน น้ำ ไฟ ลม หรือภายนอกเท่านั้น คนไทยจะเห็นว่ากายนั้นไม่เกี่ยวกับจิตมโนวิญญาณเลย ไทยเข้าใจอย่างนี้กัน นี่แหละคือความเห็นผิดไปแล้ว เพราะว่ากายนั้น ตามความหมายของพระพุทธเจ้าจะขาดจากจิตมโนวิญญาณไม่ได้ ต้องเกี่ยวกับจิตมโนวิญญาณ ไม่เกี่ยวไม่ได้ กายจะต้องมีส่วนของจิตมโนวิญญาณเสมอ จะอยู่ในภาวะที่เหลือส่วนของดิน น้ำ ไฟ ลม เกี่ยวข้องอยู่น้อยนิดเท่าใด ก็ขาดจิตมโนวิญญาณไม่ได้ แม้ว่าจะขาดดิน น้ำ ไฟ แต่ก็ยังเหลือลมอยู่ เช่น ตอนนั่งอานาปานสติ ก็ยังไม่ให้ขาดลมหายใจ แต่ถ้าขาดลมหายใจเข้าออก ไปอยู่แต่ในจิตก็ไม่ใช่กาย ไม่มีการปฏิบัติธรรมได้ถ้าไม่มีกาย กายจะต้องเป็นภาวะธรรมะสอง เทวธัมมา เสมอ ขยายออกมาเป็นรูปกับนามขาดกันและกันไม่ได้ กล่าวคือ รูป ได้แก่สิ่งที่ถูกรู้ แม้แต่เป็นจิตเจตสิกหรือมโนวิญญาณก็อ
อ่านต่อ
ยู่ในสภาวะที่ถูกรู้คือเป็นรูปได้ นาม ได้แก่ตัวธาตุรู้ หรือตัวประธานที่รับรู้ แต่วัตถุดิน น้ำ ไฟ ลม มันรู้อะไรไม่ได้ด้วยตัวของมันเอง มันจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นนามเลย จึงเป็นรูปได้อย่างเดียว ส่วนจิตมโนวิญญาณหรือจิตเจตสิกทั้งหลายเป็นนามแท้ๆ แต่ก็มีโอกาสเป็นรูป คือมีโอกาสอยู่ในฐานะถูกรู้ คือเป็นรูปได้ด้วย ดิน น้ำ ไฟ ลม และอากาศไม่มีสิทธิ์เป็นนามเลย แต่จิตเจตสิกหรือนามทั้งหลายมีโอกาสเป็นรูปได้ แม้ปุถุชนผู้ไม่สดับคำสอนของพุทธ จะพึงเบื่อหน่ายคลายกำหนัดในดิน น้ำไฟ ลม ก็ยังได้เลย แม้ไม่ได้ยินคำสอนพระพุทธเจ้าก็เบื่อร่างนี้ได้ เพราะมันไม่เที่ยง พิการ ไม่สวยงาม ก็เบื่อได้ จนที่สุดไม่อยากอยู่แล้วตายจากร่างนี้ไป คนไม่ปฏิบัติธรรมก็เบื่อดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ แท่งนี้ได้ ส่วนจิตนั้น หากไม่ได้เรียนรู้ทฤษฏีสัมมาทิฏฐิจากพระพุทธเจ้าหรือสาวกพระพุทธเจ้าผู้มีมรรคผลมาบอกสอน ก็ไม่สามารถเบื่อหน่ายคลายกำหนัดจากกิเลสได้เลย จะต้องเป็นผู้มีวิชชาจรณสมบัติจริงจึงรู้จักกาย แต่ตถาคตเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง อย่างไม่สงสัย เพราะได้ปฏิบัติกายในกาย จนเห็นแจ้งเวทนาในกาย จิตในกาย ธรรมะในกาย ได้อย่างแจ่มแจ้งเป็นจริง
590304_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ จริงแท้ที่สุดอยู่แค่จุดปัจจุบัน