สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ผู้ยอมได้คือพุทธแท้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.37 KB
วันที่แก้ไข24 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ผู้ยอมได้คือพุทธแท้ ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นจะไม่มีสงคราม เพราะผู้ชนะจะยอมแพ้ ผู้ที่แพ้แต่มันไม่ยอมแพ้ พอได้ชนะก็นึกว่าตนชนะ แล้วก็ได้กิเลสผยองได้อัตตา สุดท้ายผู้รู้จะยอมแพ้เอง สุดท้ายยอมตายเหมือนพระโมคคัลลานะ ที่สุดแห่งที่สุดพุทธจะไม่เกิดสงคราม ศาสนาพุทธของแท้จะไม่ตีกันจนเกิดสงคราม ถ้ามีชาวพุทธแท้อยู่ด้วยจะไม่ยอมตีเขา การยอมให้คนอื่นเขาชนะมันไม่ดี เขาจะได้อัตตา แต่มันสุดวิสัยนะ ถ้าเราจะลงมือทำร้ายเขาด้วยรุนแรงเราไม่ทำ เรายอมตายดีกว่า ผู้รู้จริงบรรลุธรรมไม่มีปัญหาเรื่องตาย ตายแล้วจะปรินิพพานก็ได้หรือจะกลับมาเกิดอีกก็ได้ ในหลวงท่านอยู่ในฐานะที่ต้องมีตามฐานะ แต่ท่านไม่เคยยึดถือ ท่านไม่ได้ต้องการ ท่านรับแต่ของที่เขาให้ แล้วท่านก็ทำ ถามจริงว่าในหลวงเป็นผู้ที่จะได้รับการกระทบพระทัยไหม...ใช่ ถ้าไม่เป็นโพธิสัตว์ไม่อยู่ยงคงกระพันถึงขนาดนี้หรอก สิ่งที่จริงในประเทศไทยจึงมีพระโพธิสัตว์อุบัติในโลกนี้ แล้วท่านก็ทรงตามหน้าที่ของท่านจนพระชนมายุป่านนี้แล้ว จะเข้า 89 ปีแล้ว อาตมาก็เกิดมา อย่างทุกวันนี้ก็มีท่านพุทธอิสระทำงานตามหน้าที่ ผู้ที่ทำหน้าที่ตามบารมีเคยทำผิดพลาดไหม อย่างพระเจ้าอโศกมหาราชก็ผิดพลาด พระพุทธเจ้าก็เคยผิดพลาด ก็ได้รับวิบากแล้วก็แก้กลับ การไปถือสาว่าท่านต้องบริบูรณ์ ร้อยเต็มมันไม่มี ขนาดพระพุทธเจ้าก็ต้องรับวิบาก สิ่งบริสุทธิ์สุดยอดไม่มี สิ่งบริสุทธิ์สุดยอดคือปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ตัวส่งเสริมอาจขัดแย้งไม่เท่ากัน แต่สิ่งไม่เท่ากันคือแรงทด ที่จะเกิดพลังงาน ถ้าไม่มีแรงทด ต่างคนต่างเท่ากัน เฉยกันทั้งคู่ก็ไม่เกิดพลังงาน ไม่เกิดปฏิกิริยา มันต้องมีทศนิยม จึงเกิดประโยชน์คุณค่า พลังงานที่มีทิศทางตรงกันแล้ว อันที่สามที่เกิดจะเป็นพลังงานสร้าง

อ่านต่อ

ตัว สร้างสภาพเจริญขึ้นๆ แล้วถึงวาระที่เจริญเต็ม จากนั้นก็จะต้องเสื่อม จะพยายามอย่างไรก็ได้แค่ชะลอลง ถ้าถึงวาระที่จะถึงขีดสุดของการเสื่อม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วเสื่อมลง ผู้ที่ชลอแล้วก็ชักบุญเก่ามากิน ตอนนี้จะขยายความธรรมะสอง คือ จรณะกับวิชชา จรณะคือบทบาทลีลา กรรม วิชชาคือความรู้ อาตมาเคยบอกว่า ชีวิตคือกรรมกับกาละ จรณะกับวิชชาคือชีวิต คือกรรมกับความรู้ ความรู้นั้นคือกาละหรือเวลา ถ้าใครสามารถทำกาละของตนเองเลยปัจจุบัน แล้วสามารถทำให้ต่อหรือไม่ต่อได้ คุณก็จบ คนที่ทำให้ต่อได้หรือไม่ต่อได้ คือคนสามารถทำปุงลิงค์และทำนปุงสกลิงค์ได้สำเร็จในพลังงานที่ตนดูแลควบคุมนั้น ปุงลิงค์คือ 1 นปุงสกลิงค์คือ 0 อรหันต์ที่หมดอาสวะไม่หมดอนุสัย ก็ทำได้แค่ 1 แต่ทำ 0 ไม่ได้ ตนเองไม่เป็นพิษภัย แต่มีภาระที่หนักอยู่ เบากว่านี้ไม่ได้ ถ้าสามารถทำ 0 ได้ก็พักได้ มีสองส่วน ขยายสองส่วนมาคือ เมตตา กับ อุเบกขา อยู่ในโลกก็มีภาวะเมตตากับอุเบกขา เป็นฐานพรหม ยิ่งใหญ่สุดในโลก ถือว่าเป็นสิ่งมี ไม่ใช่สิ่งสูญ ศาสนาพุทธมีสิ่งมีและสิ่งสูญ แต่ศาสนาพระเจ้าทำ 0 ไม่ได้ เขามีให้ดีที่สุดเท่าที่มีบารมี นิรันดรได้ เราก็วิจารณ์ได้ตามควร แต่ไม่ควรไปลบหลู่ บางเหตุปัจจัยก็ยาก บางทีมันแรงจนเราว่าน่าจะจัดการได้ แต่จัดการไม่ได้ ถ้าถึงเหตุปัจจัยครบ จะมีตัวมาช่วยจัดการเอง

590304_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ จริงแท้ที่สุดอยู่แค่จุดปัจจุบัน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน