บทที่ 1.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์39 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ผู้ใช้แรงงานเมื่อประสบปัญหาความไม่ปลอดภัยในการทำงาน มีสาเหตุหนึ่งมาจากปัจจัยทางกายภาพที่เกิดจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เช่น ความร้อน ความเย็น การสั่นสะเทือน เสียง แสงสว่าง เป็นต้น (คณะกรรมการอำนวยการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. 2555 : 15 ) เมื่อความตึงเครียดสะสมเป็นเวลานานขึ้น และไม่ผ่อนคลายร่างกาย ความล้าหรือความอ่อนเพลียของร่างกายจะไม่สามารถซ่อมแซมและป้องกันตัวเองได้ เกิดความเสี่ยงในการก่อโรคและการบาดเจ็บที่รุนแรง ( National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH). n.d. ) โดยคนงานทุกคนจะมีความเมื่อยล้าจากการทำงานที่หนักเกินไปเป็นครั้งคราว แสดงออกมาในลักษณะความเมื่อยล้าทางกายและความเหนื่อยล้าทางใจ ซึ่งโดยทั่วไปมีอาการความเมื่อยล้าชั่วคราว สามารถระบุสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ และสามารถบรรเทาลงได้ด้วยการผ่อนคลาย แต่ความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันด้วยระยะเวลาที่ยาวนานและไม่ได้รับการพักผ่อนที่ดี เกิดการสะสมความเมื่อยล้าและความ เหนื่อยล้าตลอดเวลา จนกระทั่งสะสมเรื้อรัง มีอาการปวดอักเสบตามร่างกาย ประกอบกับไม่มีแรงจูงใจ ในการบำบัดรักษา ความเมื่อยล้าระดับนี้ส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจ ลักษณะอาการล้าที่อาจอยู่ใน ภาวะต้องได้รับการรักษาพยาบาล ได้แก่ การหักโหมมากเกินไป นิสัยการกินที่ไม่มีคุณภาพ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความกังวล ความตึงเครียด ความเศร้าโศก ภาวะซึมเศร้า การรักษาด้วยเคมีบำบัด การฉายรังสี และการใช้ยาลดความปวด ยาโรคหัวใจ และยาซึมเศร้า อาการเหล่านี้ทำให้เกิดเส้นโลหิตตีบได้ ( Pruthi . 2017) ทั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนไห วที่ไม่เหมาะสมในระหว่างการทำงาน รวมถึงการออกกำลังกายไม่มีประสิทธิผลที่ดีต่อร่างกาย การออกกำลังกายหร

อ่านต่อ

ือการออกแรงกายที่ไม่เหมาะสม อาจมีผลกระทบต่อคนงานในหลายมิติที่เกิดความล้าจากการทำงาน ประสิทธิภาพการรับรู้สิ่งต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงแรก อาการอ่อนเพลียจากการพักนอนหลับน้อยเกินไป จะสังเกตเห็นได้จากใบหน้าที่ไม่กระปรี้กระเปร่า ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำยันปลายคางไว้ มีงานวิจัยแสดงถึงความเมื่อยล้าจะทำให้ความสามารถในการทำงานของคนงานลดลง และอาจเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงานได้ โดยมีสถิติในด้านต่างๆ ได้แก่ 1) ด้านประสิทธิภาพทางปัญญาลดลง คือ มีอาการเมื่อยล้าจากที่ทำงาน 76% มีความเฉื่อยชาในการตัดสินใจ 27% รู้สึกตัวเองผลิตผลงานลดลง 53% มักหลงลืม 39% มีอาการลุกลี้ลุกลน 44% 2) ด้านการนอนหลับ คือ มีอาการหลับใน ณ ที่ทำงาน 27% ระหว่างขับรถ 16% หลังเลิกงาน 41% และ 3) ด้านความเสี่ยงภัย คือ รู้สึกตัวว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 11% เกิดอุบัติเหตุกับตัวเองในที่ทำงาน 3% เกิดอุบัติเหตุกับเพื่อนร่วมงาน 7% ( National safety council. 2017 : 15) รัฐบาลได้กำหนดกรอบแนวทางที่สำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของคน ได้แก่ 1) พัฒนาศักยภาพคนตลอดชีวิต 2) สร้างเสริมให้คนมีสุขภาวะที่ดี 3) สร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทยให้เอื้อต่อการพัฒนาคน (จิ นางค์กูร โร จนนันต์ . 2560) และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพของจังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “ ประชาชนสุขภาพดี ระบบสุขภาพมีความเป็นเลิศ ชุมชนพึ่งตนเองทางสุขภาพได้ พร้อมพัฒนาสู่เมืองสุขภาพอาเซียนและเมืองสุขภาพที่ยั่งยืน ” ( แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพจังหวัดจันทบุรีปี พ.ศ. 2559 - 2563) จังหวัดจันทบุรีมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ พื้นที่ส่วนหนึ่งใช้ทำนา มีพืชขึ้นอยู่ชนิดหนึ่ง คือ กก โดยกกมีคุณสมบัติเหมาะแก่การทอเสื่อ ซึ่งเป็นสินค้าประเภทหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ชาวจันทบุรีรู้จักการทอเสื่อไม่ต่ำกว่า 120 ปีมาแล้ว จึงเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อชุมชน ทั้งนี้จากการสำรวจด้วยการสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงปัญหาสุขภาพของคนงานทำเสื่อกก ณ ศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี จำนวน 40 ราย พบว่ามีปัญหาความเมื่อยล้าตามร่างกาย จำนวน 33 ราย คิดเป็นร้อยละ 82.50 และมีอาการบริเวณ เอว ขา น่อง มากที่สุด ประกอบกับจากการสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาความเมื่อยล้าของผู้วิจัย พบว่า คนงานส่วนใหญ่มีปัญหาในอิริยาบถการทำงาน ท่าทางในการทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดการอักเสบและผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยมีอาการทางกายหลายอย่างแตกต่างกันไปในแต่ละคน ตั้งแต่ปวดศีรษะ ปวดหลัง อ่อนเพลีย เป็นต้น ( ยรรยงค์ อิ่มสุวรรณ. 2559) มีการศึกษาถึงความเมื่อยล้าที่มีผลต่อระบบการหมุนเวียนของโลหิต ส่งผลให้มีความดันโลหิตที่สูงขึ้น ( Louhevaara et al. 2000 : 340-344) อาชีพที่เสี่ยงต่อการเมื่อยล้ามักพบในการ ทำงานที่ต่อเนื่องยาวนาน ได้รับผลกระทบจากเสียง แสงสว่าง และมีความสั่นสะเทือน ( Santos et al. 2016 : 1218) โดยเฉพาะคนงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ( Karimi et al. 2016 : 322-325 ; Metzner and Fischer. 2010 : 289-294) บุญเรือง ไตร เรืองวรวัฒน์ ( 2560) บรรยายว่า ผลการสำรวจสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตเมื่อ พ.ศ.2556 ซึ่งสำรวจทุก 5 ปี พบว่าคนไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปมีปัญหาสุขภาพจิตประมาณ 7 ล้านคน หนึ่งในกลุ่มโรคเหล่านั้นคือ กลุ่มโรคซึมเศร้า ซึ่งมีสาเหตุมาจากการสั่งสมความเครียด ผลของความเครียดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย เกิดการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน ประกอบกับการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพต่ำ การออกแรงกายที่ไม่เหมาะสม และการมีพฤติกรรมต่างๆ ที่ ไม่เอื้อต่อสุขภาพให้แข็งแรง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความโรคความดันโลหิตสูงได้ถึงร้อยละ 90 ( Whelton . 2017 : 40-42) ปัจจุบันผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงนิยมใช้การรักษาด้วยยาและการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการดูแลสุภาพด้วยการออกกำลังกาย ลดการรับประทานอาหารเค็มจัด และลดความเครียด ( สุร เกียรติ อาชา นา นุภาพ. 2551 : 680) จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาความเมื่อยล้า ระดับความเมื่อยล้า และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก กรณีศึกษา ศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี โดยผลจากการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองในกลุ่มคนงานทำเสื่อกก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน การเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นการป้องกันปัญหาการเกิดโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรังได้ในระยะยาว และคนงานทำเสื่อกกสามารถนำเสนอข้อมูลจากการวิจัยให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผนการพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน เป็นประโยชน์ด้านสุขภาพกับชุมชนและสังคมสืบไป คำถามการวิจัย 1. ปัญหาความเมื่อยล้า และระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นอย่างไร 2. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยนี้ทำขึ้นในลักษณะกรณีศึกษาเจาะจงกลุ่มประชากร ถึงปัญหาความเมื่อยล้า ระดับความเมื่อยล้า และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้แก่ 1. เพื่อศึกษาปัญหาความเมื่อยล้า ระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยปัญหาสุขภาพ ปัจจัยสภาพ แวดล้อมการทำงาน และปัจจัยลักษณะความเมื่อยล้า กับระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก สมมติฐานของการวิจัย ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยปัญหาสุขภาพ ปัจจัยสภาพแวดล้อมการทำงาน และปัจจัยลักษณะความเมื่อยล้า มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ขอบเขตการวิจัย 1. ด้านเนื้อหา สภาพการทำงานของคนงานทำเสื่อกก ประสบปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เช่นเดียวกับแรงงานในกลุ่มอื่นๆ ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงเน้นศึกษาถึงปัญหาความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นในวิถีการทำงานประจำวัน โดยศึกษาถึงปัญหาสุขภาพ สภาพแวดล้อมการทำงาน ลักษณะความเมื่อยล้า ระดับความเมื่อยล้า และปัจจัยที่มีความ สัมพันธ์กับความเมื่อยล้า ได้แก่ 1) ข้อมูลส่วนบุคคล 2) ข้อมูลปัญหาสุขภาพ 3) ข้อมูลสภาพแวดล้อมการทำงาน 4) ข้อมูลลักษณะความเมื่อยล้า โดยประเมินผลจากการวัดระดับความเมื่อยล้าด้วยดัชนีความไม่ปกติใน 8 ด้าน ด้านพื้นที่ศึกษา เลือกศึกษาในกลุ่มทำเสื่อกกของคนงานทำเสื่อกก เพราะแรงงานระบบนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับจากองค์กรหรือจากกฎหมาย ในการควบคุมกระบวนการผลิต รวมถึงสวัสดิการด้านต่างๆ โดยเฉพาะการอบรมให้ความรู้ในด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย แรงงานกลุ่มนี้จึงได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาความเมื่อยล้าที่เกิดจากการทำงานในแต่ละวัน ด้านการเลือกพื้นที่ศึกษา จึงเป็นแบบเฉพาะเจาะจงในกลุ่มทำเสื่อกกของศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1 ประชากร ต ามทะเบียนจำนวนสมาขิกของศูนย์ศิลป์เสื่อบางสระเก้า มีจำนวน 163 ราย (ณ วันที่ 30 มีนาคม 2560) เป็นสมาชิกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งศูนย์ และทำงานประจำวันในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการทำเสื่อกกจนถึงปัจจุบัน 2.2 กลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกเฉพาะสมาชิกที่สมัครใจ มีอายุงานต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปีและเต็มใจในการเข้าร่วมโครงการวิจัย ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามครบกระบวนการ ในช่วงเวลาหลังเลิกทำงานภาคบ่ายของวันที่ตอบแบบสอบถาม สามารถอ่านและเข้าใจภาษาไทย โดยทำการศึกษาในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 นิยามศัพท์เฉพาะ ความเมื่อยล้า หมายถึง อาการที่ผิดปกติเกิดกับร่างกาย มาจากโรคประจำตัวของแต่ ละบุคคล หรือลักษณะท่าทางการทำงานประจำวัน หรืออาการปวดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น โครงสร้างกระดูก และลักษณะความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นตามอวัยวะต่างๆ อายุ หมายถึง จำนวนอายุปีเต็มของคนงานทำเสื่อกก นับตามปีปฏิทินจนถึงวันที่ตอบ แบบสอบถาม ปัญหาสุขภาพ หมายถึง โรคประจำตัว หรืออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ซึ่งมีผล ต่อสุขภาพของคนงานทำเสื่อกก สภาพแวดล้อมการทำงาน หมายถึง ลักษณะท่าทางอิริยาบถในการทำงานแต่ละขั้นตอน การจัดเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูปวัตถุดิบ จนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของคนงานทำเสื่อกก โดยสังเกตกระบวนการทำงานด้านต่างๆ ได้แก่ จากสภาพทั่วไป จากท่าทางการทำงาน จากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และจากการยกของ ลักษณะความเมื่อยล้า หมายถึง อาการความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในบริเวณอวัยวะ ต่าง ๆตามส่วนของร่างกาย ที่เกิดจากการใช้งาน หรือมีความรู้สึกอ่อนล้า อ่อนแรง อ่อนเพลีย ในช่วงเวลาหนึ่งๆ เป็นประจำ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ระดับความเมื่อยล้า หมายถึง ระดับความรู้สึกที่มีต่อร่างกาย เกิดขึ้นในลักษณะหมดแรง อ่อนเพลีย ที่จะทำงานต่อได้ มีความรู้สึกต้องการพักผ่อน หรือผ่อนคลายด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อหยุดพักการทำกิจกรรมที่จะต้องใช้แรงงาน โดยวัดจากแบบประเมินค่าดัชนีความไม่ปกติ (Abnormal Index) ใน 8 ด้าน ได้แก่ ( 1 ) ด้านความล้าทั่วไป ( 2 ) ด้านความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดและบาดเจ็บ ( 3 ) ด้านระดับความสนใจต่องานที่ทำ ( 4 ) ด้านความซับซ้อนของลักษณะงาน ( 5 ) ด้านความยากง่ายของการทำงาน ( 6 ) ด้านจังหวะการทำงาน ( 7 ) ด้านความรับผิดชอบในการทำงาน และ ( 8 ) ด้านความเป็นอิสระในการทำงาน ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1. ได้ทราบข้อมูลด้านความเมื่อยล้าและระดับความเมื่อยล้าของคนงานทำเสื่อกก เพื่อนำไปปฏิบัติในการแก้ไขพฤติกรรมในการดำรงชีวิตประจำวัน 2. ได้ข้อมูลปัจจัยแต่ละด้านที่มีความสัมพันธ์กับความเมื่อยล้า สำหรับวางแผนการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานในกลุ่มคนงานทำเสื่อกก 3. ได้ข้อมูลในการนำเสนอปัญหาความเมื่อยล้าจากการทำเสื่อกก ให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ในการจัดทำแผนด้านสุขภาพของประชาชน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563