สื่อธรรมะพ่อครู(อาสวะ อนุสัย) ตอน โทสะและโมหะ คือสิ่งไร้ประโยชน์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.74 KB
วันที่แก้ไข4 กันยายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาสวะ อนุสัย) ตอน โทสะและโมหะ คือสิ่งไร้ประโยชน์ _ผู้สงสัย...ฉันสงสัยว่ากิเลสของเรามี ราคะ โทสะ โมหะ ราคะก็มีกามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ ส่วนโทสะกับโมหะ ทำไมไม่มีรูป อรูปเหมือนราคะ ดิฉันเข้าใจว่า โทสะล้างได้ก่อนราคะเพราะเห็นโทษภัยก่อน แม้ระดับอาสวะและอนุสัยก็มีกามราคานุสัยอีก กามาสวะอีก พ่อครูว่า... โทสะกับโมหะนี่นะ มันไม่ต้องอาศัยเลยในชีวิตนี้ โมหะคือความสับสนวุ่นวาย ที่นี้คุณเองคุณตัด โมหะมาอยู่กับหมู่ตัดโมหะได้ง่าย บอกเคล็ดลับ คุณอยู่กับหมู่เอาหมู่เป็นหลักโมหะหายเลย อยู่กับหมู่ โทสะ คุณอ่านอาการมันให้ได้ อาการโทสะตั้งแต่หยาบถึงละเอียด ถึงละเอียดขนาดไหนมันไม่มีประโยชน์เลย คุณอ่านให้เจอเลยถ้าเจออาการของโทสะ อาการกลางอาการละเอียดนิดน้อยขนาดไหนก็แล้วแต่ เอามันออกหยุดมันได้ทันทีเลย คุณไม่ต้องไปหาเหตุผล คุณไม่ต้องไปตอแยอะไรกับมันเลยตัดออกไปจากจิตให้ได้เลย อาตมามีโศลกสอนไว้เยอะเลย ส่วนราคะกับโลภะ มีประโยชน์ ราคะตัดได้ก่อน ราคะเป็นรส โลภะเป็นตน หมดราคะแล้ว เหลือตน คุณหมดกามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ คุณจะมีตน กามภพ หมดแล้วเหลือรูปภพ อรูปภพ นี่แหละคือตน ที่จะมีรายละเอียดเรียนรู้ไปหาอนุสัย ภวราคะอยู่ในกามภพ แต่ภวานุสัยอยู่ในเรื่องของอัตภาพ เรื่องอัตตา กาม กับ อัตตา พระพุทธเจ้าแบ่งไว้ใน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อัตตาจะไปเหลือรูป อรูป เหลือภพชาติที่ลึกซึ้งละเอียดเข้าไปอีก เพราะว่าราคะนี้อยู่ตัวปลายของอนุสัย เป็นภวานุสัย หมดแล้วจึงหมดภวานุสัย เป็นตัวที่ 6 ของอนุสัยเลย แต่ในอาสวะ ภวราคะนี้แค่เป็นตัวที่ 4 มันมีอาสวะต้น แล้วมี ภวราคะ เป็นรูปราคะกับอรูปราคะ ใน 4 ใน 5 นี้ เพราะฉะนั้น นี่แหละคือความสลับไปสลับมาของสภาวะธรรมที่ลึกซึ้งซับซ้อน ไม่ใช่เป็นเรื่องตายตัวเส

อ่านต่อ

มอไป ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องสับสนแต่เป็นลำดับมีขั้นตอนแต่มัน คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) เรียนแล้วได้ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ ได้แล้วดีได้แล้วพ้นทุกข์พ้นสุข ไม่ใช่ดีชั่ว ดีชั่วเป็นโลกียะ แต่หมดความทุกข์ความสุขเป็นโลกุตระ หมดแล้วก็ยืนยันทำแต่ดีความสุขความทุกข์หมดไปด้วยสุดท้าย พระอรหันต์ขึ้นไปหมดความสุขความทุกข์แล้วก็ทำแต่ดี หมดแล้วสลายจิตนิยามเป็นอุตุธาตุได้เลยไม่วนเวียนมาเกิดแล้วโลกนี้ พระเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้กลับมาได้อีกเป็นอิสระสูงสุด มีตัวเราเป็นเจ้าของตัวเราไม่ใช่พระเจ้ามาเป็นเจ้าของตัวเรา นี่คือศาสนาพุทธและยืนยันพิสูจน์ได้ด้วย จนกระทั่งแยกธาตุไปไม่ต้องให้พระเจ้าจัดการ นี่คือการยืนยันไม่ใช่ไปยกตนข่มศาสนาเทวนิยม แต่เป็นวิชาการเป็นความรู้ที่แท้จริงที่กำลังแจกแจงเขียนเป็นหนังสือหนังหาขยายออกไป เพราะฉะนั้นศาสนาที่ยังเป็นเทวนิยมยังเป็นพระเจ้าอยู่ เราก็ขออภัยเขาที่ต้องพูดวิชาการ ไม่ใช่ไปลบหลู่ดูถูกอะไร คุณมีสิทธิ์ไม่เชื่อไม่รับไม่เอาไม่มีปัญหาอะไร แต่ใครที่ศึกษาต้องการสัจธรรมจะมาพิสูจน์อยู่ก็มาไม่มาพิสูจน์ก็ได้อย่างนี้เป็นต้น สรุปแล้วราคะ โมหะ มาอยู่กับหมู่ฝากตนกับหมู่ก็หมดโมหะได้ โทสะ หยาบกลางละเอียดอย่างไรเอาออกไปได้เลย แต่ราคะ โลภะนี้เรามีอาศัย แต่เราอาศัยไว้เพียงเพื่อช่วยผู้อื่น พูดไม่ใช่แค่ภาษาแต่เป็นจิตที่สะอาดปราศจากกิเลสจริงๆ เราจะเรียนรู้สภาวะหมดอัตตาตัวตนจริง 620902_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 67

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน