สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะ 5 ระดับ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข4 กันยายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะ 5 ระดับ _สมณะมือมั่น...พ่อครูได้เล่าถึงการแต่งเพลง เพลงแรกที่พ่อครูแต่ง คือเพลงผู้หลอกลวง ประวัติของเพลงนี้ไม่มี อยากจะทราบความมุ่งหมายในการแต่งเพลงแรก ว่าเพลงผู้หลอกลวงแต่งไปเพื่ออะไรมีเนื้อหาอย่างไร เพราะว่าชีวิตของเราเกิดมาในโลกนี้ทั้งถูกหลอกลวงและหลอกลวงผู้อื่นปนเปกันไปมา แม้จะมาทางธรรมะก็ถูกหลอกลงไปนั่งหลับตาเสีย ตอนนั้นพ่อครูอายุ 14 ปีเอง อยากจะทราบ พ่อครูว่า...อย่าเลย..1. มันเป็นเรื่องโลกีย์เรื่องโลกๆ 2.มันก็ไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย ตอนนั้นก็บันทึกไว้ อาตมาบันทึกไม่เต็มเท่าไหร่ แต่พอจะดึงเอามาได้ แต่ก็ไม่น่าจะเอามาทบทวนอะไร 1 มันยังเด็ก และลีลาของเพลงก็ไม่ได้ไพเราะลึกซึ้งอะไรเท่าไหร่ เป็นเรื่องของโลกีย์ ผู้หลอกลวงก็เป็นเรื่องของคนโลกๆ ตอนนั้นยังเด็กอยู่อายุ 14 ตอนนั้นอาตมามีแฟนตอนอายุ 14 ตอนนั้นเรียนม. 6 เรียนอยู่ 2 ปี มันจะโตเกินวัยหรือเปล่าก็ไม่รู้ มีความคะนอง ขี่จักรยานผ่านหน้าโรงเรียนนารีวันละ 5 รอบ เป็นไก่แจ้ เป็นอารมณ์ของเชิงนักประพันธ์นักฝันเฟื่อง คนเราก็มีความทุกข์ความสุขความจริงความหลอกอะไรกัน ก็จึงมีไอเดียมีความคิดแต่งเพลงผู้หลอกลวง ก็มีเนื้อหาอย่างนี้ เพลงที่จะเป็นเชิงเนื้อหารักใคร่ก็ที่เอามาใช้ก็มีเพลงธารสวาท นอกนั้นก็เป็นเชิงโลกุตตระ อาตมาก็ไม่ได้ทำมากมายแต่งเพลงก็ประมาณ 100 กว่าเพลง เขาแต่งกันเป็นพันเพลง มีนักประพันธ์ศิลปินแห่งชาติ บางคนแต่งไม่ถึงร้อยเพลง แต่มีฝีมือก็ได้เป็นศิลปินแห่งชาติก็มี ก็เป็นศิลปะชนิดหนึ่งใน 5 แขนงของศิลปะ วรรณกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และวรรณกรรมดนตรีและเพลง มี 5 แขนงที่เป็นราก นอกนั้นก็ขยายออกไปมากมายหลายสาขา และมีลักษณะมอมเมาทางความคิดเยอะแยะมากมายหลอกลวงกันขายใ

อ่านต่อ

นราคาเป็นพันล้านก็มีดูแล้วไร้สาระจริงๆเลย คนเรายิ่งโง่ยิ่งดักดานเข้าไปพูดแล้วก็เหมือนกับไปหาศัตรูไปว่าเขาข่มเขา ถึงต้องปล่อยไปตามยถากรรมก็แล้วกัน เราก็ทำหน้าที่ของเราไป เพื่อนๆที่อยู่ในวงการของศิลปะแล้วมันไม่เป็นศิลปะอาตมาก็ว่า ระดับที่มันยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ก็ว่าดี แต่ที่มันใช้ประโยชน์ไม่ได้ เป็นความมอมเมาอาตมาก็ว่าเขา ผู้ที่โด่งดังได้เงินได้ทองหากินอยู่ด้วยสิ่งเหล่านี้เขาก็รู้สึกไม่ชอบอาตมาไปทำลายสิ่งที่เขายึดถือเขาร่ำรวยเขาเด่นดังกันทั้งนั้น แล้วอาตมาไปทุบหม้อข้าวหม้อแกงไปฉีกหน้าเขา เขาก็ไม่ชอบ ในพวกโลกียะ แต่พวกที่มีปฏิภาณปัญญาก็จะรู้ว่าอาตมาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายไปทำร้ายเขา มันมีเรื่องธรรมะของชีวิต ก็มีคนที่พอเข้าใจได้เป็นศิลปินเป็นผู้ที่หากินทางร้องทางรำทางศิลปะ อาตมาก็แบ่งลักษณะของศิลปะเป็น 5 ประเด็น ลามก ราคะ สาระ ธรรมะ โลกุตระ ลามก เป็นกามจัดจ้าน เป็นโทสะจัดจ้าน แบบโลกียะ โมหะก็ซับซ้อนวุ่นวาย จนรู้ไม่ทันได้ ถูกหลอกซ้ำซ้อน จัดไปต่ำที่สุดคือ อบายมุข ราคะ คือ ก็ระดับการละเล่นและการบันเทิง ทุกวันนี้ก็ยังเด่นดังอยู่ในโลก ยังมีตุ๊กตาทองยังมีเหรียญทองอะไรต่ออะไรกันอยู่ บำเรออารมณ์กิเลสซึ่งเป็นอุปาทานทั้งสิ้น เป็นความสุขเป็นทุกข์เป็นความเอร็ดอร่อยเป็นโลกียะจัดจ้านจึงเรียกว่าราคะ ไม่ดูถึงขั้นขีดที่อย่างนี้เรียกว่าลามก แต่ที่เรียกว่าลามกกึ่งราคะว่าศิลปะ ซึ่งมันไม่ใช่ศิลปะเลยทั้งลามกและราคะไม่ใช่ศิลปะไม่ใช่สาระเลย แต่เขาก็บอกว่ากึ่ง ลามกกับราคะนี่แหละคือศิลปะ นี่แหละเป็นการหลอกคน แม้แต่สายทางซาดิสซึ่ม ชกต่อยรุนแรงเอาชนะคะคานกันด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทั้งๆด้านการชกมวย สมัยโบราณมีศิลปะการต่อสู้ สู้กันแทบตายข้างหนึ่งเลยแล้วโชว์ว่าเป็นพระเอก แต่เดี๋ยวนี้เข้าใจกันได้บ้างแล้ว ทุกวันนี้โลกทั้งโลกแสวงหาโลกุตระ แต่เขาไม่รู้ว่าอยู่ในเมืองไทย ชมพูทวีปตอนนี้อยู่ในเมืองไทยแล้ว อินเดียเป็นสายเทวนิยมที่อยู่ในสายศรัทธาลึกมาก จึงนิ่งและสงบ เรียบร้อยได้ทั้งๆที่มีพลเมืองมาก เดี๋ยวนี้ระหว่างจีนกับอินเดียไม่รู้ใครมากกว่ากัน อินเดียทางสงบ ในจีนนั้นเป็นเชิงฉลาดแต่เป็นแบบโลกีย์ จีนเป็นต้นฐานของปราชญ์ทางเฉลียวฉลาดแต่ยังไม่ใช่โลกุตระ แต่ก็ยังเป็นโลกีย์ไม่หมดกิเลส เป็นแต่เพียงว่าพักกิเลสไว้ใต้ก้นบึ้งของอนุสัย เสร็จแล้วก็เอาจิตดี จิตที่เป็นกุศล จิตใจที่เฉลียวฉลาดทางโลกียะ มาใช้ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ในโลก มันไม่ได้เลวร้ายรุนแรง แต่มันไม่มีทางออกทำให้จิตที่มีกิเลสนี้ตาย ดับ จนกระทั่งกิเลสหมดไปจากจิตจริงๆ เป็นโลกุตระ ยังไม่มีทฤษฎีโลกุตระ พูดไปนี้ฟังพอเข้าใจแต่ยังไม่รู้สภาวะจริงจะเข้าใจรู้สภาวะจริงไม่ง่าย ให้ไปทำอีกยังไม่ง่าย แต่ทำได้ ถ้าเป็นทฤษฎีที่เป็นสัจธรรมพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อาตมาก็เอามาใช้แล้วเอามาให้ศึกษาเอาของพระพุทธเจ้ามา อาตมาเป็นผู้ที่สืบทอดธรรมะพระพุทธเจ้าตัวจริง ก็ยืนยันเปิดเผยหมดทุกอย่างแล้ว ใครไม่เชื่อไม่มีปัญหาแต่อาตมาทำหน้าที่บอกความจริงไป มีหน้าที่รักษาขันธ์ให้ยืนนานเท่านั้น ใครติดตามได้ก็ตามไป มันไม่ได้ทุกข์ 2. มันไม่ได้ชั่วแล้ว 3.มันเป็นไปได้จริง 4. เป็นประโยชน์ต่อ มนุษยชาติ และมีข้ออื่นอีก สถิติพ. ศ. 2560 ประชากรประเทศอินเดีย มี 1,339 ล้านคน ประเทศจีน มีประชากร 1,386 ล้านคน ประเทศจีนมีมากกว่านิดหน่อย ตอนนี้บัญชีของโลก พวกเรานี่แทบจะมีชื่อในบัญชีของโลกทุกคน ใครที่มีความดีความเด่นอะไรเขาก็บันทึกเอาไว้กันหมด เดี๋ยวนี้มีเครื่องไม้เครื่องมือดีค้นหาได้ จึงเป็นเรื่องที่จะเจริญขึ้นไปอีกอาตมายังเดาไม่ออกว่าอีก 30 40 ปี ข้างหน้าต่อไปเทคโนโลยีจะทำให้เรารวดเร็วง่ายสะดวกกว่านี้เท่าไหร่ ซึ่งมันจะทำให้คนมักง่ายและเป็นคนใจเร็ว เป็นคนที่ไม่ละเอียดลออ 620902_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 67

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน