สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน กล้าแสดงออกถึงความรักแม่อย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน กล้าแสดงออกถึงความรักแม่อย่างไร _ถ้าลูกอยากกล้าแสดงออกกับแม่ ลูกต้องทำอย่างไรเหรอคะหลวงปู่ ดูเหมือนว่าลูกกับแม่ไม่เหมือนแม่ลูกกันเท่าไหร่ หนูเขียนถามหลวงปู่มาหลายครั้งแล้วแต่หลวงปู่จับไม่โดนสักที สาธุขอให้จับได้เถิด พ่อครูว่า...เราก็อะไรที่เป็นความดีงาม อะไรที่เป็นความบริสุทธิ์ใจ ที่จะมีต่อแม่มีต่อพ่อแม่ เราก็ดูการแสดงออก 1 ความจริงใจ 2 เป็นความดีงาม ถ้ายิ่งเป็นเรื่องโลกุตตระด้วย เราจะแสดงออกในเรื่องโลกุตระ แล้วเราจะอธิบายกับพ่อแม่อย่างไร เราก็แสดงออกสิ เราต้องดูให้ได้ว่านี่เป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งไม่ดีอย่าไปแสดงออกกับพ่อแม่จะเป็นความโกรธจะตีจะทำร้ายที่ไปทำชั่วกับพ่อแม่อย่าไปทำ จะไปแสดงออกทำไม ต้องแสดงออกความดีงาม ความชั่วร้ายเลวร้ายรุนแรงที่ไม่มีประโยชน์ เราพยายามเรียนรู้ตัวเหตุของมัน แล้วจัดการฆ่ากิเลสนั้นเสีย มันจะได้ไม่ต้องแสดงออกไม่ว่ากับใคร กับพ่อกับแม่ยิ่งไม่ควรทำ กับคนอื่นก็ยังไม่ควรทำทั้งนั้นสิ่งที่ไม่ดี ต้องทำลายเหตุมันเสียให้ได้ที่อยู่ในตัวเรา สิ่งไม่ดีเรียนรู้เหตุมัน แล้วกำจัดเหตุมันให้ได้ในตัวเรา ไม่ต้องไปแสดงออกกับใคร สงวนไว้ความชั่วความเลวความไม่ดีความเลวร้าย ต้องฆ่ากิเลสเป็นเหตุให้หมดหมดแล้วมันก็ไม่เป็นแสดงออกกับใคร เราจะแสดงอย่างไร สิ่งที่จะแสดงออกถ้าเป็นความดีงามจริงใจบริสุทธิ์ ยิ่งถ้าเป็นโลกุตระแสดงออกเถอะ กับพ่อแม่ อย่าไปกลัว กล้าแสดงออก อย่างหลวงปู่นี้กล้าแสดงออกถึงเรื่องโลกุตรธรรม แม้มันจะไปกระทบใจใคร มันจะไปดูถูก คำว่าดูถูกนี้คือดูถูกจริงๆไปดูถูกเขา ก็ต้องจำนน หลวงปู่ก็ต้องจำนน ก็ต้องกระทบกับเขาเพราะพูดสิ่งนี้แสดงสิ่งนี้ออกไปมันก็โดนเขาเต็มๆ ก็ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร ก็ต้องทำอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งแน่นอน เราไปกระทบเข
อ่านต่อ
า เขาก็ไม่ชอบใจ จิตวิญญาณเขาก็ถือสาพยาบาท เราก็ไม่สามารถรู้กับเขาได้ ว่าเขาพยาบาทมากหรือน้อยหรือไม่พยาบาทเลยก็ยิ่งดี แต่เราก็บังคับเขาไม่ได้ มันก็มี Action Reaction ในโลกเป็นธรรมชาติ หากเราจะพูดแล้วไม่กระทบกับใครเลย แล้วจะพูดหาอะไรที่ด้ามยาวไปทำไม แม้แต่พูดการชมก็กระทบกันอยู่ดี แล้วคนที่เขามีอุปกิเลสดื้อดึงดัน ก็คือกิเลสตั้งแต่ระดับถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ นี่คืออุปกิเลสตัวปลาย คนหยาบจะมาเป็นตัวต้น ดื้อดึงดัน คนว่ายากสอนยากนี่แหละสุดยอดเลย ยึดมั่นถือมั่นในตัวกูเอง ดันทุรังไม่ใช่ดันสุรัง ถัมภะ คือ ดื้อดึงดัน, สารัมภะ หยิ่งผยองในตนว่าข้ารู้ก่อน สิ่งเหล่านี้ก็เป็นมานะ เป็นการถือดีเป็นการถือตัว อติมานะ หนักเข้าไปอีกเลย คนนี้ก็เลย มทะ อยู่กับโลกที่เมามาย สุราเมรยมัชชะ นี่ก็เมา จบด้วยปมาทะ คนเหล่านี้จึงอยู่ด้วยความประมาททั้งสิ้น ความประมาทเป็นสุดยอดของอุปกิเลส 16 เลย ข้อสุดท้ายของอุปกิเลส เลวร้ายรายละเอียดที่สุด ปมาทะ เป็นกิเลสที่หยาบที่สุด และละเอียดที่สุด620902_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 67