สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน รู้ได้อย่างไรว่าตนเป็นอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข4 กันยายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน รู้ได้อย่างไรว่าตนเป็นอรหันต์ พ่อครูว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก รายการนี้พูดคุยตามประสาพ่อๆลูกๆ หลานๆ เหลนๆ หากอาตมามีลูกก็น่าจะอายุ 68 ปีแล้ว เดี๋ยวนี้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่นะ เป็นเรื่องของวิบากคน เล่นตลกกับคนเยอะ อาตมาก็เผชิญกับวิบากเป็นไป ก็ได้รู้ความจริงของตัวเองว่าจิตของเรามีจิตที่ดี ดีอยู่ตลอด แต่ว่ารักโลภโกรธหลง ก็เป็นสิ่งที่ได้พิสูจน์ตามวิบากเห็นเลยนะว่าเป็นคนจิตดี นี่ไม่ได้พูดด้วยความหลงตัวเอง แต่เอาความจริงวิชาการมาพูด เพราะว่าทุกวันนี้อาตมาพูดแต่ความจริง แต่คนเขาก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เชื่อ อาตมาก็ยืนยันว่าพูดแต่ความจริง อย่างอาตมาบอกว่าอาตมาเป็นอรหันต์ เขาก็ไม่เชื่อกัน ซึ่งอาตมาก็ไม่มีปัญหาเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าอาตมาพูดความจริง ก็ยืนยันว่าตัวเองเป็นอะไร อรหันต์ต้องดูตามอย่างที่อาตมาเป็น ดูให้ละเอียด อรหันต์เก๊ นั้นมีลักษณะอย่างไร ทุกวันนี้อาตมาสบายใจเพราะเอาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ยังดีเอามายืนยันอ้างอิงได้ชัดเจนเลย ซึ่งมันเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่อง อย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) คนถามว่าอาตมารู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเป็นอรหันต์ ถ้าหากอาตมาไม่มีความจริงเหล่านี้ในตัวเองแสดงความจริงอรหันต์ แล้วจะบอกความจริงว่าตัวเองเป็นอรหันต์ได้อย่างไร พูดได้อย่างอาจหาญแกล้วกล้าจริงจังคมชัดแข็งแรงไม่มีเหยาะแหยะ ไม่มีโป้งป้างเวอร์ๆเหมือนอย่างมหาบัวว่า ผู้มีปฏิภาณฟังให้ดีๆจะเข้าใจลักษณะ ภาษากับสภาวะ ศึกษาดีๆแล

อ่านต่อ

้วจะรู้ ขออธิบายนิดนึง ว่า อาตมารู้ว่าตัวเองเป็นอรหันต์ได้อย่างไร พูดเป็นภาษาธรรมดานะ อาตมารู้ได้ว่าอาตมาเป็นอรหันต์เพราะว่าอาตมาอ่านใจตัวเองเป็น อ่านใจตัวเองออกถึงอาการจิตเจตสิกรูปต่างๆ กามจิต รูปจิต อรูปจิตต่างๆ เข้าใจอ่านออกเลยว่าโลกของกามเป็นอย่างไร รูป อรูปเป็นอย่างไร แล้วชาตินี้มีลิงลมข้าวพอง ก็มีอยู่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ความโกรธตั้งแต่เป็นฆราวาสนั้นไม่มี แต่มีกามบ้าง ก็เป็นอีกคู่รัก ตัดเสร็จแล้วต้องเผชิญกับวิบาก ก็ยิ่งเห็นเป็นนิทาน เป็นเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ให้เราเห็นชัดเจนจริงๆเลยว่าจิตใจของเราเป็นจิตที่ได้ฝึกมาดีแล้วมันก็ดีต่อไป อาตมาก็ไม่ได้รู้ตัวเองก่อนหรอก แต่มันเป็นอย่างนั้น ยิ่งผ่านมาถึงปัจจุบันนี้ 40 กว่าปีแล้ว จิตใจที่ไม่มีกิเลส กิเลสเป็นอย่างไรก็รู้จักอาการกิเลสหยาบกลางละเอียด รู้จริงๆว่าเราไม่มีอาการอย่างนี้ มันมีนิดๆหน่อยๆเป็นลิงลมอมข้าวพอง แต่เป็นของคนอื่นเขามีอย่างหยาบเรามีเล็กๆน้อยๆอย่างว่า มันจึงไม่มีวิบากในชาตินี้ที่ต้องพัวพันจนไม่มีใครปล่อย ทั้งสายราคะทั้งสายโทสะ อาตมาก็ทำได้โดยไม่ยาก ง่าย แต่ละคนแต่ละคนที่ผ่านมาพัวพันเกี่ยวข้องกัน มันไม่มีอะไรรุนแรงไม่มีอะไรโหดร้าย ไม่มีอะไรที่จะต้องมาไม่ได้ ก็มาได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก นอกจากจุดที่มีกิเลสก็รู้แล้วเราก็ทำจิตใจของเราไม่ให้มีกิเลสได้ จิตที่จะแบ่งโลกุตระแบ่งโลกียะ เราก็ชัดเจน ซึ่งทุกวันนี้เขาไม่รู้กัน เขาแบ่งไม่เป็นจิตใจแบบโลกุตระเป็นอย่างไรเขาอธิบายไม่ได้ด้วยโลกียะเป็นอย่างไร แบ่งมโนปวิจาร 18 18 อาตมายิ่งชัด นำมาอธิบายให้พวกเราเข้าใจแล้วปฏิบัติได้ด้วย แล้วความเป็นอุเบกขา 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา อาตมาก็เอามาอธิบายยืนยัน แม้แต่ศึกษารูปนามศึกษาวิชชาจรณะ 15 จรณะ 15 วิชชา 8 แบ่งเป็น ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นอย่างไรชัดเจน อาตมาก็เอามาอธิบายตามที่มีความสามารถเก่งเท่านี้ และพยายามจะอธิบายให้ดีขึ้นอีก ในความเป็นปฏิจจสมุปบาทเป็นอย่างไร อวิชชาและมีสังขารเป็นวิญญาณต้องเรียนรู้เรื่องนามรูป นามรูปจะเกิดได้ต้องมีเวทนา ก็ศึกษาขยายเวทนา เป็นเวทนา 108 ก็จะรู้จักกายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขารอย่างชัดเจน แล้วเราก็รู้ถึงภพชาติ แม้แต่ชาติ 5 ชาติ สัญชาติ โอกกันตะ นิพพัตติ อภินิพพัตติ อาตมาก็ชัดเจนเอามาขยายให้ฟังแยกโลกียะแยกโลกุตระ ถ้าสามารถจะแยก เคหสิตเวทนากับเนกขัมสิตตเวทนา เราก็จะสามารถทำนิพพัตติ อภินิพพัตติได้ หยั่งลงจนถึงที่สุดเป็นอรหันตผล อาตมาชัดเจนเอามาอธิบายได้ และอธิบายไปยิ่งชัดเจนในตนเอง อธิบายไปก็ไม่ใช่ไม่มีคนรู้เรื่องเลยมึนตื้อ แต่กลับกลายว่ามีคนเข้าใจได้ แม้ในยุคกึ่งพุทธกาลมันเสื่อมไปแล้วอาตมาก็เอามายืนยันได้ อาตมาเป็นสยังอภิญญา เป็นสัตบุรุษผู้นี้ที่เป็นไก่ตัวพี่เจาะกระเปาะไข่ออกมาได้ แล้วเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศอธิบายได้ อาตมาก็ประกาศว่าโพธิสัตว์ผู้พี่อยู่ที่ไหนมาหาน้องหน่อย ถ้าเป็นโพธิสัตว์ด้วยกันก็จะอธิบายได้เหมือนกัน ถ้าเป็นผู้พี่ในยุคนี้ก็ต้องทำได้ยิ่งกว่าอาตมา มีหมู่กลุ่มมีผู้ที่บรรลุธรรม อธิบายโลกุตระชัดเจนได้เด่นกว่าอาตมาใช่ไหม แต่นี่ก็ไม่เห็นมีใคร อาตมาก็ไม่ได้มาหลงตัวตนอยู่คนเดียว ว่าตัวเองเล่นคนเดียวไม่มีใครเหนือ ก็เหนือได้แต่อยู่ที่ไหนล่ะในยุคนี้ กาละนี้อยู่ที่ไหน ที่พูดไม่ใช่ท้าทายแต่พูดความจริงให้กันฟัง รู้จักจิตเจตสิกต่างๆกิเลสมีหรือไม่มีแล้วมั่นใจว่าจะอยู่ให้นาน ๆ เพื่อให้พวกคุณหรือใครๆก็แล้วแต่พิสูจน์อาตมา พิสูจน์เลย เอาตำรามากาง วัดไปเลย ยืนยันเทียบอาตมากางพระไตรปิฎกใส่เลย อาตมาเพิ่งเห็นจริงว่าสัตบุรุษอธิบายสัจจะพระพุทธเจ้านี้ยังมีอยู่ ตราบใดยังมีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ ตราบนั้นโลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ ก็เข้าใจเห็นจริงพิสูจน์ดู อรหันต์เป็นอย่างนี้ ไม่ได้ปิดบังไม่ได้อำพราง แต่ก็ค่อย ๆ เปิดเผย ขณะนี้ในพวกเราก็มีอรหันต์เป็น ๆ อนาคามี อรหันต์จริงๆก็มีหลายขั้น อรหันต์ในพระโสดาบันอรหันต์ในพระสกิทาคามี อรหันต์ในพระอนาคามี อรหันต์ในอรหันต์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดมาเป็นคนไม่มีอะไรเจริญสูงสุดเท่ากับทิศทางที่พระพุทธเจ้าค้นพบ เพราะว่าพระพุทธเจ้าศึกษาความเป็นคนกับความเป็นมนุษยชาติ ก็เอามาสอนเรื่องเท่านี้แหละมันครอบคลุมทั้งหมด เป็นคนที่เป็นคนประเสริฐเป็นอริยบุคคล จะเป็นคนที่มีความรู้ของโลกความรู้ของอะไรต่ออะไรที่จะเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้ คนไหนถนัดอะไรก็ยังทำอยู่ แม้จะถนัดหลายอย่าง เราก็เลือกเอาอย่างที่คนอื่นเขาไม่ถนัดเท่าเรา หรือไม่เก่งเท่าเราหรือเป็นเรื่องที่จำเป็นในโลกที่เราจะต้องเอาอันนี้มาทำให้แก่โลก เราก็เลือกอันนั้นทำไปแม้จะยากอย่างไรก็ตาม อย่างเช่นอาตมามาเลือกทิศทางในการสอนโลกุตระกอบกู้มนุษยชาติทำได้ยากมากถึงยากที่สุด ถ้าให้อาตมาออกไปหาเงินออกไปสร้างกิจการโดยเฉพาะทางธุรกิจ ทุกวันนี้ชัดเจนโลกทั้งโลกโลกของบันเทิงธุรกิจรวยและ รวยง่าย ได้อาตมาทำได้ แต่ไม่เอา ไม่ใช่ว่าไม่มีฝีมือ แต่มี มีตัวอย่างพอได้ ก่อนอาตมาบวช ได้สั่งตำราทางดนตรี ทางเมืองนอกมา จะเอาถึงวงคลาสสิกเลย เอา pop jazz ไปถึง classic มีทุกขั้น ตั้งใจอย่างนั้นเลย แต่ไปเห็นว่าทางโน้นให้เขาไปกันเถอะเขามีคนทำอยู่ทางโน้นไม่ต้องไปแย่งเขา เขาทำได้ ดีไม่ดีหลายคนเขาทำได้เก่งกว่าอาตมาได้ขนาดนี้แล้วอาตมายังจะต้องไปฟื้น อาตมาก็มาเอาทางนี้ดีกว่าหลายๆอย่าง อาตมาพูดด้วยศัพท์ทางโลกว่าอาตมาถูกหักแข้งหักขาไว้ ไม่ให้ไปแสดงอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชทางด้านอื่น ไม่ใช่ว่าไม่เคยเก่งอย่างนั้นไม่เคยรวยทางนั้น เคยมาแต่ว่าอย่าเลย หยุดแล้ว มาทางนี้ดีกว่าทางนี้ไม่มีใครทำ มาทางนี้เถอะ อาตมาจึงเลือกมาทางนี้ และก็ได้ประโยชน์ได้ผลจริงๆ การที่จะเอาเด็กตัวแค่นี้มาฟังธรรมะ 2 ชั่วโมงแล้วเป็นธรรมะโลกุตระด้วยนะ ใครจะทำได้อย่างนี้ก็เอาลองดูกันบ้าง ไม่ใช่อาตมาเก่งนะ แต่เด็กพวกนี้เขามีบารมี เขามีของเขามา ถ้าไม่เช่นนั้นไม่อยู่อย่างนี้ได้หรอก ป่วน กว่าจะ 2 ชั่วโมงป่วนแน่ แต่นี่ไม่ สงบเรียบร้อย ไม่เหมือนผู้ใหญ่บางที่ ฟังชั่วโมงแรกก็ยังได้ฟัง 2 ชั่วโมงก็ชักจะทยอยออกไป ตอนแรกก็มีสัก100 คนเมื่อบรรยายไปตอนสุดท้ายเหลือ 10 คน แต่ของเราบรรยายไปตอนแรกมีน้อยแต่ตอนหลังก็แน่นขึ้นอันนี้เป็นเรื่องจริง 620902_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 67

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน