สมาธิ 4 ที่มี มรรค 4 ผล 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
สมาธิ 4 ที่มี มรรค 4 ผล 4 _พ่อครูว่า... สมาธิ 4 ที่มี มรรค 4 ผล 4 สมาธิที่จะหลุดพ้นมรรค 4 ผล 4 ก็ต้องมีสัมมามรรค สัมมาผล จะได้คุณต้องปฏิบัติอย่างจรณะ 15 วิชชา8 ก็จะเกิด แล้วจะเกิดปัญญา 8 คุณจะเกิดสัมมาสมาธิ หรือ เกิดสมาหิโต อาตมาอธิบาย จิตวิญญาณหรือแม้แต่คำว่า สมาธิของ พระพุทธเจ้า ทุกวันนี้ไม่มีใครเอาคำว่า สมาหิโต อธิบายอย่างอาตมาหรอก เพราะว่าเขาไม่รู้ เขาลืมเลือนหรือว่าเขาเข้าใจไม่ได้ไปแล้ว อาตมาเข้าใจได้และทำได้ จึงได้เอามาพูด มาสาธยาย เพราะอาตมามีความจริงมีของจริงอันนี้ จึงเอามาอธิบายได้ ถ้าคนไม่มีความจริงของจริงของสมาหิโต พูดไม่ได้ อธิบายไม่ได้ คุณก็ได้แต่อธิบายสมาธิไปต่างๆนานา ที่ไม่ใช่ สมาหิโต พูดอธิบายและยืนยันอ้างอิงหลักธรรมพระพุทธเจ้าแล้วว่า สมาธิเป็น สมาหิโต ต้องเกิดจากเจโตปริยญาณ 16 เพราะต้องรู้จริงเลย ใน สราคะ สโทสะ สโมหะ แล้วต้องปฏิบัติ สัมมามรรค สัมมาผลจริง จึงจะเกิด วีตะราคะ วีตะโทสะ วีตะโมหะ ถึงจะไม่มีราคะ โทสะ โมหะ กันได้จริงๆไปตามลำดับ สังขิตฺตํจิตตํ วิกขิตฺตํจิตตํ มหัคตะ อมหัคตะ สอุตระ อนุตระ จนถึงขั้น สมาหิตะ อสมาหิตะ วิมุติ อวิมุติ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีเจโตปริยญาณ 16 จริง คุณมิจฉาทิฏฐิไปนั่งหลับตา พิจารณากายในกายคุณก็ไม่มี คุณก็ไปพิจารณา เวทนาในเวทนา ก็ไม่มี เพราะเวทนาจะเกิดต้องมีผัสสะเป็นปัจจัย ถ้าไม่มีผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาไม่เกิด ความรู้สึกไม่มี มีแต่ความรู้ในสัญญา ไม่มีเวทนามีแต่สัญญา สัญญา สัญญา สัญญา สัญญา คุณสัญญาอยู่คนเดียว คุณก็โมฆะหมดเลยจากคนอื่น เพราะคนอื่นไม่รู้เรื่องด้วยกับคุณ เพราะฉะนั้นสมาธิหลับตานี้หยุดทำได้เลยคุณเอ๋ย แหม ถ้าประเทศไทย นักปฏิบัติธรรมเอาชีวิตมาทิ้งในการปฏิบัติ ตั้งแต่เป็นเณรจนกระทั่งแก่อายุ 100 ก็มี ถ้าเข้าใจได้นะ
อ่านต่อ
ประเทศไทย โดยเฉพาะมาเข้าใจที่โพธิรักษ์อธิบายและเอาไปปฏิบัติให้สัมมาทิฏฐิได้ มีสัมมาผลได้ ประเทศไทยจะเจริญกว่านี้ ขนาดไม่มี อาตมาพามาทำสัมมาทิฏฐิได้ ยังจำนวนน้อยกว่าพวกหลงทางที่มีอีกเยอะเลย ก็เลยเพิ่มให้ประเทศไทยนี้ดีขึ้นอยู่บ้าง ยังดีที่ประเทศไทยเหลือเชื้อโลกุตระ และยังดำเนินมาต่อได้ พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ก็มาทำรูปธรรมของโลกุตระสำเร็จแล้ว ของท่าน 70 ปีอาตมาเข้ามาทำนามธรรมต่อ ท่านก็ทำกับคนไทยอาตมาก็ทำกับคนไทยเป็นหลัก ชาติอื่นประเทศอื่นนั้นไม่รู้เรื่องโลกุตรธรรมหรอก รับรอง พุทธธรรมไม่ได้ แต่คนไทยจะค่อยๆซึมซับ อาจจะไม่ได้ทันทีไม่รู้ทันที แต่ว่ามีออสโมซิสแน่ ซึมไหลเข้าไปโดยไม่รู้ตัวแน่
มรรค4 ผล 4 มรรค4 คือ โสดาปัตติมรรค สกิทาคามีมรรค อนาคามีมรรค อรหัตมรรค อรหันต์แปลว่า สูงสุด ยังไม่ถึงที่สุด ยังเป็น อรหัตตมรรค แล้วก็ผล สัมมาอีก 4 คือ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ไปตามลำดับ ผู้ที่เป็นโสดาบัน ต้องรู้จักกายเป็นเบื้องต้น ตาม สังโยชน์ ข้อที่ 1 ถ้ายังเข้าใจกายไม่สัมมาทิฏฐิ ยังไม่พ้นสักกยะทิฐิ สักกะ คือตัวตน ตัวเรา กาย คือสภาพ 2 ของรูปกับนาม ถ้าเข้าใจ กาย มีแต่รูปอย่างเดียว ไม่มีนามเข้าไปร่วมด้วยเลย เป็นวัตถุรูป ผิดเลย โมฆะเลย คนไทย แม้แต่นักปฏิบัติธรรมที่นั่งหลับตากันหมด ไม่มีกาย โมฆะแล้ว ไม่พ้นสักกายทิฏฐิ ข้อต้นแล้ว หรือแม้แต่พวกเรียนปริยัติอยู่ในเมือง จบเปรียญ 9 จบ ดร.ทางศาสนาพุทธ ไปเรียนมหาวิทยาลัยได้ ดร.ทางพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยเทวนิยมเขา มันจะได้อะไร เพราะพุทธไม่ใช่เทวนิยม ฟังให้ดีแล้วคุณจะได้เลิกคิดไปทำ ไปเรียนเอา ดร.พุทธศาสนาจากเมืองที่เขาเป็นเทวนิยม จะไปเอาจากต้นไม้แล้วคุณก็ขึ้นต้นตำแยแล้วอยากจะได้ลำไย ไปเอาลำไยจากต้นตำแย คุณก็ปีนแต่ต้นตำแย นึกว่าลูกตำแยคือลูกลำไย ระวังเถอะ คอจะคันแตกตาย เข้าใจดีไหมที่เปรียบเทียบให้ฟัง มันไม่ถูกฝาถูกตัวอะไรกันเลย ก็น่าเห็นใจที่โลกุตระธรรมมันไม่มีมานาน ทิ้งช่วงมา ขาดโลกุตรธรรมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มาถึงยุค 2,500 กว่าปีที่อาตมาเกิดนั้นมันไม่มีแล้ว โลกุตรธรรมมันไม่มีจริงๆ พูดได้อย่างนี้เลย อาตมามีโลกุตระธรรมมาแต่ชาติปางก่อน จึงมาสถาปนาเอาโลกุตรธรรมลงไปในหมู่พุทธศาสนิกชน ก็เกิดคนมีโลกุตรธรรมคือพวกอโศก คนอื่นๆก็อาจจะได้บ้าง ค่อยๆ อัญญธาตุ มาตามลำดับ ถ้าคนอื่นๆฟังธรรมะอาตมา ไปตามลำดับ มี อัญญธาตุ เกิน 60-70 เปอร์เซ็นต์ เขาจะกล้าประกาศตัว แล้วจะเข้ามาหรือแม้ไม่เข้ามาก็ตาม จะมีวิบากของใครของมัน คนมีวิบากอาจจะอยู่ข้างนอกแต่ชัดเจนในอโศก ไม่ได้ปฏิเสธยอมรับเลยว่าอย่างนี้ใช่ แต่เขายังมีภาระวิบากเป็นสัมภาระวิบาก ต้องอยู่ข้างนอก ก็มีได้ ถ้าไม่มีสัมภาระวิบากภายนอก ก็แน่นอน ต้องเข้ามาข้างในแน่นอน นี่อย่างพวกเรา อาจจะเข้ามาอยู่ บ้านราช แต่มันมีภาระ ก็ให้มันหมดไวๆ ขยายความเป็นปรมัตถ์ในเรื่องของ มรรค 4 ผล 4 เมื่อกี้กล่าวเริ่มต้นเป็นโสดาปัตติมรรค ต้องพ้นสักกายทิฏฐิ ถ้าเริ่มต้น กาย ก็มิจฉาทิฏฐิแล้วกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด ก็เป็นก้นกรวยที่ผิด แล้วก็เดินทางไปสู่ปากกรวย บานออกไปอย่างผิด บานออกไปใหญ่ไปเรื่อยๆเลย เพราะฉะนั้นต้องจับจุดที่จะต้องสัมมาทิฏฐิให้ได้จริงๆ คุณต้องเข้าหาผู้ที่สัมมาทิฏฐิจริง เพราะฉะนั้นคุณจะมารู้เองเลย หรือไปรู้จักผู้ที่ไม่รู้จริง อยู่นอกขอบเขตของผู้มีปัญญาจริง เช่น ปัญญา 8 ผู้มีปัญญาข้อที่ 1 คือพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของปัญญา ไม่ใช่เฉโกเลย หรือสัตบุรุษผู้ได้รับฟังจากพระพุทธเจ้ามาแล้ว สั่งสมปัญญามาแล้ว หรือ ผู้ที่ยังไม่เป็นสัตบุรุษเต็ม เป็นผู้ที่เป็นครู เป็นฐานะครู ที่สัมมาทิฏฐิแล้ว ก็ได้ ต้องมีกำกับว่าต้อง สัมมาทิฏฐิ แต่ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีสัตบุรุษ ไม่มีครูที่สัมมาทิฏฐิ คุณก็เริ่มต้นกลัดกระดุมเม็ดแรกที่มิจฉาทิฏฐิไปทั้งนั้น ต้องมีผู้ที่มีโลกุตรธรรมหรือสัจธรรมของพระพุทธเจ้า มาเป็นจุดเริ่มต้นก่อน แล้วจึงจะได้รับเชื้อต่อ ถ้าเชื้อนี้ไม่ต่อจริง คุณไม่ได้ เชื้อนี้จะต้องมาต่อจากเชื้อแท้ เพราะฉะนั้น ปัญญาข้อที่ 2 แม้คุณได้ฟังแล้ว คุณก็ต้องมาฟังให้บริบูรณ์ ต้องเข้ามาฟังแล้วฟังอีก ฟังแล้วฟังอีก ถามแล้วถามอีก ตามปัญญาข้อที่ 2 ต้องมาเคารพอย่างแรงกล้า รักอย่างแรงกล้า นับถืออย่างแรงกล้า กลัวอย่างแรงกล้า พระพุทธเจ้าใช้ภาษาถึงขั้นนี้ ติพพัง คือแรงกล้า ถ้าไม่แรงกล้า มันไม่พอ เหยาะแหยะไม่ได้ ใช้ความละอายอย่างเหยาะแหยะ ใช้ความเกรงกลัวอย่างเหยาะแหยะ ใช้ความนับถืออย่างเหยาะแหยะ ใช้ความเคารพอย่างเหยาะแหยะ มันก็ได้แต่เหยาะแหยะอยู่อย่างนั้น อยู่ไหนไม่รู้ ยิ่งกว่า สีลัพพตปรามาส อีก มันไม่ได้ ต้องเอาเต็มที่คืออย่างแรงกล้าเลย เมื่อเจอแล้วต้องเอา เจอแล้วมั่นใจแล้วต้องเอาอย่างพวกคุณนี้จึงได้ อาตมาพูดกันหมดแล้วว่าที่นี่คือที่จริง โสดาปัตติมรรคจริง โสดาปัตติผลจริง สกิทาคามีมรรคจริง สกิทาคามีผลจริง อนาคามีมรรคอนาคามีผลจริง อรหันตมรรค อรหัตตผลจริง เขาเข้าใจความจริงไม่ได้ เพราะ Concept สามารถที่จะรู้จัก เข้าใจอรหันต์เก๊ที่ถูกหลอกมานาน ตั้งแต่ยุคไหนไม่รู้จนมาถึงยุคนี้ถูกหลอกซับซ้อนหลงผิดไปไม่รู้กี่รอบ พอ เอาของจริงมาบอกก็บอกว่าไม่ใช่ เพราะฉะนั้นคนจะเกิดตาดี สามารถที่จะรู้จักสัตบุรุษ ยกพระพุทธเจ้าไว้ท่านไม่มีแล้ว แต่อาตมาประกาศตนว่า ตนเองเป็นสัตบุรุษด้วยเขาก็ไม่เชื่อ คนอื่นๆเป็นโพธิสัตว์มีอีกก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ มันก็ไม่ได้ ถ้าได้แล้วปัญญาข้อที่ 2 ก็มาฟังแล้วฟังอีก จึงจะรู้จักความสงบ 2 ประการในข้อที่ 3 650708 สัมมาสมาธิต้องเกิดจากจรณะ 15 วิชชา 8 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ