ชาวอโศกมีสัมมาทิฏฐิมีอนาคามีเป็นผลที่ควรได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชาวอโศกมีสัมมาทิฏฐิมีอนาคามีเป็นผลที่ควรได้ ทำทาน ที่จะเกิดบุญ พูดถึงตรงนี้ สัมมาทิฏฐิ หรือมิจฉาทิฏฐิ 10 ข้อที่ 1 ทานที่ไม่เป็นผล(นัตถิทินนัง) ข้อใดก็ทำไม่ได้ไม่ถูกไม่เป็นผลของศาสนาพุทธ เขาทำทานไม่ได้ฆ่ากิเลส ทำทาน แล้วมีแต่เพิ่มความโลภ ทำทานแล้วสาธุขอให้ได้บุญ บุญเป็นตัวช้างม้าหรือยังไง เป็นตัวแทนก่อนหรืออย่างไร บุญ คือพลังงานที่มันสลายกิเลส บุญเป็นสิ่งที่คนไม่ควรมีเลย แต่คุณยังมีกิเลสมันต้องใช้ มันเป็นอาวุธ มันไม่ควรมี อาวุธฆ่ากิเลส บุญน่ะ มันไม่ควรมี บุญนี่คือพลังงานที่ต่อเนื่องจาก ฌาน ฌานก็เป็นปัญญา ฌานไม่มีปัญญาไม่ใช่ ฌาน มีปัญญาก็มีฌาน ฌานคือพลังงานที่เผากิเลส พอเผากิเลสหมดก็ชื่อว่าบุญ อาตมามีสภาวะพวกนี้เอามาขยายความ อย่างไม่มีในตำรา ในอรรถกถาอาจารย์ต่างๆก็ไม่มี มีแต่ตำราของโพธิรักษ์ อธิบายสาระแก่นสารของพระพุทธเจ้าเลย ถ้าใครเข้าใจที่อาตมาพูดไป ฟังเข้าใจแล้วเอาไปทำก็เป็นพระอรหันต์ทำถูกต้องแล้วพากเพียรจริง นอกจากกิเลสมาก ชาตินี้ไม่ได้เป็นอรหันต์ อย่างน้อยก็เป็นอนาคามี อย่างชุมชนชาวอโศกนี้อาตมาบอกแล้วว่าเป็นชุมชนอนาคามี พวกคุณนี้อย่างน้อย เป็นอนาคามีเกือบทั้งนั้น เป็นแต่เพียงแลบเลียกิเลสกามบ้าง มันมีสัญญา ต้องแยก ความไม่ลืมในสัญญา ที่จริงคุณก็ไม่ได้มีรสชาติมีเรื่องมีราวอะไรมาก แต่คุณที่ยังมีก็ไม่ใช่อนาคามี แต่คุณได้แล้วในเบื้องต้น อบายภูมิไม่มีแล้ว พวกเรานี้โสดาบันเป็นเรื่องขี้ผงทั้งนั้นอย่างน้อยก็สกิทาคามี นี่อาตมาพูดจริงนะไม่ได้พูดเล่นแต่อย่าหลงตัวตรวจสอบให้ได้ ถ้ามันยังไม่ใช่คุณก็ต้อง เจียรกิเลสของคุณให้มันชัดเจน ว่า มันยังงมงาย โง่ ได้ไม่รู้ได้ ได้โสดาบันก็ไม่รู่ว่าโสดาบัน ได้สกิทาคามีก็ไม่รู้ว่าได้ แต่เขาไปเรียนกันไม่รู้ขั้นตอนหรอก ขออภัยที่อาตมาพูด เหมือน
อ่านต่อ
กับตีทิ้งดูถูกดูแคลนเพราะมันก็น่าดูถูก เพราะไม่เข้าเรื่องของศาสนาเลย มันเป็นเรื่องของเดียรถีย์ เป็นเรื่องของชาวนอกรีต อาตมาพูดให้เข้าเรื่องของพระพุทธเจ้าเพราะมันไม่ได้เรื่อง มันออกนอกเรื่อง พูดนี่ไม่ได้ดูถูกดูแคลนไม่ได้พูดเล่น มันบาปนะ ถ้าพูดผิด ไปว่าเขาอย่างไม่จริง สู่แดนธรรม...หากจะมาดูโลกุตระต้องมาดูที่อโศก พ่อครูว่า…พูดแล้วเขาจะหมั่นไส้ว่าหลงตัวเอง แต่มันน่าสงสารที่เขาถูกครอบงำอย่างผิดมา พูดแต่ความจริงใจจริงๆเขาน่าสงสาร ทำไมหลงยึดมั่นถือมั่นกันขนาดนั้น อาตมามันขี้เหร่มากเกินไปหรือยังไงพูดยังไงเขาก็ไม่ฟัง อาตมาว่าอาตมาก็ไม่ได้พูดจาขี้เหร่ขนาดนั้น หน้าไม่ได้ขี้เหร่ แต่มันพูดขี้เหร่ พูดแล้วไม่เข้าหูคน ก็คนที่แสวงหาซึ่งจะเข้าหูแต่คนที่ไม่แสวงหาคนที่ปฏิเสธก็ไม่เข้า สู่แดนธรรมว่า…ของเราเป็นเรื่องของโลกุตระที่ไม่ได้ดึงดูดคนง่ายๆ เพราะประพฤติไม่ได้เพื่อหาบริวาร พ่อครูว่า…ไม่เพื่อหาบริวาร ไม่ได้เพื่อหาลาภยศสรรเสริญสุขไม่ได้เพื่อเป็นเจ้าลัทธิไม่ได้เพื่อจะเป็นการล้มล้างลัทธิอื่นให้หมดไป แต่พูดเพื่อให้ล้างละหน่ายคลาย อาตมาพูดตามที่พระพุทธเจ้าสอนไม่ได้โง่ไม่ได้งมงาย พูดอย่างตีทิ้งนี่แหละสัจจะแท้ๆเลย บุคลิกของลูกพระพุทธเจ้าจริงๆ นี่แหละ นี่พูดตัวจริงนะ แล้วคุณจะรู้ว่าอาตมาคือสารีบุตรจริงไหม เอาสาระมาเปิดเผยมาทำมาสอนจริงๆ อย่าไปเข้าใจเลยว่าพระสารีบุตรองค์นั้นมาเกิด แต่นี่คือสัจจะสาระแท้ๆแล้วอาตมาพูดนี้คือสาระเป็นโลกุตระธรรมแท้ๆเป็นผู้สืบทอด เอา DNA ของศาสนาพุทธมาสืบทอด เอาอันนี้สิ อย่าไปเอาดินน้ำลมไฟแท่งก้อน ในอุปติสสะ เอาดินน้ำลมไฟ ของมิสเตอร์อุปติสสะมาทำไม ก็ธรรมะของโพธิรักษ์พูดไม่ใช่ธรรมะของอุปติสสะ พูดในยุคพระพุทธเจ้า นี่ธรรมะอาตมาพูดแล้วไม่บอกว่าของมิสเตอร์อุปติสสะ มันคนละคน ธรรมะก็ไม่เหมือนกัน และองค์ประกอบสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน สื่อภาษาสำเนียงไม่เหมือนกัน เอาคนในยุคนั้นมาพูดกับคนในยุคนี้ก็ไม่รู้เรื่อง พระพุทธเจ้าบอกว่าให้สอนเป็นภาษาถิ่น นี่แหละคือดินแดนไทย สอนเป็นภาษาไทยให้คนไทย อ้างอิงภาษาบาลีเท่านั้นแต่จริงๆก็พูดภาษาไทย นี่คือภาษาถิ่น คุณไปเกิดที่สิงหลก็ไปพูดภาษาสิงหลไปเป็นฝรั่งก็พูดภาษาฝรั่ง เข้าใจกันได้เป็นมาเดอร์ทั้ง สื่อกันได้รู้เรื่อง จะเอาธรรมะเป็นหลัก เอาธรรมะเป็นเนื้อแท้ๆแล้วขยายออกเป็นภาษา
631130_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 19