สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน กดข่มไม่ต้องทำมันก็มีแต่ที่ต้องทำคือวิปัสสนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.68 KB
วันที่แก้ไข20 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน กดข่มไม่ต้องทำมันก็มีแต่ที่ต้องทำคือวิปัสสนา _พ่อครูเคยแต่งกวีว่า… ถังขยะใหญ่หนึ่งนั้นคือใจนั้นฤา.. ..อย่าโง่บ้าบอดใบ้ หยุดได้อรหันต์ พ่อครูว่า...อาตมายังจำไม่ได้เลยแต่งไว้ ช่วยเอามาให้หน่อยจะได้เอาใส่เครื่องไว้

_ใจกลั่น...ถ้าหยุดสุขหยุดทุกข์ได้อย่างสายสมถะ พ่อครูว่า..เขาสะกดจิตเข้าไปทำให้จิตมันหยุดมันก็เป็นอุเบกขาได้ แต่ไม่เกิดธาตุรู้ที่มีหลักฐานเหตุผลชัดเจนแล้วจิตใจเราก็ปล่อยวางได้ มุญจิตุกัมญตญาณ ด้วยปัญญาที่เรารู้จริงไม่ต้องกดข่มหลีกเร้นเลย เราก็อยู่ทำงานกับเขา เขาก็อยู่กับเราอนุโลมทำงานกับเขาได้อย่างดีด้วยซ้ำไปอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ต้องฝึกฝนเรียนรู้รายละเอียดทั้งความรู้ความหมายแล้วเอาไปปฏิบัติให้ตัวเองเกิดสภาวะอย่างนั้นจริงๆได้ มันก็จะบรรลุความเป็นจริงได้ _ใจกลั่น...การหยุด เปรียบเทียบกับการหยุดใส่ขยะคือเอาไปทิ้งที่อื่น แต่ถ้าเป็นแบบสมถะคือ พ่อครูว่า...กดไว้หมกไว้ คนอื่นก็ต้องมาเจออีกต่อไป อันนี้เป็นสิ่งที่ยากแม้ในยุคไหนๆในยุคนี้ก็ยากเพราะคนหลงติดในโลกีย์ แม้แต่สมถะ สมถะเป็นพยัญชนะที่สื่อให้รู้ความสงบแบบโลกีย์ สงบแบบหลับตาสงบแบบสะกดจิต แต่สงบแบบพระพุทธเจ้านั้นสงบแบบปัสสัทธิ ในปหาน 5 มีวิกขัมภนปหาน คือกดข่ม แต่ไม่ใช่กดข่มแต่สมถะ แต่มันจะมีกดข่มไปตามธรรมชาติ เช่นคนเรามันมีไหวพริบที่จะไม่แสดงออกของกิเลส ไม่แสดงราคะโทสะออกหน้า มันก็กดข่มไว้ ทุกคนแหละแม้ไม่ได้เรียนรู้ธรรมะก็ตาม ปฏิภาณสามัญสำนึกก็ไม่อยากแสดงออก ลึกๆรู้ว่าน่าอาย แต่คนที่มีกิเลสราคะโทสะแรงๆความละอายมันก็น้อยมันก็แสดงออกมาเต็มที่ แล้วยิ่งไปเข้าใจผิดว่าแสดงออกถึงความจริงใจไปกดข่มไว้ทำไมมันก็ยิ่งน่าเกลียดใหญ่มันก็เป็นอย่างนี้แหละสังคม 620819_รายการสำมะปี๋ซี่ว

อ่านต่อ

ิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 65

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน