สื่อธรรมะพ่อครู(ทาน) ตอน พฤติกรรมสาเปกโขคืออย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ทาน) ตอน พฤติกรรมสาเปกโขคืออย่างไร _อโศกสัมปวังโก...ในอดีตพ่อท่านเคยสอนคำว่าอทินนาทานคือการให้ในขณะที่ใจของผู้นั้นยังไม่คิดจะให้จริง (การให้ ความหมายดังกล่าวแตกต่างหรือลึกซึ้งกว่าความหมายในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานที่ให้ความหมายของคำนี้ว่า คือการถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้แก่ตน) พ่อท่านได้ย้ำว่าเป้าหมายของการให้ทานเพื่อกำจัดทานที่เป็นอทินนะอยู่ คำว่าอทินนาทานาเวรมณี คือเว้นขาดจากการให้โดยที่จิตใจของคนที่ให้ยังคิดว่าจะได้อะไรจากคนอื่นอยู่ พ่อครูว่า...ก็สรุปไว้ดีแล้ว ศีลข้อที่ 2 คือปฏิบัติเว้นจากการที่ให้โดยที่ใจของผู้ให้นั้นยังคิดที่จะได้อะไรคืนมาจากผู้ที่ตนได้ให้ไป ก็ถูกแล้วเอาแค่นี้ ไม่อย่างนั้นก็จะวนพูดไปอย่างละเอียดละเลียดมันก็ดี แต่อย่าไปละเลียดกับคนที่เขาไม่ไหว
_ในปัจจุบันพ่อท่านได้ยกเอาคำว่าสาเปกโข คือจิตที่มีเยื่อใยกับการได้ให้ไป โดยหวังว่าจะได้อะไรจากผู้ที่เราได้ให้ไป ไม่ว่าจะเป็นคำสรรเสริญเยินยอหรือการสร้างภพชาติในทานที่ได้ให้ไป การให้ทานอย่างสัมมาทิฏฐินั้นผู้ให้จะต้องทำใจในใจขั้นสูญสิ้น สาเปกโข พ่อครูว่า...คือมีอาการหวังว่าจะได้อะไรคืนมาแม้เล็กน้อยก็สาเปกโข ต้องไม่มีสิ่งเหล่านี้จึงจะทำการให้ทานอย่างสัมมาทิฏฐิ ยังได้ผลสูงสุด และได้ชื่อว่า ปุญญภาคิยา(ผู้มีส่วนในการได้ชำระกิเลส) คำว่าปุญญภาคิยา หรือปุญญภาคิยะ แปลว่า ส่วนบุญ ภาค แปลว่า ส่วน ปุญญะ แปลว่าชำระ ทุกอย่าง คำว่า มีส่วนบุญ คือมีส่วนที่คุณได้เสียไปแล้ว หากจะวนไปมีอีกก็ไม่จบ ปุญญภาคิยะ แปลว่าได้ตัดกิเลสในส่วนที่ได้ให้ไปแล้ว แต่หากจะเอากลับมาก็ต้องทำบุญอีก พยัญชนะกลับไปกลับมา คำว่าบุญนี้ยิ่งใหญ่อาตมาได้เปิดคอลัมน์เปิดยุคบุญนิยม ตอนนี้กำลังจะปิดหนังสือพิมพ์เราคิดอะไรคอลัมน์นี้ก็คงจ
อ่านต่อ
ะปิดไปด้วยแต่ก็ยังจะต้องขยายความต่อไปอีก อย่าง ธัมมชโยเอาบุญไปใช้เละเทะเลย _คำว่าสุญญตาคือสภาวะจิตหมดสิ้นอทินนาทานกับสาเปกโขใช่หรือไม่ พ่อครูว่า...ใช่ สุญญตาคือไม่มีอะไรเหลือ ก็ไม่มีแม้สาเปกโข สาเปกโข เป็นรายละเอียดของอุเบกขากับ ส อุเบกขาคือกลางว่างไม่มีอะไรแล้วสะอาดบริสุทธิ์แล้ว
_พฤติกรรมต่อไปนี้มีสาเปกโขหรือไม่?อย่างไร… แม่ค้าในร้านขายอาหารได้พูดกับลูกค้าว่าขายอาหารราคาถูกให้แล้วช่วยล้างช่วยล้างจานให้ด้วยนะคะ พ่อครูว่า..หากไม่ได้จู้จี้อะไรบอกไปให้เกิดประโยชน์เขาได้เสียสละอัตตาของเขาให้รู้ว่าลูกค้าล้างถ้วยชามให้ด้วยได้หรือ. ..ได้ก็บอกให้รู้กันก็ดี เขาจะได้ละตัวตนเขาด้วย เขาไม่ล้างก็ไม่ได้ว่ากระไร อย่างน้อยก็ได้ฝึกปรือ คนที่ไปช่วยล้างจานชาม พูดอันนี้ก็นึกถึงโยมคร่ำคร่านะ โยมครูหนู เป็นผู้ว่าล้างจานคือล้างใจเอาภาระเรื่องนี้ อธิบายได้พาทำได้สนุกสนาน ก็มีประโยชน์หลายอยู่ คนเก่าคนแก่ในบางฐานงาน อ้างว่าตนมาอยู่ก่อนมาก่อนออกคำสั่งที่ใช้กับคนอื่นตามที่ตนเองพอใจ ไม่ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่มาทีหลัง พ่อครูว่า..คุณไปเจอเข้าสิ คุณจึงอัตตาขึ้นคุณก็ยอมเขาสิ แต่ถ้ามีศิลปะให้เขารู้ตัวว่าคนนี้คนเก่าคนแก่นี้รู้ตัวคุณมีศิลปะก็ทำได้ให้เขาได้รู้ แต่ถ้าทำแล้วเกิดเรื่องทะเลาะกันอย่ามาหาว่าอาตมายุนะ คุณต้องมีศิลปะในการให้เขารู้ตัว ก็ช่วยกัน เราก็มีการช่วยกันอยู่อย่างนี้ การที่นักเสียสละบางคนตามสถานการณ์ต่างๆอิ่มอกอิ่มใจกับคำชมของญาติธรรมที่อยู่นอกชุมชน ว่า หายากนะ คนที่จะมาเสียสละทำงานฟรีอย่างคุณ และในบางครั้ง คำชมดังกล่าวก็มักเกิดคู่กับธนบัตร ถือเป็นลาภัมมิกาหรือไม่อย่างไร พ่อครูว่า.ธนบัตรคือกระดาษที่ชำระ-หนี้ได้ตามกฎหมาย แต่คุณทนคนอื่นคุณคิดให้ตัวเอง คนอื่นเขาจะซับซ้อนละเลียดกลับไปกลับมามันเป็นเรื่องของเขา ถ้าคุณสงสารเขาบอกให้เขารู้ตัวได้ก็บอก บอกไปแล้วพูดไปแล้วแต่ให้ระวัง โทรไปแล้วได้ผลดีหรือไม่หรือว่าเกิดการโกรธเคืองกันก็อย่าให้เกิดการโกรธเคืองกันถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยเขาตัวใครตัวใคร มันเป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะต้องเป็นเช่นนั้น 620821_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อยู่กับบัณฑิตที่ให้คำตำหนิได้จะไม่มีวันเสื่อม