สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างแบบพุทธได้แล้วไม่ต้องทำอีก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.53 KB
วันที่แก้ไข27 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างแบบพุทธได้แล้วไม่ต้องทำอีก _สมประสงค์ วรรณเพียร : กราบนมัสการพ่อครูครับ ขออนุญาตถามต่อเนื่องจาก ที่เคยถามไปนะครับอาการโล่งขณะพ่อครูบรรลุอรหันต์เมื่อทำธุระเบา

1) จะถือว่าโล่งสบายกว่าสภาพอุเบกขาก็ได้ “แต่เป็นคนละอาการ"อธิบายแบบนี้ถูกไหมครับ พ่อครูว่า…ถูก ที่พูดมานี้ผู้ที่ถามมานี้ต้องเข้าใจว่า จิต อาการ อุเบกขา จิตว่างๆ อทุกขมสุข ต้องอ่านใจตัวเองออก แม้จะทำได้แบบสมถะ เคหสิตอุเบกขาก็ตาม ยิ่งเนกขัมสิตอุเบกขาที่กำจัดกิเลสได้จริงแบบปรมัตถ์ ถ้าเราอ่านได้แล้วก็รู้ว่าจิตว่าง ถามมานี้ อาตมาได้ความว่างมาแต่ชาติก่อนๆ แต่ชาตินี้ถูกครอบงำลิงลมอมข้าวพอง จนมาฟื้นแล้วก็ทำทวนจนรู้ว่าได้ จนถึงวาระที่ว่านั้น คือโล่ง มันก็เป็นจุดตัดสินนั้นของตัวเองเพียงเหมือนพระพุทธเจ้าที่ท่านบรรลุธรรมมาตั้งแต่ก่อนแล้ว ตอนแรกท่านก็ทำแบบเดียรถีย์ สุดท้าย 15 ค่ำเดือน 6 ท่านก็ตัดสินได้ว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า ของอาตมานั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า คุณจะบอกว่ามันเบากว่า มันโล่งเบาสบายกว่าอุเบกขาก็ถูก 2) ทุกวันนี้พ่อครูทำจิตให้เกิดอาการโล่งเช่นนั้นเมื่อใดก็ได้ ได้ไหมครับ? พ่อครูว่า…ไม่ต้องทำ จิตว่างโล่งอยู่เสมอ ไม่ต้องทำ มันเป็นแล้ว มันเป็นตถตา เป็นเช่นนั้นเอง เป็นอยู่ตลอดเวลา ที่เอามาพูดคุยก็ผสมเอาเท่านั้น แม้คนอื่นจะว่าดุ ก็ตาม แต่อาตมาก็ทำอภิสังขารปรุงแต่งเพื่อสื่อให้พวกคุณรู้เรื่อง อันนี้ถ้าคนเข้าใจได้ยากมันก็เพราะว่าเป็นสภาวะอย่างที่อาตมาพูดไม่ได้ คนที่ได้อย่างที่อาตมาเป็นก็จะรู้ว่าใช่ 630320_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมบรรยาย อัมพัฏฐสูตร ตอน 1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน