สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน จุดหมายปลายทางของชีวิตอยู่ตรงไหน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.93 KB
วันที่แก้ไข27 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน จุดหมายปลายทางของชีวิตอยู่ตรงไหน? . มาเข้าสู่คำที่อยากจะพูด คือชีวิตของคนทุกคน เกิดมาแล้วเราอยากจะไปสู่ที่สูงที่สุดของคน แล้วคนที่เข้าใจว่า ชีวิตที่สูงที่ดีที่สุด ที่เราจะไปถึงได้มันคืออะไร . คนที่มุ่งหมายจะต้องได้ลาภ ยศ สรรเสริญ ขนาดนี้ก่อน จะต้องมีครอบครัวที่เป็นอยู่ดีเป็นสุขอย่างนี้ก่อน คนที่เขารู้สึกว่า ความหมายของชีวิตเป็นเช่นนั้น เขาก็อยู่ในโลกีย์ แต่พวกคุณนี่ไม่ แตกต่างจากคนที่มีความคิดแบบนั้นจึงมา มาหาความหมาย แต่ไม่ใช่สุดท้ายก็ได้กระดาษแผ่นเดียวนะ ที่นี่ไม่มีกระดาษ ที่วิทยากร เชียงกูลแต่งกวี เขาบอกว่า ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่งฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวังอะไรมากมายแต่สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว . คนที่จะรู้ว่าชีวิตเราจะหาความหมาย ความเป็นชีวิตดีที่สุดเจริญที่สุดสูงที่สุดคืออะไร พระพุทธเจ้าค้นพบตรัสรู้ว่าจะไปแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ ครอบครัวที่ดี สถานะของชีวิตเป็นฐานะที่เจริญในโลก เขาจะได้เป็นใหญ่เหมือน โดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามหรือคิมจองอึนหรือว่าอเล็กซานเดอร์มหาราช นโปเลียนที่จะเป็นไปได้ หรือว่าฮิตเลอร์จะเป็นให้ได้อย่างนี้เป็นต้น หรือจะเป็นเจ็งกิสข่าน ก็เป็นความหวังของคน มันเป็นสมบัติผลัดกันชม มันจะแย่งชิงกันแล้วก็จะนึกว่านี้เป็นชีวิตที่ควรจะได้ . เมื่อไหร่รู้สึกแล้วว่า ควรเลิกจากการจะไปแย่งอำนาจยศศักดิ์ ลาภ ยศ สรรเสริญ หรือนินทา ส่วนนินทาไม่มีใครอยากจะได้หรอกมีคนอยากจะได้สรรเสริญ แต่อาตมาเป็นคนไม่แคร์ความสรรเสริญ เพราะฉะนั้นจะมีคนนินทาด่าว่าเราอาตมาก็เข้าใจ แต่คนที่เข้าใจเราทำงานแล้วก็จะไม่กล้านินทา จะมามีแต่จะเข้าใจและยกย่องสรรเสริญก็เป็นเรื่องสัจจะ ไปบังคับใครไม่ได้หรอกเป็นเรื่องสัจจะ หากว่าจะเข้าใจถึงความจริง พวกคุณจะต้อ

อ่านต่อ

งมีปัญญามีดวงตา พวกคุณมานี้มีใครไปหลอกล่อไหมว่า โพธิรักษ์ดี คุณก็เชื่อถือมาตามเขานั้นมีไหม ...ไม่มี คุณได้ตัดสินแล้วเชื่อเองทั้งนั้น มีแต่เขาพยายามจะพูดจะว่าไม่ให้มา โพธิรักษ์นี้บ้า พวกนี้เป็นพวกนอกรีตมาทำลายศาสนาพวกงมงาย เขาก็จะมีแต่พูดอย่างนั้น . แต่พวกเราก็มาได้ นี่แหละก็มาติดขั้นตอน บางคนก็ติดขั้นตอน พอหลุดขั้นตอนมาจนเป็นอนาคามี ไม่มีกามไม่มีทรัพย์สินเงินทองบ้านช่องเรือนชานเป็นของตัวเอง เข้าใจแล้วรู้ว่าตัวเองเป็นพระอนาคามี กามชัดๆที่จะต้องมีอาการ เสพทางเรื่องเพศคู่ เรื่อง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ไม่ได้จัดจ้านอะไร มันก็เฉยๆแล้วในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส สิ่งที่น่าได้น่ามีน่าเป็นน่าอร่อยน่าสนุกน่าไพเราะ มันก็เข้าใจในสมมุติ เราได้แต่เรารู้สึกเฉยๆ เราก็หมดภาระ ทางด้านนอก เหลือแต่ด้านใน ตามฐานเป็นรูป อรูป คุณก็อ่านทำลายนั้นให้หมด . พอหมดรูป อรูปแล้วเหลือเศษธุลีละออง เศษเล็กเศษน้อยของอาสวะ จะเป็นอุทธัจจะ มานะ อติมานะ ตามอุปกิเลส คุณก็อ่านอาการพวกนี้ ก็รู้ว่าเราหมดหยาบเหลือแต่ละเอียด จนหมด แม้แต่ที่สุดหมด ไม่มีมานะ อุทธัจจะ อวิชชา มีแต่สัญญาเวทยิตนิโรธังโหติ . สัญญากำหนดรู้ไปทุกอย่างแม้แต่เวทนาจนสำเร็จ รู้จักความรู้สึกแล้วรู้จักความรู้สึกต่างๆที่เป็นเวทยิตนิโรธ ก็รู้แล้ว เอาเวทนาเป็นกรรมฐาน พระพุทธเจ้าสอนศาสนาพุทธด้วยมีกรรมฐานเป็นเวทนาสูงสุดอยู่ตรงนี้ เป็นตัวที่จะไปยึดมั่นความสุขความทุกข์ เมื่อเราได้ล้างความสุขความทุกข์หมด ไม่มีความสุขความทุกข์ได้นั่นแหละคือจุดจบของศาสนาพุทธ เข้าใจผิดอย่างไปนั่งหลับตาสะกดจิตให้มีกฐิน 40 นั้นไม่ใช่ อ่านเวทนา ลืมตาปฏิบัติกับเวทนาท่านก็กระจายออกเป็นร้อยแปด โดยเฉพาะแยกเป็นเนกขัมมะกับเคหสิตะ . อาตมาก็อธิบายอยู่ตรงนี้จนทำให้จิตใจเป็น ปริสุทธา ปริโยธาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา จนจิตใจตั้งมั่นเป็นสมาธิสมบูรณ์ …..…..…..…..…..…..…..…..…..…..…..…..…..…..…..…..

ชีวิตนี้ เกิดมา เพื่ออะไร? เกิดมาเพื่อตาย! ถ้าอย่างนั้นเกิดมาทำไม? ก็เกิดมาทำงาน! ทำงานเพื่ออะไร? เพื่อจะได้ตายไปอย่างมีคุณค่า สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์! …. พ่อครูสมณะโพธิรักษ์630318_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การแยกแยะวิจัยรายละเอียดของเจตสิก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน