สื่อธรรมะพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน Lock down ราชธานีอโศกอยู่ได้ไม่มีปัญหา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน Lock down ราชธานีอโศกอยู่ได้ไม่มีปัญหา พ่อครูว่า..ราชธานีเราปิดไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าปัจจัย 4 ครบพร้อมในครัว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ว่าเราปิดบ้านแล้วจะมีอะไรกินอยู่ในบ้าน ปิดบ้านไม่ติดต่อข้างนอก เหมือนกับเราปิดประเทศแล้วประเทศเรานี้เราไม่เชื่อมโยงอะไรจากข้างนอก เราเลี้ยงตัวรอดมา มีอะไรอยู่อะไรกินพอเพียงไหม อันนี้อาตมาว่า นี่คือเรื่องชี้บ่งถึงเศรษฐกิจ เศรษฐกิจที่สมบูรณ์เศรษฐกิจที่ไม่ต้องไปพึ่งพาใครพึ่งพาตัวเองได้แล้ว ดีไม่ดี เรามีเหลือเฟือเรามีเหลือเกินที่จะแบ่งให้แก่คนอื่นได้อีก ไม่เป็นหนี้ใคร ไม่รบกวนใคร พึ่งตนเองได้ ยืนยันปรากฏ อยู่ได้ด้วยลำแข้งตัวเองตลอดไปอุดมสมบูรณ์ เสร็จแล้วเหลือเฟือแจกจ่ายผู้อื่นได้จริงๆด้วย นี่เป็นการยืนยันเป็นเรื่องชัดเจน เป็นเครื่องชี้ชัดว่า เศรษฐกิจของเราดี ไม่ใช่เรื่องความร่ำรวย เศรษฐกิจเราจะร่ำรวยด้วยการเอาจากคนอื่นมากๆ มีแต่อัตราการพัฒนาการรวยการได้เปรียบเขาไปได้เรื่อยๆมากกว่าเขาเรื่อยๆ อันนั้นเป็นเรื่องของคนที่โลภ คนที่ตะกละตะกลามคนที่มีใจไม่พอคนไม่สันโดษ คนแบบนี้อยู่ในโลกก็เป็นคนที่น่ารังเกียจผู้ที่มีจิตใจแบบนี้ แล้วลักษณะของทุนนิยมมีลักษณะอย่างนี้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นลักษณะของทุนนิยมนี้เป็นลักษณะความเร็วร้าย ลักษณะสังคมที่เสื่อม มันก็ต้องแย่งชิงกันทะเลาะเบาะแว้งกัน จิตใจเมตตาเกื้อกูลเพื่อการไม่มีหนี้ก็น้อยลงน้อยลงอัตราการแย่งชิงเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น ความขาดแคลนก็เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นจิตใจที่เลวทรามไปเรื่อยๆ พวกเรานี้ได้มาศึกษาสัจธรรม จะไม่มีความคิดนิยมแบบนั้น ถ้าผู้ใดยังมีความคิดแบบนี้แสดงว่าไม่มีความเจริญก้าวหน้าไม่เป็นคนที่มีวรรณะ 9 ที่จะต้องเป็นคนเลี้ยงง่ายอยู่อย่างสบายๆไม่ใช่ไปแย่งชิงกันตะกละต
อ่านต่อ
ะกลาม ต้องการที่จะร่ำรวยแสวงหา ผลได้เพิ่มขึ้นๆ มีอัตราการได้ ให้แก่ตัวเองทวีขึ้น ไม่ใช่ เราจะต้องรู้ว่า ชีวิตของเรานี้เราสร้างสรร เราทำงานมีผลผลิตของการงานของเรานี้ พอกินพอใช้ของเราไหม พอกินพอใช้แล้วเหลือมีส่วนเหลือส่วนเกินพอที่จะแจกจ่ายเจือจานผู้อื่นได้ไหม เรามีส่วนเหลือส่วนเกินแล้วเราขี้เหนียวหรือเปล่า เรามีส่วนเหลือส่วนเกินแล้วขี้เหนียว ก็เลว มีส่วนเหลือส่วนเกินแล้วจะต้องเอาส่วนเหลือส่วนเกินนั่นแหละไปให้ผู้อื่น แล้วจะต้องแลกกลับมาด้วยอัตราการแลกเปลี่ยนที่ได้มาก ไม่มีจำกัด ได้มากเท่าไหร่ยิ่งถือว่าเป็นความเจริญ ถือเป็นชีวิตที่ก้าวหน้า ความคิดอย่างนี้เป็นความคิดชั่ว เป็นความคิดคนที่ไม่พัฒนา เป็นคนตกต่ำ เป็นคนลงนรก เป็นคนเสื่อม เพราะฉะนั้นคนเราจะต้องรู้จักความพอเพียง ชีวิตของเรานั้นมีความขยันหมั่นเพียรและมีความรู้ความสามารถ เรามีความขยันทำได้มากหลายอย่างและเราก็แลกเปลี่ยนกัน เราทำงานก็แบ่งปันกัน งานที่สร้างของอยู่ของกินโดยตรง งานที่เป็นด้านอื่นใดๆก็ตามที่เป็นความจำเป็นของสังคม ความจำเป็นของชีวิตที่จะต้องอาศัยใช้สอย อยู่ไหนตัวเองอาศัยใช้สอยมีชีวิตสังคมก็ใช้สอยในชีวิตด้วย ไม่ใช่งานที่เป็นอบายมุข ไม่ใช่งานที่ฟุ้งเฟ้อ มอมเมา มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องจำเป็นของชีวิต มันเป็นงานที่ต้องอาศัยใช้สอยในชีวิตและเราก็ทำงานนั้น มีราคา มีอัตราการแลกเปลี่ยนที่คุ้มตัวเรา คุ้มกินคุ้มใช้ แล้วก็มีส่วนเหลือส่วนตัวด้วย เราทำงาน ไม่ใช่เราขี้เกียจเกาะกินคนอื่น เป็นภาระคนอื่น ถ้าหากเราเจ็บป่วยก็แล้วไปเราแก่เราไม่มีเรี่ยวแรงจะทำ สังคมก็จะรู้ดี เด็กนั้นทำงานเลี้ยงตัวเองไม่พอกินหรอก คนแก่ คนเจ็บป่วย คนพิการ เราก็ต้องเกื้อกูลเลี้ยงดูกันไปในสังคม เป็นเรื่องจำเป็น เป็นเรื่องที่เราจะต้องเรียนรู้ แล้วเราก็อยู่กันเป็นสังคมที่ชัดเจน เป็นสังคมที่เกื้อกูลเลี้ยงดูกันเหลือกินเหลือใช้ เหลือเฟือครอบคลุมเผื่อแผ่เกื้อกูล อย่างอโศกเรา พูดได้เต็มปากว่า อาตมาพาทำมานั้นไม่ใช่เพิ่งประสบผลสำเร็จประสบความสำเร็จมานานแล้วใน ยุค 2540 เศรษฐกิจตกต่ำ ยุคต้มยำกุ้ง เขาเดือดร้อนกันไปหมดเลย เดือดร้อนเพราะว่า ขี้ตะกละ อโศกนั้นไม่สะดุ้งสะเทือน อโศกไม่มีผลกระทบอะไร สบายๆ ยิ่งทุกวันนี้แล้วลงตัว ถึงขั้นสาธารณโภคี ข้อสำคัญคืออย่าขี้เกียจ อย่าเป็นภาระผู้อื่น มันแก่แล้วเจ็บป่วยแล้วไม่ไหวแล้ว ก็เป็นเรื่องที่เป็นสัจจะ จำนน ก็ว่ากันไปก็ต้องช่วยกันไป ไม่ใช่ว่าแก่แล้วก็ยังกระเสือกกระสนไปทำอยู่ ให้เจียมแก่บ้าง เกินไปก็ไม่ดี หรือคนป่วยอยู่ก็แหม..ไม่อยากจะให้คนอื่นเขาเป็นภาระ ป่วยก็ยังฝืนสังขารไปทำจนกระทั่งสุขภาพแย่ลง อย่างนั้นก็ไม่ดี มันเกินไป รู้สึกว่าจะมีอัตตามานะจัดเกินไป รักดีเกินไป มันก็ไม่ถูก เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อเราว่าเรามีความรู้รอบคร่าวๆ อย่างที่อาตมาขยายความไปนี้ อยู่อย่างไม่เป็นภาระใครแล้วยังเป็นที่พึ่งให้แก่ใครอีก คิดค่าสมรรถนะของเราในแต่ละวัน งบดุลดูแล้วเราคุ้มกินคุ้มใช้ของเรา ไม่เป็นหนี้ เป็นสัจธรรมแล้วไม่เป็นหนี้ แต่ใครมาเกาะกินก็เป็นหนี้ ทำอย่างไม่เหมาะสมควร ยังไม่แก่ยังไม่เจ็บป่วย เอาแต่ก็ขี้เกียจอยู่ไปอยู่มา เหมือนมีใครคนหนึ่งที่เห็นว่าขี่มอเตอร์ไซค์ไปมาที่บ้านราชฯนี้ เมื่อเช้านี้ก็มีอยู่คนหนึ่ง (คนว่าเขาไปแล้ว) แล้วบอกว่า ตอนกลับไปนี้มีของเยอะด้วย เห็นว่าตอนมาก็มาแต่ตัว แต่ตอนกลับมีของเยอะ เหมือนนายยักษ์ ตอนมาก็ของน้อย แต่ตอนกลับของเยอะ คนอย่างนี้ก็มี อย่าให้ทำบาป จะมาขี้เกียจขี้โกงมันไม่ดี มันทำบาป ไม่ใช่ว่าเราหวงแหน แต่ให้เขามาทำบาปทำชั่ว มันไม่ดี
เรื่องเศรษฐกิจ อาตมาเข้าใจความเป็นเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ ตามความรู้ของอาตมาที่มีมาจากพระพุทธเจ้า จริง อาตมาเป็นนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ของคณะเศรษฐศาสตร์แต่ไม่ได้ปริญญาสักใบมาเลย ก็ไม่ได้ถือว่า ได้เรียนได้ใบอะไรรับรองมา แต่อาตมาได้จากของพระพุทธเจ้าเป็นความรู้ของพระพุทธเจ้า แล้วก็เอามาใช้จริง เอามาบริหารพัฒนาสังคม จนเกิดชุมชนชาวอโศกให้ประชาชนอยู่ในแต่ละชุมชน คือ เศรษฐกิจที่ถึงขั้นสาธารณโภคี เป็นเศรษฐกิจที่สูงสุดแล้วในกระบวนของมนุษยชาติ พ้น มิจฉาชีพ 5 กัมมันตะ 3 สังกัปปะ 3 วาจา 4 โดยเฉพาะคนมิจฉาชีพ 5 และอยู่กันอย่าง พ้นกุหนา ไม่มีโกง ไม่ลปนา ไม่หลอกลวง เนมิตกตา เสี่ยงบาปเสี่ยงบุญเสี่ยงกุศลอกุศลอยู่ ก็ไม่มี แม้จะไม่เสี่ยงแต่นิปเปสิกตา มอบตนในทางที่ผิดยังไปรับใช้คนที่ขี้โกง ที่เอาเปรียบเอารัดอยู่ทางโลกอยู่วันนี้ก็ไม่มี พ้นมิจฉาชีพข้อที่ 4 ข้อที่ 5 นี่สุดยอดเลยถือว่าทำอาชีพอย่างที่ว่ามีรายได้ทำงานแล้วยังมีเอาค่าตัวให้แก่ตัวเองหรือไม่ นี่ก็ยังเป็นมิจฉาชีพเลยของพระพุทธเจ้า พวกเราไม่เป็นมิจฉาชีพแม้แต่ข้อที่ 5 ไม่มีการใช้ลาภแลกลาภเลย ทำงานฟรี ให้แก่กองกลาง ซึ่งอาตมาว่าทำได้ยอดเยี่ยมแล้วที่อื่นทำไม่ได้แต่ว่าอาตมาทำได้จึงภาคภูมิมากว่า ธรรมะพระพุทธเจ้ามีประสิทธิภาพในยุคนี้เป็นยุคของความเสื่อมของศาสนาหนักเละจัด จนกระทั่งมันจะไม่เหลือเชื้อแล้ว ก็ยังสามารถที่จะพิสูจน์ได้ถึงขั้นนี้ ซึ่งเป็นขั้นที่สูงสุดแล้ว สูงสุดจนกระทั่งในโลก ประเทศไหนก็แล้วแต่ เขาทำไม่ได้อย่างชาวอโศก หรือประเทศไทย มีเศรษฐกิจถึงขั้นทำงานให้แก่ส่วนกลาง 100% ทำงานเสียภาษี 100% รายได้ของตัวเองเอาเข้ากองกลางหมด 100% เลย พูดไปเมื่อไหร่ก็รู้สึกว่ายิ่งใหญ่เมื่อนั้น พูดแล้วเขาก็จะหาว่าอวดโอ่น่าหมั่นไส้ แต่มันเป็นของดีน่าจะบอกให้รู้กันทั่วโลก ให้มนุษย์มาศึกษาให้ดีๆจะได้เกิดการขัดเกลาให้เกิดการไม่เห็นแก่ได้ไม่เห็นแก่ตัว จนกระทั่งมาเป็นคนแบบนี้ สร้างสรร เสียสละ แล้วอาศัยอยู่อาศัยกิน ในแต่ละวันแต่ละวันก็ขาดทุนให้แก่สังคม แล้วก็เข้าใจตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ตรัสไว้ ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา สบาย สบม สบายมาก ทมด ปกต หห จจ มชยลล _สู่แดนธรรมว่า...แบบนี้ผมว่า สถานีโทรทัศน์ Thai PBS ก็น่าจะมาถ่ายทำบ้างนะครับ พ่อครูว่า...จริงๆแล้วอโศกก็พอรู้ว่าเป็นสังคมที่พิเศษ แต่เขาเองเขาเกรงสังคม มันเป็นสภาวะของคนในยุคนี้ กระแสหลักเขาเบรมพวกเรา เขากดเขาข่ม เขาพยายามไม่ให้พวกเรา เข้าไปเป็นตัวสัจจะ ที่ว่าอย่างนี้ดีแล้วมาเอาอย่าง ซึ่งเขาทำอย่างนี้ก็ได้บาปนะ ไม่ได้เจริญอะไรหรอก แต่ความที่มีมิจฉาทิฏฐิก็เลยทำอย่างนี้ ตอนนี้ก็ดีขึ้น เพราะว่าคนที่มีจิตใจแบบนี้ตั้งแต่ต้น ที่มีความเข้าใจผิด ว่าอาตมาพาทำให้ไม่เหมือนที่เขายึดถือ พอไปๆๆ อาตมาก็พิสูจน์ความจริง ค่อยๆยืนยันว่าสิ่งที่ทำให้ถูก จนเขาจำนนต่อหลักฐาน จำนนต่อความจริง ประชาชนเห็นดีเห็นด้วยก็เพิ่มขึ้นๆ พวกเราจึงได้ลืมตาอ้าปากกับสังคม เขาก็จำนนขึ้นมาก็พอเป็นไป ทุกวันนี้ก็ค่อยๆดีขึ้นๆๆ แต่ก็ก็ต้องถูกอย่างนี้แหละ เพราะว่าเขาเองก็เกรงใจกับกระแสหลัก แม้แต่สถาบันของสังคมประเทศก็ยังต้องเกรงใจสถาบันศาสนากระแสหลักเขาถือว่าอันนี้ถูก ทั้งๆที่อันนี้ถูกกว่าแต่เขาก็จำนน นี่เป็นความซวยของประเทศชนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่มีปัญหาหรอก อาตมาว่าไม่เป็นปัญหาของอาตมา เราก็อย่าไปโทษความเป็นปัญหา เราก็พยายามทำสิ่งที่จริงนี้ไป พิสูจน์ยืนยันไป 630322_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ มรณสัญญาที่เข้าถึงอมตะและนิพพาน