สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลสมาธิปัญญาที่มีลำดับอันน่าอัศจรรย์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลสมาธิปัญญาที่มีลำดับอันน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าทรงค้นพบวิธีปฏิบัติที่สุดวิเศษ ที่มีจุดเริ่มต้น และมีขั้นต่อไป จนถึงที่สุดจบได้จริง ครบรอบถ้วน หมด“ติดกัก” ไม่มี“ความสะดุดชงัก” เพราะลาด ลุ่ม ลึกไปสู่ที่สูงที่สุดแห่งความสุด เป็นลำดับได้สัมบูรณ์จากพระไตรปิฎก เล่ม 23 ข้อ 109 ปหาราทสูตร พระพุทธเจ้า ได้ตรัสถึงความสัมบูรณ์ได้สุดยอด ครบ 8 ข้อใหญ่ พุทธเจ้าตรัสว่า “ดูกรปหาราทะ ภิกษุทั้งหลาย ย่อมอภิรมย์ในธรรมวินัยนี้ ปหาราทะ : ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในธรรมวินัยนี้ มีธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมาสักเท่าไร ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้ว จึงอภิรมย์อยู่ พระพุทธเจ้า : มี 8 ประการ ปหาราทะ 8 ประการ เป็นไฉน? ดูกรปหาราทะ มหาสมุทรลาด(อนุปุพพนินโน) ลุ่ม(อนุปุพพโปโณ)ลึกลงไปโดยลำดับ(อนุปุพพปัพภาโร) หาได้โกรกชันเหมือนเหวไม่(นายตเกเนว ปปาโต) ฉันใด ในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน มีการศึกษา(สิกขา)ไปตามลำดับ มีการกระทำ(กิริยา)ไปตามลำดับ มีการปฏิบัติ(ปฏิปทา)ไปตามลำดับ มิใช่ว่าจะมีการบรรลุอรหัตผลโดยตรง(นายตเกเนว อัญญาปฏิเวโธ) ดูกรปหาราทะ ข้อที่ในธรรมวินัยนี้มีการศึกษาไปตามลำดับ(อนุปุพพสิกขา) มีการกระทำไปตามลำดับ(อนุปุพพกิริยา) มีการปฏิบัติไปตามลำดับ(อนุปุพพปฏิปทา) มิใช่ว่าจะมีการบรรลุอรหัตผลโดยตรง(นายตเกเนว อัญญาปฏิเวโธ) นี้เป็นธรรมที่น่าอัศจรรย์อันไม่เคยมีมา ประการที่ 1 (ปฐม อัจฉริโย อัพภุตธัมโม) ในธรรมวินัยนี้ ที่ภิกษุทั้งหลายเห็นแล้วๆ จึงอภิรมย์อยู่ เช่นอาตมาขยายศีล 3 ข้อแรก ศีลข้อ 1 เราทำได้ชัดเจนเห็นผล แม้แต่ศีลข้อ 2 หมายถึงอุตุนิยามพีชนิยามไม่มีจิตวิญญาณ เป็นของ ต่างจากสัตว์คือไม่มีการจองเวรจองกรรมไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณ แต่กับของคุณก็อย่าทุจริต ไม่ว่า
อ่านต่อ
จะวัตถุข้าวของเงินทองเพชรนิลจินดา แม้แต่พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ ที่มันไม่ใช่ของเรา อย่าไปเอามาเป็นของเรา แน่นอน โดยการปล้นจี้ฆ่าแกงมันมา ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา หรือจะใช้เล่ห์ด้วยวิธีใดก็ตาม กุหนา สมัยโบราณเจงกิสข่านก็ฆ่าแล้วเอามาเลย ทั้งแผ่นดินทั้งสิ่งมีชีวิตทั้งคนสัตว์ ในยุคใหม่ซับซ้อน ใช้ลปนา ใช้คำพูดวาทกรรมโวหารเหมือนอย่างสมัยนี้ ไม่ใช่ฆ่าเองแต่สั่งให้คนฆ่าตายไม่รู้กี่ศพ ยังชำระคดีไม่หมดเลย ใช้อำนาจปัจจัยเป็นผู้สั่งฆ่า ตามกฎหมายผู้สั่งฆ่านั้นรับโทษมากกว่าอีก มีทั้งการฆ่าตัดตอน ฆ่าคู่ปฏิปักษ์ด้วยไม่รู้สีรู้สา เป็นปรากฏการณ์จริงฟีโนมีน่า ที่เกิดในปัจจุบัน ยกตัวอย่างมาได้ ความอัศจรรย์ข้อที่ 1 ผู้ที่ยังไม่รู้ไม่เคยเห็นมายังไม่มีเลยแน่นอน จะไม่สามารถหลุดพ้นได้ คำว่า ลาด ลุ่ม ลึก ไปโดยลำดับ ไม่โกรกชันเหมือนเหว นั้นก็คือ ลำดับของการศึกษา(สิกขา)ก็ดี ลำดับของการประพฤติที่ได้ทำกันจริงๆ(กิริยา)ก็ดี และลำดับของวิธีการแห่งปฏิบัติทั้งหลาย(ปฏิปทา)ก็ดี ล้วนดำเนินไปเป็นขั้นเป็นตอน เป็นระดับราบรื่น เรียบร้อย ง่ายงาม ดีมาก ไม่สะดุดตะปุ่มตะป่ำ ไม่ขรุขระ ไม่อีโหลกโขลกเขลก ไม่กลับไปกลับมา ไม่ต่ำตกวูบแล้วก็พุ่งขึ้นสูงปรี๊ด หกคะเมนตีลังกาอย่างไม่เป็นท่า หรืออะไรอย่างนั้น แต่เป็นระบบระเบียบเรียบราบดี ไม่วุ่นวนสับสนไปมา เดี๋ยวกลับหน้า เดี๋ยวกลับหลัง นั่นคือ หลักเกณฑ์สำคัญหลักแรกยิ่งใหญ่คือ “ศีล-สมาธิ-ปัญญา” ปัญญาเป็นความฉลาดที่มีพลัง พลังนั้นเรียกว่า ปุญญะ จะเป็นพลังบุญพลังของบุญ ปัญญาทำให้เกิดพลังงานของบุญ ปัญญาเป็นนาม ปุญญะคือรูป เป็นเครื่องหั่น กิโยติน ถ้าเป็นเปาบุ้นจิ้นก็คือเครื่องประหารหัวสุนัข ศาสนาพุทธทุกวันนี้กลับกลายเป็นนิยมการหลับตา ออกป่าเขาถ้ำ ยุคเทคโนโลยี่สมัยนี้ ขนาดNostradamus ยังบอกว่า ต่อไปจะรบด้วยท่อนเหล็กเสียงดัง ยุคนี้เครื่องมือมันเหลือเกิน ใช้สัญญาณที่มองไม่เห็นเลย
“ศีล-สมาธิ-ปัญญา”นี้ จะปฏิบัติได้ผล“อธิศีล-อธิจิต-อธิปัญญา-อธิมุตโต”ไปตามลำดับ และเกิด“วิมุตติ”ไปเป็นขั้นๆ เป็นเรื่องๆ เมื่อผลของ“ศีล”นั้นทำให้“จิต”สะสมผลได้“อธิจิตตั้งมั่น”เข้าขั้น“สมาธิ”ครบรอบต้น “อธิปัญญา”ก็รู้แจ้งรู้จริงในผลที่สั่งสมตกผลึกเป็น“สมาธิ”รอบต้นนั้นไปตามลำดับ จนกระทั่ง “ศีล”ข้อนั้นปฏิบัติจนมีผลทำให้“จิต”สะอาดบางจางจากกิเลสไปเรื่อยๆ และควบแน่นเข้าๆ กระทั่ง“ตั้งมั่น”เป็น“ขั้นกลาง” และที่สุด“ตั้งมั่น”เป็น“ขั้นปลาย”เรียกว่า “วิมุตติ” ก็จะมี“อธิปัญญา” ตามรู้ใน“อธิ”ต่างๆทั้งหมดนั้นๆไปด้วยตลอด จนที่สุดกิเลสหมดเกลี้ยงก็รู้จักรู้แจ้งรู้จริงว่า“กิเลสเกลี้ยง”ด้วย“อธิปัญญา”(หรืออภิปัญญา)นั่นเอง เรียก“ผล”สุดท้ายนั้นว่า “วิมุตติญาณทัสสนะ”ใน“สมาธิ”นั้นๆ สมาธิเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ตาม เช่นเรื่องไม่เกี่ยวกับสัตว์ พวกเราไม่ว่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ไม่กินไม่เลี้ยง ได้เป็นสมาธิอย่างสูงเลยเป็นความตั้งมั่นของผล อธิ ขั้นวิมุติญาณทัสนะ พูดแล้วก็ชัดเจนพวกเราไม่มีจิตที่จะไปอะไรกับสัตว์เล็กสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ ยิ่งสัตว์ใหญ่เราไม่เกี่ยวข้องได้เลย ไดโนเสาร์เราก็มีแต่รูปปั้น รูปปั้นช้างก็มีฮิปโปก็มี เราจะเกี่ยวกับจุลินทรีย์ มันกว่าจะพัฒนามาก็อีกไกล กว่ามันจะพัฒนามาเราก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปแล้ว ไม่งั้นก็ไม่ได้ จะไปกินยาเข้าไปจะไปฆ่าเชื้อโรคฆ่าจุลินทรีย์ ไม่ได้ พยาธิก็ไม่ต้องถ่าย สัตว์จุลินทรีย์ก็ไม่ได้ นี่พวกเชนสุดโต่ง เขาไม่กินยาให้จุลินทรีย์มันฆ่าเราตายไปพร้อมกับมันเลยพวกเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ
“ศีล-สมาธิ-ปัญญา-วิมุติ-วิมุตติญาณทัสสนะ”นั้นคือ “กระบวนการ(process)”ที่เป็น “สภาพหมุนรอบเชิงซ้อน(ปฏินิสสัคคะ)” สอดซ้อนสานกันไปอย่างเป็นระบบ ลาด ลุ่ม ลึก ละเอียดราบเรียบอย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ สมณะฟ้าไทสรุป...จบ จบวันนี้ 620118_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนรู้เทวะคือธรรมะ 2 ให้ถึงอนัตตา