สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ผลงานด้านการศึกษาของพ่อครู.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.17 KB
วันที่แก้ไข20 มกราคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน ผลงานด้านการศึกษาของพ่อครู _ไพศาล ศรีอำนวยไชย: พระอรหันต์แบบพ่อครู ยากที่คนทั่วไปเข้าถึง แม้แต่กระผมก้อไม่เชื่อจึงมาปฏิบัติตามสิ่งที่พ่อพาทำ ไม่ใช่เรื่องพูดสนุก พ่อครูเป็นอรหันต์หรือโพธิ์สัตว์ หรือไม่ ผมไม่มีประเด็นเชื่อมั่น ไม่ท้าทาย ครับ พ่อครูว่า...เป็นเรื่องของปัจจัตตังส่วนบุคคล บางทีก็บรรยายของตัวเองออกมาให้ชัดได้ยาก อาตมาก็พูดแล้วพูดอีกอาตมาไม่มีปัญหาเรื่องที่ใครจะรู้สึกอย่างไรเป็นเรื่องส่วนบุคคล อาตมามีหน้าที่จะยืนยันความจริงให้คนรู้ จึงรวมว่ามายืนยันความจริงอธิบายความจริงแล้วพยายามจะให้คนรู้ อธิบายความจริงให้เป็นความรู้ที่คนจะเข้าใจได้ เพราะฉะนั้นจึงมีคนที่ดูได้อย่างพวกคุณปฏิบัติไปก็ได้มรรคผล ค่อยทยอยกันมา อาตมาว่า หมู่บ้านนี้จะมีพลเมืองสัก 1000 คนก็จะเจริญมาก ประกาศมาตั้งหลายสิบปีแล้ว ตอนนี้ยังไม่ถึง 500 คนหมู่บ้านนี้ ถ้าหากนับนักเรียนด้วยก็ 400 กว่าคน เด็กที่อยากมาเรียนที่นี่ก็มี แต่ผู้ใหญ่อยากจะให้เรียนข้างนอก แต่ก็อยากจะเรียนข้างในนี้ จนผู้ใหญ่บอกว่าที่นี่มีอะไรดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี เลยยอมให้อยู่ต่อไป แต่ถ้าคนบังคับลูกมากก็แน่นอนต้องเอาออกไป เราก็ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ ยินดีต้อนรับ อาตมาทำงานอาตมาก็ช่วยประเทศชาติ ให้การศึกษาแก่เยาวชนก็เอามาใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้บกพร่องของกระทรวง ออกไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้เกียรตินิยมก็มี พิสูจน์มาแล้วเป็นสามสิบปี ออกไปแล้วไม่รู้กี่รุ่นไม่มีปัญหา แต่เราเห็นข้อบกพร่อง เห็นการเรียนการศึกษาทั่วโลกแยกเด็กออกจากสังคม ไปเรียนในกล่อง เช้าขึ้นไปก็เข้าห้องเรียน จบกลับบ้านก็ทำการบ้าน เช้าก็ไปโรงเรียน ตั้งแต่อนุบาล จนกระทั่งจบปริญญาเอก การศึกษาของเขาจึงไม่รู้จักสังคม เราจึงมา

อ่านต่อ

แก้ให้เป็นการศึกษาแบบบวร ให้รู้จักว่าสังคมที่ควรอยู่เป็นอย่างไร มนุษยชาติเป็นอย่างไร เราก็มีสิ่งที่ให้เรียนตามหลักสูตร สังคมมนุษยชาติเป็นอย่างไร โดยเฉพาะคุณธรรม เราจึงครบพร้อมเลยในโรงเรียน เรามี บ้าน วัด โรงเรียน คุณธรรมคือวัด บ้านก็คือสังคม โรงเรียนคือการศึกษา ให้อยู่ในนี้ซึมซับกัน ออสโมซิส กัน แล้วก็อยู่ร่วมกัน มีชีวิตในสังคมทำงานไปเด็กกับผู้ใหญ่ทำงานอย่างคู่เคียงกัน บางอย่างที่เด็กทำได้ก็ให้ทำ ผู้ใหญ่ทำบางอย่างที่เด็กทำได้ก็ให้ทำเด็กของเราจึงแข็งแกร่ง จบแล้วจึงได้ทั้งความรู้ ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ศีลธรรมก็มี งานก็ทำเป็น วิชาการก็ได้อย่างของเขา ศีลเด่นเป็นงานชาญวิชา เราจึงเห็นว่าการศึกษาเป็นเช่นนี้ เดี๋ยวนี้กระแสทางกระทรวงศึกษาธิการก็รู้สึกว่าจะเปิดรับแต่เขาทำไม่ได้มาก เช่น ครูที่มีศีล 5 เป็นต้นไปเขาก็จำนนเลย ข้อนี้ข้อเดียวเขาก็ทำไม่ได้แล้ว แต่ของเราคุณครูมีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 จุลศีล ทำไงได้ พวกเราทำได้ ก็ทำไปเรื่อยๆ 620114_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 34

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน