สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ใช้ไฟฌานเผากิเลสได้เป็นบุญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ใช้ไฟฌานเผากิเลสได้เป็นบุญ ส่วนเรื่องเงินนั้น ไม่ได้ละเว้นเลย เรื่องเงินนั้นรับกันจังเลย แล้วญาติโยมก็เห็นว่ามันจะได้บุญกุศลอะไรก็แล้วแต่ พูดไป ทุกวันนี้คำว่าบุญกลายเป็นวิมานในภพเบื้องหน้า วิมานคือสิ่งที่ลอยลม สร้างขึ้นในจิตจินตนาการอยู่ในอนาคต ลมลมแล้งแล้ง จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็กำหนดสร้างวิมาน หลอกกันว่าเป็นบุญ เป็นกุศล เป็นจิตที่ปั้นเป็นภพชาติในอนาคต คำว่าอนาคต ถ้าผู้ใดจะมีการก้าวเดินไปสู่อนาคต โดยเฉพาะจิตวิญญาณของตน จะเป็นอัตภาพหรืออัตตาตัวนี้แหละ ที่เกิดตายๆ ไปกับวิบาก สร้างวิบากดี วิบากชั่ว วิบากบาป วิบากบุญ บุญคือการชำระกิเลส ถ้าทำให้กิเลสลดก็คือการเกิดบุญหรือได้บุญ แต่จะไม่ได้อะไร กิเลสหายไป บุญไม่มีภพชาติ บุญไม่มีวิมาน ใครเอาคำว่าบุญมาหลอกว่าจะได้อะไรในภพข้างหน้าก็เป็นเรื่องหลอก อวิชชา เป็นเรื่องไม่จริง มิจฉาทิฏฐิ บุญแท้จริงคืออาวุธตัดกิเลสด้วยภูมิปัญญา เจโตและปัญญา หรือวิมุติ เป็นปัญญาที่แท้จริง เป็นการตัดกิเลส กิเลสคืออกุศลจิต อ่านกิเลสให้ได้จริงแล้วกำจัดกิเลสตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า มีโพธิปักขิยธรรม 37 ถือ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือ จรณะ 15 วิชชา 8 กิเลสเป็นนามธรรม แล้วทำให้กิเลส ลด ละ จางคลายได้ จะมีญาณปัญญาเรียกว่า ญาณทัศนะวิเศษ หรือ วิปัสสนาญาณ อ่าน อาการ ลิงค นิมิต อุเทศ ของอาการจิต อกุศลจิตเป็นอย่างไร มันมีอาการ โทสะ ราคะ โลภะ อาการอย่างไร โลภะกับโทสะอาการต่างกันเรียกว่าลิงค คนละเพศ เราจะจับอาการเหล่านี้ได้ เป็นนิมิต เครื่องหมาย อาการโลภะหรือโทสะก็เป็นกิเลส เราทำให้อาการมันลดลง จนไม่มีอาการ ผู้มีวิปัสสนาญาณ อ่านอาการที่เป็นนามธรรม อ่านรู้แล้วปฏิบัติได้จริง ทุกขณะที่สัมผัส ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วเกิดกิเ
อ่านต่อ
ลสเป็นตัณหา เป็นความต้องการ โลภ หรือ โกรธ เราก็จับอาการนั้นให้ได้ เมื่อจับอาการที่เกิดในปัจจุบันได้ทันทีที่เกิด ที่เรามีตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส สัมผัสกายกระทบเย็นร้อนอ่อนแข็ง เราก็รู้การปฏิบัติโดยวิธีปหาน 5 กดข่มบ้าง แล้วอ่านอาการกิเลสที่มันไม่เที่ยง มันเป็นเหตุแห่งทุกข์ เราก็รู้ว่ามันไม่เที่ยง แล้วคนที่ไปยึดอาการนั้นไว้คือคนโง่อวิชชา ยึดไว้แล้วมาเสพตามความต้องการได้มาเรียกว่าความโลภ ต้องการกำจัดออกไปเรียกว่าโกรธ ต้องการเสพสัมผัสรสเรียกว่าราคะ ได้มาเป็นของเราเรียกว่าสมความโลภ ได้มาสัมผัสเสียดสี รูป รส กลิ่น เสียงสัมผัส ถูกใจเค้าเรียกว่าราคะ เป็นอัสสาทะ เป็นอิฏฐารมณ์ ผู้ใดลดอาการอยากได้ อ่านอาการอยากได้ ความอยากเป็นอาการอย่างไรก็อ่านได้ คนมีญาณปัญญา วิปัสสนาญาณ หรือ ญาณทัศนะวิเศษ มันอ่านออกจริงๆ พิจารณาเห็นด้วยปัญญาแล้วมีพลังงานปัญญา เรียกโดยภาษาว่า ฤทธิ์ แรง กำลัง มีพลังงาน อำนาจ อิทธิพล ทำให้กิเลสลดเรียกว่าไฟ ไฟ คำนี้ภาษาบาลีเรียกว่า ไฟฌาน ฌานนี้ประกอบด้วยปัญญา “ฌานไม่มีปัญญา ไม่มี” พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ชัดในพระไตรปิฏก ล.9 พลังไฟนี้คือไฟฌาน ทำให้ไฟฌานมีอำนาจมากกว่าไฟราคะ โทสะ โลภะ พลังฌานทำให้เกิดได้ เป็นพลังงานที่มีจิตแข็งแรงมีปัญญาเจโต ซึ่งเป็นพลังงานธรรมะสองที่จับคู่กัน ทำปฏิกิริยาสลายพลังงานราคะหรือโทสะได้ ถ้าคุณสร้างพลังฌานได้จริง พลังงานนี้จะทำลายพลังงานราคะหรือโทสะลงได้จริง ขอให้ทำถูกเถิด นี่คือปฏิบัติตามวิทยาศาสตร์ทางจิตของพระพุทธเจ้าที่ค้นพบ ผู้ปฏิบัติได้จริง ทำให้กิเลสลดได้จริง แล้วเราจะตามเห็นกิเลสลด เรียกว่า วิราคานุปัสสี อาการจิตวิปัสสนาญาณ หรือญาณทัศนะวิเศษ เรียกว่าวิชชาข้อที่ 1 เนี่ย มันจะรู้เห็นหลัดๆ ของตนเอง จึงคือผู้ปฏิบัติธรรมที่ไม่งมงาย รู้ความจริงตามความเป็นจริง
590221_เทศน์เปิดงานและปฏิญาณตน พุทธาภิเษกฯครั้งที่ 40