สื่อธรรมะพ่อครู(พระสูตรอื่นๆที่สำคัญ) ตอน อนุตตริยะ 3_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พระสูตรอื่นๆที่สำคัญ) ตอน อนุตตริยะ 3 มาเข้าสู่บทชมคนที่บรรลุธรรม ปฏิบัติธรรมมีมรรคมีผล ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา เกิดวิมุติที่แท้จริงเป็นของจริง เมื่อมีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตราบใด โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ เมื่อพวกเราที่เป็นลูกพระพุทธเจ้าได้ศึกษาคำสอน ตอนแรกได้รู้ได้เห็น เรียกว่าทัสสนะในอนุตตริยธรรมของพระพุทธองค์ คือการเห็นธรรมอันยอดเยี่ยม และได้ปฏิบัติธรรมที่ยอดเยี่ยมคือปฏิปทานุตตริยะ คือ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ไตรสิกขานี่แหละ หรือคือโพธิปักขิยธรรม 37 จะเกิดผลเป็นโลกุตระ 9 ก็ครบ วิมุตตานุตตริยะ หลุดพ้นอันยอดเยี่ยม นี่คือ อนุตตริยะ 3 (ทัสสนานุตตริยะ ปฏิปทานุตตริยะ และ วิมุตตานุตตริยะ) เมื่อเราได้เห็นได้รู้อย่างสัมมาทิฏฐิแต่ต้น เมื่อเราได้ก็เอามาปฏิบัติ ได้ ทัสสนามา เราก็เอาอนุตตริยธรรมของพระพุทธเจ้ามาศึกษา ต้องหมั่นฟังธรรมคือ สวนานุตตริยะ คือ เงี่ยโสตสดับสนใจฟังธรรม เราก็จะได้ฟังสัทธรรมอันดี ก็จะเกิดศรัทธาอันดีเป็นสัมมา ผู้ที่สามารถมีองค์ 3 นี้ 1. คบสัตบุรุษ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เห็นสาวกตถาคตที่ปฏิบัติดีก็เข้าไปใกล้ เงี่ยโสตสดับ ไม่ใช่ไปหาผู้ปฏิบัติผิดก็เป็นการเห็นอันเลว เป็นทัสสนะอันเลว ทัสสนะอันนั้นเป็นกิจเลวคือไปพบผู้ปฏิบัติผิดๆ เมื่อเราพบผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ท่านเอาโลกอบาย อัตตา มาบอกเรา ให้เราล้างกิเลสอบายได้หมด ก็พ้นโลกอบายได้ ก็ปฏิบัติต่อ พ้นโลกกามต่อมา คือภพข้างนอก เป็นกามภูมิ ที่สัมผัสแตะต้องด้วยทวาร 6 ร่วมสังคมด้วยโลกธรรม ดินน้ำไฟลม หรือทุกอย่างสัตว์บุคคลตัวตน เราก็ร่วมสังเคราะห์สังขาร จิตเราไปตกเป็นทาส แล้วล้างกิเลสในอบายภูมิ แล้วก็ได้ปฏิบัติมาตามลำดับ กามภูมิต่อมาเรื่อยๆ บรรลุโสดาบัน ทำต่อเป็นสกิทาคามี อนาคามี ไปตามลำดับ เป็นผู
อ่านต่อ
้พ้นจากลาภยศต่างๆ หรือแม้แต่ของที่เราติดมอมเมาเป็นเมรยะ แต่สุราคือสิ่งที่ติดอย่างหยาบต่ำแรงกล้า เราหลุดพ้นมาแล้ว ก็มาทำให้พ้นการเมาระดับกลาง ในกามภพล้างกิเลสเป็นสกิทาคามี ได้มรรคผล ก็ได้สุขที่ไม่ต้องแย่งชิงลาภ ยศ สรรเสริญ สุขที่จะได้มาเป็นเราเป็นของเรา ผู้ที่มาในชาวอโศกเคยมีโลกธรรม ลาภ ยศ สรรเสริญ กาม ก็หมดติดยึดได้ ไม่มีภพชาติได้ แต่ก่อนเคยยึดถือ พวกเรานี่ชาวอโศกมีลาภโดยธรรมตามโลกเขา ไม่ได้ไปโกงด้วย ทำงานตามสังคมเขาทำ ก็ได้ลาภโดยธรรม ได้เงิน ได้ข้าวของเดือนหนึ่งเป็นแสน เดือนละหลายแสน เดือนละห้าหกเจ็ดแสน ก็กล้าลาออกมาทำงานฟรี ทำงานโดยไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร อยู่ในชาวอโศกนี่ อันนี้เป็นหลักฐานชาวอโศกที่เป็นไปได้ ดูค่าเฉลี่ยแล้วชาวอโศกไม่ได้หลงโลกธรรม ไม่ได้หลงกามคุณอย่างที่เขาเป็น ทำงานมา 45 ปีแล้วมีรูปลักษณ์พฤติกรรมชาวอโศกอย่างถาวรยั่งยืน ก็สงบสบายในจิต เป็นวิเวก 3 คือกายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก ไม่ได้หนีโลกแต่อยู่กับโลก มีข้างนอกและข้างใน จิตเราร่วมรับรู้สัมผัส มีสภาพอารมณ์ มีจิต เราก็ได้ล้าง เป็นวีตราคะ วีตโทสะ จากโลกอบายภูมิ บางคนเป็นโสดาฯ บางคนเป็นสกิทาฯ ล้างกิเลสได้จริง สติปัฏฐาน 4 กายที่เกี่ยวกับภายนอก จิตเราก็สังขาร แต่เราได้ปฏิบัติอภิสังขาร เป็นปุญญาภิสังขาร จนไม่ต้องปฏิบัติอีกเป็นอปุญญาภิสังขาร ไม่ต้องกำจัดกิเลสอีก ปุญญะคือเครื่องมือกำจัดกิเลส เราก็ไม่ต้องปุญญะอีก มีวิปัสสนาญาณ วิปัสสนาวิธี บางทีก็อุบายกดข่มตามปหาน 5 เราก็กำจัดกิเลสได้จริง เราไม่ได้พากันหนีเข้าป่าเขาถ้ำ อยู่กับสังคม เขามีเรื่องราว เราก็มีการใช้สิทธิหน้าที่ เรื่องการเมือง เป็นหน้าที่ของคนทุกคนที่จะช่วยกัน ไม่ได้ดูดายใจดำ เหมือนคนทั่วไป ที่ทำมาหากินไม่เกี่ยวกับใคร ไม่เกี่ยวกับการเมือง เราก็ต้องไปเป็นนักการเมืองที่สุจริต ทำงานให้ประชาชนจริงไม่ได้หวังโลกธรรมตำแหน่งใดๆ เราทำงานการเมืองภาคประชาชนแท้ ไม่ได้เป็นนักการเมืองภาครัฐ ไม่ได้ไปสมัคร แต่เราทำหน้าที่ประชาชนตามรัฐธรรมนูญที่ประชาธิปไตยเขาให้ทำ นอกจากคนเข้าใจไม่ได้ ไม่มีปัญญารู้ว่าต้องไปทำงานรับใช้ประชาชน แม้แต่ไม่ใช่ผู้ได้รับเลือกตั้ง เขางมงายว่าต้องได้รับเลือกตั้งจึงเป็นคนทำงานเพื่อประชาชนได้ ทำไมปัญญาแคบเช่นนั้น ศึกษาการเมืองรัฐศาสตร์จบดร. ก็ยังหาว่าไปทำผิดหน้าที่ ยิ่งเป็นนักปฏิบัติธรรมมีกิเลสน้อย ไม่มีอคติ ก็ยิ่งทำเพื่อประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อโลกธรรม หรือแย่งลาภยศตำแหน่งใคร นี่คือสัจจะที่พูดความจริงวันนี้ เพื่อให้ตรวจสอบว่า คนปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว มีมรรคผลแล้ว เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ไหม? และอาตมาก็ยืนยันว่าพาพวกเราไปทำงาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม ที่พูดไม่ได้พูดทวงบุญคุณกับสังคม แต่อธิบายปรากฏการณ์จริงในเมืองไทย ในโลก เราได้ปฏิบัติได้ผลแล้ว แต่เขาไม่มีปัญญาเข้าใจความจริง ที่บอกสาธยายนี้เป็นความจริง ฟังขึ้นบ้างไหม ที่เราพากันทำทั้งนักบวชและฆราวาส ก็ไปทำงานการเมือง ไปทำหน้าที่ครั้งคราวให้ชัดๆ แท้จริงทำอยู่ทุกวันเลย ชาวอโศกเรา ได้ดิบได้ดี ลดละกิเลส ไม่เป็นทาส ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขโลกีย์ จนมารวมหมู่กลุ่มเป็นชุมชนหมู่บ้าน โดยบริหารกันเองเป็นนิตินัย มีผู้ใหญ่บ้าน มีการบริหารตามหลักของประเทศ ได้ดีมาอย่างนี้เพราะปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าสอน ที่เรามั่นใจว่าสัมมาทิฏฐิจึงได้ผลเช่นนี้ กลุ่มอื่นเขาก็มีทิฏฐิ มีทฤษฎีของเขา เขาก็สอนสมาชิกของเขา แล้วสมาชิกของเขาก็ได้มรรคได้ผลตามทฤษฎีของเขา ก็เอามาเทียบกันดูสิ ว่ามีพฤติกรรมอยู่ในสังคมเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ยกตัวอย่างอย่างหยาบหยาบให้ชัด ชาวอโศกไปก่อเรื่องที่จะไปโกงสมบัติต่างๆ ที่เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนกับอย่างบางสำนักที่เขามีทฤษฎีของเขา เขาก็สอนสมาชิกของเขา และก็พากันไปโกงอยู่ในสังคมเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ ก็มาเทียบกันดูว่ากลุ่มไหนใช้ทฤษฎีนั้น กับใช้ทฤษฎีของอันนี้ แล้วมีผล อย่างไร ให้หยิบเอาความจริงนี้มาศึกษา ทำวิจัย สำหรับให้ผู้ที่จะทำวิทยานิพนธ์รุ่นใหม่เอามาอ้างอิง แต่กลับไม่เห็นใยดีกันเลย ไม่เห็นจะศึกษาแล้วนำมาปรับใช้จริง วิทยานิพนธ์ก็เป็นสิ่งที่ดีที่คนจะต้องศึกษาเข้าไปรับใช้มนุษย์ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ไม่น่าจะย่ำแย่เช่นนี้ เรามีในหลวงเป็นพระโพธิสัตว์เป็นอาริยบุคคล ท่านพระราชทานทฤษฎีมาให้ ให้มาเอาแบบคนจน ซึ่งเป็นทฤษฎีเดียวกันกับของพระพุทธเจ้า ให้มามักน้อย อัปปิจฉะ แปลว่ากล้าจน ไม่ใช่ไปมีมาก ไปโกงแล้วแข่งรวยแข่งแย่งลาภยศกัน ในหลวงก็พระราชทานทฤษฎีให้ ก็ไม่นำมาศึกษา ไม่เห็นมีข้าราชการผู้ที่มีหน้าที่บริหารประเทศเอาไปทำวิจัยให้เกิดจริง ให้ชัดเจนแล้วจะได้เอาไปใช้ตามพระราชดำรัส แล้วยังบอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงให้รวยได้นะ เศรษฐกิจพอเพียงหรือแบบคนจน หรือให้ชัด ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา และคำว่า แบบคนจน เป็นอันเดียวกัน ถ้าเราต้องใช้เงินในการดำเนินชีวิตเดือนละ 10,000 แต่เราสามารถทำรายได้เดือนละ 30,000 มันได้มากเกิน เราก็พอ แนวปฏิบัติให้เกิดจิตวิเวก มีอัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวกะ อสังสัคคะ วิริยารัมภะ การทำการพูดใดเป็นไปเพื่อความมักน้อยสันโดษ ให้ใจพอ ปฏิบัติจนจิตสงบ ปวิเวก ทำการขยันหมั่นเพียร สร้างได้มากแต่ถ้าต้องใช้จ่ายเงินมากสามหมื่น แต่ถ้าเลิกแล้วใช้แค่หมื่นเดียว เวลาก็เซฟได้ ทุนรอนแรงงานก็เหลือเอามาสร้างสรรได้มากกว่าเก่า ชาวอโศกเราจึงมีผลผลิตเหลือเยอะ ไม่ได้เอาเข้าส่วนตัว ให้แก่ส่วนกลางจึงทำให้ส่วนกลางมีเหลือแล้วสะพัดสู่สังคมได้ เรามีภาวะแลกเปลี่ยนค้าขาย หรือแจกให้สังคมได้ เราจะทำอย่าง ขาดทุนของเราคือกำไรของเราได้ เราถือว่าความลด ละ หน่าย คลาย เป็นความเจริญของชีวิต ไม่ได้สับสนอะไร จนเราสามารถเป็นไปได้ ช่วยสังคมอย่าง พหุชนหิตายะ (เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก)
590222_ธรรมะมาฆบูชา โดยพ่อครู ธรรมะอนุตตริยะ