สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ชาวอโศกมีครบพุทธบริษัท4.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ชาวอโศกมีครบพุทธบริษัท4 สรุปคือ พุทธหยั่งลงในประเทศไทย อาตมาประกาศว่า พุทธคือชมพูทวีป ชมพูทวีปคือมนุษย์ที่รับศาสนาพุทธได้ บรรลุธรรมได้และมีจำนวนมากพอ เพราะฉะนั้นยุคนี้มีเมืองไทยที่มีศาสนาพุทธที่มีความจริงมากพอ แล้วก็จะช่วยให้ความเป็นพุทธนี้อยู่ไปจนกว่าจะสิ้น เพราะฉะนั้นชมพูทวีปอยู่ที่เมืองไทย แล้วกลุ่มที่เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ในเมืองไทย บรรลุจริง วันนี้ก็ขอพูดชัดเลยว่า อาตมาประกาศอรหันต์ในงานนี้ปีที่แล้ว ปีนี้ก็ประกาศอีกคือชาวอโศก ปีที่แล้วประกาศตนเอง ปีนี้ประกาศชาวอโศก ชาวอโศกนี้คือพุทธสาวก ที่เป็นอุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณี แต่เราไม่เรียกภิกษุณี เราเรียกว่า สิกขมาตุ ตอนนี้เขาแย่งกันจะเอาชื่อภิกษุณี จะมีหลายร้อยหลายพันแล้วในเมืองไทย เนื้อแท้แล้วเป็นภิกษุณีจริงหรือเปล่า ได้หรือเปล่า สิกขมาตุของเรามีอรหันต์ อาตมาประกาศไปแล้ว อโศกมีครบพุทธบริษัท 4 จึงมีคุณสมบัติของพุทธธรรม ในสังคมชาวอโศกแต่ละหมู่บ้านแต่ละชุมชน ที่ยังไม่ใหญ่ขนาดเป็นอำเภอหรือจังหวัด เพราะไม่รวมกันในที่เดียว แต่กระจายกันเป็นเครือแห คือมีคน ผู้ชายผู้หญิง ซึ่งมีคุณสมบัติโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ในนั้น เช่น ในชุมชนศาลีอโศก สันติอโศก ราชธานีอโศก ศีรษะอโศก ก็มีบ้าน วัด โรงเรียน สามเส้าครบ โรงเรียนคือความรู้ บ้านคือสังคม วัดคือคุณธรรม เป็นสามเส้า มีสังคม มีคุณธรรม มีความรู้ 3 เส้านี้อยู่ในไพศาลีก็มี แล้วคนเหล่านั้นมีความรู้ มีศีลธรรม มีคุณธรรม มีสังคมกลุ่ม ความเป็นสังคมของหมู่บ้านชุมชนชาวอโศกที่เป็นพุทธนั้นอยู่อย่างมีวรรณะ 9 มีสาราณียธรรม 6 มีสาธารณโภคี นี่คือคุณสมบัติของมนุษยชาติที่เจริญ สาธารณโภคี คือมีสมบัติที่เป็นคอมมูนที่ใหญ่แบบสมัยพระพุทธเจ้า องค์รวมขอ
อ่านต่อ
งประชาชนนี้เสียภาษี 100% ทำงานฟรีทุกคน นี่คือคอมมูนของพระพุทธเจ้า แล้วคนเหล่านั้นเสียภาษีโดยไม่ถูกบังคับ ไม่เหมือนกับคอมมิวนิสต์ที่ต้องออกกฎหมายบังคับให้เสียภาษี แล้วในคอมมิวนิสต์ก็มีการโกง แต่มีความเข้มกว่าประชาธิปไตย ส่วนของสาธารณโภคีนั้นเต็มใจเสียภาษี 100% แม้จะมีกิเลสอยู่บ้างแต่อยู่ในชุมชนก็เต็มใจทำงานฟรีทุกคน ถ้าคุณไม่อยากจะอยู่ในนี้ก็ออกไป ไปทำงานเอาเอง แต่ถ้าเข้ามาในเขตนี้คือเสียภาษี 100% ในชุมชนชาวอโศก คนที่เป็นสมาชิกชุมชนจึงทำงานฟรี คือเสียภาษี 100%แล้วก็กินใช้ร่วมกัน ของที่กินใช้ร่วมกันนี้เป็นนิตินัย ไม่มีใครจะแบ่งออกได้เป็นของส่วนตัว เป็นทรัพย์สินส่วนกลางทั้งหมด จึงย้ำเสมอว่านี่เป็นสมบัติของเธอนะพวกเด็กๆ แต่เด็กๆ ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่ผู้ใหญ่สิ ผู้ใหญ่ทำไมมันโง่ เป็นสมบัติของคุณ มาอยู่แบบกินใช้ร่วมกัน ตายก็เผาให้ฟรี ป่วยเจ็บก็รักษา โยมเหนี่ยว แกบรรลุธรรมที่นี่ ตอนตายก็ยิ้มตายที่นี่ ที่ไพศาลี แกบอกว่าที่นี่ ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ ส่วน เห็ดมีเก็บ นั้นอาตมาเอามาต่อ เจ็บป่วยมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างก็ทำเอาเอง เป็นญาติธรรมคือพึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายกันได้ มีลูกหลานก็ช่วยกันเลี้ยงดู เป็นลูกหลานสาธารณะ ระวังนายปองเอี้ยมจะถูกสปอย เพราะมีคนเลี้ยงคนเอาใจเยอะ ไพศาลีนี้ตั้งมาตั้งแต่พ.ศ. 2519 ตอนนี้ ร่อยหรอกันไป ยังมีส่วนเหลือส่วนเกินกัน เพราะในเศรษฐศาสตร์บุญนิยมของพระพุทธเจ้านี้ไม่มีจน เป็นคนจนที่จนไม่เป็นแล้ว เป็นระบบคนจนที่ไม่เกิดความจนอีกแล้ว เป็นระบบที่ยิ่งใหญ่ ผู้ไม่มีปัญญารู้ระบบคนจนนี้ไม่ได้ พระเจ้าอยู่หัวเราเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านจึงตรัสเรื่องการบริหารประเทศเอาแบบคนจน จนคือส่วนตัวไม่มีอะไร มีแต่บริขาร เราอยู่กันมักน้อยสันโดษ จะมีบริขารตามเหมาะสมแต่ละคนที่จะใช้ มีบริขารส่วนตัวส่วนรวม เราดูแลบริหารตามเหมาะสม ตนเองเมื่อตัดสินไม่ได้ก็เอาคณะบริหารรวมกันตัดสิน ช่วยกันรับผิดชอบ วินิจฉัยตัดสิน อาศัยหมู่เป็นคณะลูกขุนตลอด ส่วนธรรมนูญนั้นของพระพุทธเจ้า ท่านไม่ให้แก้ไข เป็นกฎหมายใหญ่หลักสมบูรณ์แบบตลอด อาตมาถึงเกาะบัญญัติของพระพุทธเจ้าแจเลย เอามายืนยัน สรุปอีกที ชุมชนอโศกขอให้ตื่นรู้ว่าคุณควรจะอยู่ที่ไหน คุณอยู่ร่วมกันกับหมู่กลุ่มคุณได้ก่อกุศล ได้ล้างกิเลสเรียกว่าบุญ บุญคือเครื่องมือล้างกิเลส ส่วนกุศลคือพาหะของความดี แล้วจะได้อาศัยไปตลอดจนกว่าจะปรินิพพาน ส่วนบุญนั้นมีหน้าที่ตัดคอเหมือนเครื่องประหารหัวหมาของเปาบุ้นจิ้น ที่นี่เป็นที่พักพิง เป็นที่ๆ มีทฤษฎีหลักสูงสุดคือ สาธารณโภคี เป็นระบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งความเป็นคอมมูนและประชาธิปไตย ทุกคนกินใช้ร่วมกันส่วนกลาง รวมกลุ่มกันไม่มีใครตีแตกก็เป็นคอมมูนแล้ว สมบัติส่วนกลางเป็นรูป คนที่ช่วยกันบริหารส่วนกลางเป็นนาม แล้วต่างก็ช่วยกันสร้าง ไม่มีตัวกูของกูและขยัน คนเจริญแล้วขยันทุกคน ไม่มีขี้เกียจที่เป็นอบายมุขข้อต้น เมื่อขยันก็สร้างสรร มีปัญญา สร้างสรร หรือไม่มีปัญญาก็อยู่กับหมู่ที่มีปัญญาที่ช่วยกันสร้าง ไม่ต้องกลัวผิดเลย หมู่นี้คือคนมีปัญญา ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา รู้ว่าอะไรดีไม่ดี สมยุคสมัยด้วย แล้วทุกคนมาอยู่ร่วมกัน กินน้อยใช้น้อย มักน้อยสันโดษ จึงมีส่วนเหลือ ส่วนเหลือของแต่ละคนรวมกันจึงมีมาก แจกจ่ายให้แก่ผู้อื่นโดยไม่มีจิตติดยึดเป็นเราเป็นของเรา จะแจกจ่ายใครก็แจกด้วยปัญญา การให้ทาน การบริจาค การแจกต้องให้กับคนที่ควร ไม่ไปแจกให้คนใจร้าย เหมือนกับการเอาปืนไปใส่มือโจรร้าย รู้จักที่ควรไม่ควร สังคมพุทธเกิดแล้ว มีจริง เป็นจริง คนที่มาอยู่แล้วอยู่ไม่ได้เพราะไม่เชื่อจริง หรือเจโตไม่พอถ้าเชื่อแล้วไม่อยู่ ถ้าเชื่อแล้วจงเอาตัวเข้ามา ให้เขาเขกหัวบ้างก็แล้วกัน ตายดีกว่า ให้ผู้รู้ผู้มีเจตนาดีเขาเขกหัวตาย คุณเท่ากับตายดีไม่ตกต่ำ ตายอยู่ในแดนบุญแดนกุศล ดีกว่าตายอยู่ในแดนชั่วแดนเลวแดนสกปรกมีเชื้อโรค มาตายอยู่ในนี้ไม่มีเชื้อโรค นอกจากไม่มีเชื้อโรคแล้ว ก็ยังมีกุศลติดไปด้วย ได้ล้างกิเลสได้บุญจริงอีก ที่ๆ เป็นสัปปายะ 4 มีสถานที่ มีบุคคลที่เป็นอาริยบุคคลด้วย มีอาหาร อาหารคือเครื่องอาศัย ข้าว กับ แกง เครื่องใช้ เครื่องมือ อุดมสมบูรณ์เหมือนมีเยอะเพราะมันมารวมกัน แต่ละคนไม่มีเป็นของส่วนตัว ขณะนี้ในไพศาลีก็อยู่กันอย่าง 1. ไม่เป็นหนี้ 2. ทำให้เหลือกินเหลือใช้ เช่น เขามาบริจาคให้อาตมาได้อีก ถ้ามีคนมาร่วมอยู่ในนี้อีกก็จะเจริญกว่านี้ อุดมสมบูรณ์กว่านี้ ของกินของใช้สิ่งก่อสร้างอะไรก็แล้วแต่ ก็จะเจริญไป เพราะฉะนั้นมี สัปปายะ 4 มี สถานที่ บุคคล อาหาร และธรรมะ อยู่ครบในนี้ ชีวิตคุณจะต้องการธรรมะของศาสนาพุทธไหม? ถ้าต้องการจงมา ถ้าไม่มาก็จงโง่ต่อไป เราต้องการคนที่กล้าจริง ไม่ใช่สถานที่ตกต่ำ ขอยืนยัน เป็นสถานที่พุทธแท้ๆ
590221_เทศน์เปิดงานและปฏิญาณตน พุทธาภิเษกฯครั้งที่ 40