สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน อ่านกิเลสเป็นจึงเห็นไตรลักษณ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.54 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน อ่านกิเลสเป็นจึงเห็นไตรลักษณ์ คนยังไม่ตายเขาก็ต้องมีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม กรรม 3 ทั้งนั้น แต่ผู้ไม่ได้ศึกษาธรรมะแล้วก็ควรจะสังวรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ชีวิตอย่างไร เขาก็ไม่ได้คำนึงว่ามีตัวกิเลส หรือตัวสำนึกดี คนเราก็มีกิเลสที่พาให้สำนึกชั่ว เป็นตัวเหตุที่พาให้สำนึกชั่วคือตัวกิเลส เป็นอำนาจ สำนึกดีก็เป็นอำนาจ ผู้ที่มีอำนาจสำนึกดีมากกว่า ก็กดหัวกิเลสไว้ได้มากหน่อย ถ้ามีแรงของกิเลสมากกว่าสำนึกดี กิเลสมันก็กดหัวเอา แล้วก็ให้ประพฤติไปตามกิเลส กิเลสแรงมันก็ทำแรงโหดร้าย หรือว่า เถื่อนๆดุๆไป คนที่มาศึกษาธรรมะก็จะเข้าใจกรรมกิริยาเหล่านี้ โดยเฉพาะศาสนาพุทธสอนถึงขั้นใช้จิต หากเป็นสัญญาที่ไม่มีอำนาจถึงขั้นกำหนดรู้ สัญญาก็เป็นความรู้ ปัญญาก็เป็นความรู้ แต่สัญญามันไม่มีอำนาจเท่ากับปัญญา ปัญญาเป็นความรู้ที่เป็นโลกุตระ ของเราศึกษา ที่อื่นเขาไม่ได้ศึกษาธาตุรู้ที่กำหนดรู้ นัยยะสำคัญที่ปัญญาคือโลกุตระ และเป็นการประกอบไปด้วยทั้งภายนอกและภายใน ปัญญาต้องมีภายนอกด้วยเสมอ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เปิดทวารทำงาน สัมผัสรู้แล้วกำหนดรู้ ปรุงแต่งสังเคราะห์สังขารกันขึ้นเป็นความรู้ รวมเรียกว่าสังขาร ความรู้ตัวของคนทั่วไปเป็นสังขาร 3 เขาสังขารไม่มีธาตุรู้ที่จะเข้าไปรู้ลึกซึ้ง มีสติสัมโพชฌงค์ มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ วิจัยจิตในจิต กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม แล้วก็ดูธาตุที่เป็นจิต เจตสิก มันทำงานเป็นกิเลส เป็นอาการไม่ดี พลังงานไม่ดีของจิต เมื่อเรียนรู้พุทธจะแยกแยะวิจัยวิจารออก มันตักกะ วิตักกะออกมา ก็วิจัยแยกตัวกิเลสได้ และมีวิธีการทำให้กิเลสลดลงโดยวิธีการสะกด สมถะ แรง กดดื้อๆ กับวิธีที่กำหนดรู้ด้วยปัญญา การกำหนดรู้ด้วยปัญญานี้ทำให้กิเลสลดนี่ พระ

อ่านต่อ

พุทธเจ้าอธิบายไว้ชัดเจนแต่คนยังทำได้ยาก คือ พิจารณาให้เป็นไตรลักษณ์ พิจารณาตัวอาการกิเลส หรือจิตก็เหมือนกัน จิตมันก็ไม่เที่ยง มันก็เป็นทุกข์ มันเป็นอนัตตา กิเลสก็เป็นส่วนหนึ่งของจิต เป็นอาการของจิต มันก็ไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา การที่ได้มีปัญญาเข้าใจเลยว่า มันไม่เที่ยง นี่แหละเป็นตัวที่ลึกซึ้งที่สุด เพราะอาการที่มีในจิตตัวผู้ใดมีการปฏิบัติ ถ้าเราใช้คำว่าเพ่ง เพ่งนี้มันแค่สงบเฉยๆสมถะ เพ่งกับวิจัย ต้องพินิจ เพ่ง วิจัย เห็นว่าอาการมันไม่เที่ยง มันจะละเอียดลึกซึ้งลงไปทุกๆเศษเสี้ยวของวินาที ผ่านไปๆ เศษเสี้ยวของวินาที มันเปลี่ยนเลยนะ มันไม่เที่ยงมันไม่ได้อยู่อย่างเดิม มันอาจจะมีอะไรมาผสมผเส ปรุงแต่งธาตุรู้นั้น เฉพาะธาตุรู้ มีอะไรปรุงแต่งไปเรื่อยๆในความคิด แต่อาการของจิตที่มันผ่านเศษเสี้ยวนั้นไป มันไม่คงเดิม ถ้าใครสามารถรู้ว่าความไม่เที่ยงนี้มันเดินไปเหมือนกับเวลา เวลาเอาพยัญชนะภาษามาเทียบ เป็นวินาที เป็นนาทีเป็นชั่วโมง ข้อกำหนดระยะห่างตรงกลาง จากต้นไปถึงตรงนี้เรียกว่าวินาที เรียกว่านาที เรียกว่าชั่วโมง เรียกว่าวัน ก็เป็นการกำหนดของสังขยาเลข หรือภาษา ความจริงเราจะเรียกว่าเวลา เวลาคือความไม่เที่ยง มันเดินไปอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดที่เก่า คุณจะหยุดให้เที่ยงนี้ จะจับโลกให้หยุดหมุน จะจับพระอาทิตย์ให้หยุดหมุนให้หยุดเดินอยู่นิ่งๆ แล้วมันก็จะเที่ยง เวลาก็จะเที่ยง ใครสามารถทำได้ไหมล่ะ จะอาสาเป็นหนุมาน ไปจัดการดึงสุริยาทิพย์ให้หยุด ดำเนินไป ภายในเวลาที่เราเกิดจนถึงปัจจุบันนี้ บางคนก็ มีแก่กว่าอาตมากี่คนนะในที่นี้ ..มีสองคน ศาสนาพุทธมีถึงสองชั้นมีทั้งโลกียะ และโลกุตระ บางทีก็ตรงกันกุศลโลกียะกับโลกุตระ บางทีก็ไม่ตรงกันเลยกุศลโลกียะกับโลกุตระมันทวนกระแสกันด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ เขาเรียนรู้ละเอียดไปถึงขั้นว่า ชีวิตเกิดมาของศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าก็สอนให้เรามีสวรรค์ หรือไม่มีสวรรค์ ….ไม่มี เอาสวรรค์หรือไม่เอาสวรรค์ ...ไม่เอา แต่ข้างนอกเขามีไหม...มี ของเขามีสวรรค์เอาสวรรค์นะ เขาไม่ได้เอานิพพาน พวกเราไปถึงขั้นนิพพาน หมดสวรรค์หมดนรกถึงขั้นนิพพาน หมดสุขหมดทุกข์คือนิพพาน พวกเราพูดก็ถูกเลยแต่ยังทำไม่ได้เป็นนิพพานสมบูรณ์แบบ แต่เรารู้แล้วว่าเราทำได้ เรารู้ด้วยความหมายภาษาและรู้วิธีที่จะฝึกให้ตัวเองเป็นได้ ของเราทำได้มีไม่น้อยแต่เราไม่รู้ว่าเราทำได้ แต่ไม่ง่ายที่จะเอาพยัญชนะ เอาชื่อยาไปแปะกับตัวยา ที่เป็นลักษณะของนามธรรม ที่เป็นจิตเจตสิกต่างๆ แต่ก็เข้าใจไปเรื่อยๆ หลายคนก็แปะได้ถูกสภาวะและทำเป็น การศึกษาพวกนี้มีชีวิตของคนผ่านมา มีมาศึกษา อย่างพวกเราก็รู้ว่า อ๋อ นี่เป็นสัมมาทิฏฐิ อันนี้เป็นทางเดินของชีวิตที่ควรจะต้องสนใจ ต้องเอาเวลาแรงงาน ทุนรอนที่เราควรได้เอามาศึกษาอันนี้ เวลาทุนรอนแรงงาน เอามาใช้ศึกษามาฟังมาฝึกมาอยู่ ปฏิบัติประพฤติอบรม มีคุณค่ากว่าเอาแต่หาเงิน ซอกๆๆๆ หลงในโลกีย์ เราก็พอกินพอใช้อยู่แล้ว ปลีกเวลามาทางนี้ วันสำคัญก็มาทางนี้ เลิก ไม่ต้องไปหาเงินทอง ไม่ต้องไปทำอย่างโลกีย์ มาฝึกฝนอย่างนี้ จริงๆแล้วการปฏิบัติธรรมไม่ต้องปลีกแยกเวลาออกไปหรอก ทุกเวลา เรามาเติมความรู้ทางปริยัติ แล้วก็มาฝึกหัดฝึกปฏิบัติกับหมู่ดำเนินไปด้วย ให้มันสมบูรณ์ การปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้านั้นสมบูรณ์ด้วยมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นบวร เป็นสามเส้า บ้านวัดโรงเรียน ในบ้านก็ต้องมีผู้คน ไม่ใช่ว่าบ้านสร้างเอาไว้แล้วไม่มีผู้คน เป็นที่ให้ มดปลวก อะไรมันอยู่ไม่ใช่บ้าน มันเป็นรังมดรังปลวก สร้างไว้แล้วตัวเองไม่มาอยู่ ต้องมีคนมาอยู่จึงเป็นบ้าน มาอยู่อาศัยมาเช็ดมาถูมาดูแลมันด้วย นกมันยังดูแลรังของมัน แต่เป็นคนไม่ดูแลไม่จัดการ ที่อยู่ของเราให้มันดีมันก็รก มันเป็นอะไร 610607_พ่อครูเทศน์ ทวช. อโศกรำลึก ครั้งที่ 37 ประกาศโพธิสัตว์ผู้มากอบกู้ศาสนาพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน