สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำไมไม่ออกกฏบังคับภิกษุให้ฉันมังสวิรัติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำไมไม่ออกกฏบังคับภิกษุให้ฉันมังสวิรัติ _สิ่งที่พระเทวทัตขอพระพุทธเจ้าคือให้ภิกษุฉันแต่ผักอย่างเดียวไม่ฉันเนื้อหรือปลา แสดงว่าก่อนหน้านั้นภิกษุมีการฉันเนื้อสัตว์และปลาอยู่ก่อนแล้วใช่หรือไม่ พ่อครูว่า..ก็มีบ้าง แต่ อินเดียเป็นรากของศาสนาตั้งแต่ฮินดูถึงพุทธ รู้โดยปริยายกันว่า นักบวชที่เคร่งครัดที่น่านับถือบูชา นักบวชประพฤติพรตต่างๆ ที่ถูกต้องจะต้องไม่ฉันเนื้อสัตว์ ไม่มีส่วนไปฉันเนื้อสัตว์เลย เขารู้ว่าดีโดยปริยาย เพราะฉะนั้นโดยทั่วไปก็จะไม่ฉันเนื้อสัตว์ จะมีคนที่กินเนื้อสัตว์ฉันเนื้อสัตว์อยู่บ้างที่เป็นนักบวช เป็นบางคน บางผู้ พระพุทธเจ้าก็เลยไม่ออกกฎ ไม่ออกเป็นวินัยเลยว่าห้ามฉันเนื้อสัตว์ห้ามฉันปลา ไม่ออก _ถ้าใช่ คือภิกษุทุกหมู่เหล่าฉันผักเป็นปกติแล้ว ทำไมพระเทวทัตจึงไปทูลขอให้พระพุทธเจ้าออกกฎให้ฉันแต่มังสวิรัติ พ่อครูว่า...วินัยไม่ใช่ศีล แต่ศีลต่างๆรอบรัดไว้แล้ว ศีลข้อที่ 1 ข้อเดียวก็ไม่มีให้ฉันเนื้อสัตว์แล้ว มีใจกรุณาเอ็นดูหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวง จะไปฆ่าสัตว์ได้อย่างไร มันจะเป็นประโยชน์ต่อสัตว์อย่างไร มันก็เป็นโทษแก่สัตว์ สัตว์มันก็ตาย ข้อเดียวนี้ก็ชัดแล้ว หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้า 1.ไม่ให้ฆ่าสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาสใครก็ตาม ท่านก็ไม่ให้ฆ่าสัตว์ ท่านไม่ได้ห้ามแต่พระนะว่าอย่าฆ่าสัตว์ ท่านให้ปฏิบัติศีลโดยอย่าฆ่าสัตว์ 2. อย่าค้าขายเนื้อสัตว์ อย่าค้าขายสัตว์เป็นหรือสัตว์ตาย หรือเนื้อสัตว์ โดยหลักธรรมของศาสนา มีศีลข้อที่ 1. อย่าฆ่าสัตว์ 2. มิจฉาวณิชชา 5 พวกฆราวาสอย่าไปค้าขายเนื้อสัตว์ก็ห้ามฆราวาสนั่นแหละ เพราะพระนั้นไปขายไม่ได้ ฆราวาสก็ยังห้ามฆ่าสัตว์และห้ามขายเนื้อสัตว์ ก็แค่สองข้อนี้เป็นหลักเกณฑ์ แม้แต่เป็นฆราวาสพุทธศาสนิก

อ่านต่อ

ชนก็ไม่ให้ทำ แล้วจะมีเนื้อสัตว์ที่ไหนมาให้กินกันให้ขายกัน เหลือแต่ 1. เดนสัตว์กิน 2. สัตว์มันตายเองเป็นปวัตตมังสะ ถ้าอุทิสมังสะ คือ คนไปเจาะจงฆ่ามัน ไม่ใช่เจาะจงมุ่งหมายฆ่าสัตว์นี้เพื่อให้นาย ก. กิน ดังนั้น นายก. กินไม่ได้ ฆ่าสัตว์นี้เพื่อให้นาย ข. กิน นายข.ก็กินไม่ได้ ส่วนนายคนอื่นกินได้หมด คือเจาะช่อง เพื่อให้ตนเองได้กินเนื้อสัตว์ เป็นเรื่องที่น่าเกลียด

_พระพุทธเจ้าไม่ได้เอาตามพระเทวทัตแต่ให้กินเนื้อสัตว์ได้โดยบริสุทธิ์ในส่วน 3 พ่อครูว่า..บริสุทธิ์ด้วยส่วน 3 คือ 1. ไม่เห็นว่าเขาฆ่า 2. ไม่ได้ยินว่าเขาฆ่า ไม่ได้ข่าวคราวว่าเขาฆ่า 3. ไม่สงสัยไม่รังเกียจว่าเขาฆ่าหรือเปล่า แล้วใจเรารังเกียจหรือไม่รังเกียจ เขาก็ตีความว่า เห็นอยู่กับตาว่าเขาเจาะจงมีคนเจาะจงฆ่า สัตว์ที่ตายเพราะคนเจาะจงฆ่าสัตว์นี้เพื่อคนนี้เท่านั้น ให้แคบๆลงไป แท้จริงไม่ใช่บริสุทธิ์โดยส่วนสามคือ สัตว์นี้ตายด้วยคนเจาะจงฆ่า ตายด้วยฝีมือคนด้วยหลัก 5 ประการ 1. สัตว์มีชีวิต 2. สัตว์มีชีวิตก็รู้อยู่ 3. ปรารถนาฆ่า 4. พยายามฆ่า 5. ฆ่าให้มันตายลง สำเร็จ นี่คือองค์ 5 ของปาณาติบาต พอครบองค์ห้านี้ก็บาปครบ 1. สัตว์มันมีชีวิตก็มีชีวิตของมันเป็นธรรมดาต่างคนต่างมีชีวิต วิบากใครวิบากมัน อย่าไปฆ่ากัน สัตว์ใดก็ไม่ต้องฆ่า ไปเกี่ยวข้องทำไม ไปฆ่าก็สร้างวิบากใส่ตน 2. เขาก็รู้ว่าสัตว์มันมีชีวิต ก็ไม่ต้องไปสร้างวิบากใส่กันและกัน 3. ไปอยากฆ่ามัน 4. ไปพยายามฆ่ามัน 5. สัตว์นั้นก็ตายลงสำเร็จ อยู่ที่คนมีความรู้จิตที่ประสงค์จะฆ่ามันหรือไม่ ถ้าไม่ฆ่ามันจะไปกินมันทำไม แต่อยากจะกินก็เลยเจาะช่อง ปวัตตมังสะ ท่านเจาะไว้ที่ เดนสัตว์กิน คือเนื้อสัตว์กินเหลือ สัตว์มันทิ้งแล้ว สัตว์มันฆ่ากันก็เป็นวิบากของมัน เราไม่ได้เป็นคู่ร่วมวิบาก แต่มันทิ้งแล้ว ส่วนสัตว์มันตายเอง สัตว์เจ้าของชีวิตมันตายเองก็ทิ้งแล้ว จึงเรียกว่า ปวัตตมังสะ เป็นสัตว์ที่ไม่มีใครไปเจตนาฆ่า นัยที่เขาอธิบายเป็นการเจาะจงให้คนๆนั้นคนเดียวกินไม่ได้ มันน่าเกลียดอธิบายเลี่ยงบาลี อธิบายเพื่อเอาเนื้อใส่ปากตัวเอง เพราะฉะนั้นการบริสุทธิ์โดยส่วน 3 ก็ตีความต่างกัน

_ภิกษุใดต้องการกินผักก็ฉันผักได้ตามอัธยาศัยทำไมครับ พ่อครูว่า...เพราะพระพุทธเจ้าให้อิสระ โดยส่วนใหญ่มันก็ดีอยู่แล้ว ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งอิสระเสรีภาพโดยไม่ต้องออกกฎเกณฑ์บังคับ เพราะว่าส่วนใหญ่ดีแล้วแข็งแรงแล้วไม่มีความเป็นบาปไม่เสื่อมเสียก็ปล่อยไป จะมี error ส่วนเล็กส่วนน้อยก็ให้เป็นไปตามปัญญา ตามปฏิภาณ ใครรู้เองว่า หมู่ใหญ่ เขาไม่กินเนื้อสัตว์แล้วเราจะมากินอยู่ทำไม เราจะมาพากเพียรเป็นคนดี ผู้มีญาณปัญญารู้จักชีวะ รู้จักความเป็นพลังงานใน อุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรมะ รู้การสัมพันธ์ผูกพันเกี่ยวข้อง พลังงานในจิตนิยามคือสัตว์มันมีเวทนา มันมีวิญญาณมันมีความจองเวรจองกรรม มันมีการรักการชัง ส่วนพืช พีชนิยาม มันไม่มีพลังงานเหล่านี้ ผู้รู้แล้วจะไปสร้างวิบากผูกพันเป็นบาปเป็นเวรไปกินเนื้อสัตว์ทำไม สัตว์มันมีเวทนามีวิญญาณมีตัวกูของกู ไปทำร้ายมันก็พยาบาท ไปสร้างทำไม คนที่สามารถเข้าใจธรรมะอย่างนี้ เพราะมันเป็นสัจจะความจริง ธาตุรู้ระดับวิญญาณเวทนา ระดับที่มันรักมันชังมีอัตตา จองเวรจองกรรมกันได้ คุณมีวิบากที่มีสัตว์อื่นจองเวรจองกรรมกันน้อยหรือไง คุณกินแต่พืชก็อยู่ได้ดีด้วย ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์เข้าใจแล้วว่ากินแต่พืชดีแม้แต่หมอ ถ้าเป็นโรคพอสมควร เขาก็บอกว่าหยุดกินเนื้อสัตว์ กินแต่พืชนะ ขนาดหมอก็ยังกินเนื้อสัตว์อยู่นะ ก็ยังรู้เลยว่ากินแต่พืชนี้ดีแล้วล่ะ กินมังสวิรัตินี้ดีกว่ากินเนื้อสัตว์ ขนาดนั้นยังรู้เลย เพราะฉะนั้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็ตามทางธรรมะยิ่งชัดเจน ผู้มีภูมิธรรมทางธรรมะก็ไม่มีปัญหา ผู้ที่มีกิเลสมากอยากกินเท่านั้นแหละที่ปัญญาไม่พอ จึงกินเนื้อสัตว์อยู่ _แสดงว่าการฉันเนื้อสัตว์และปลาไม่ขัดต่อมรรคผลนิพพานใช่หรือไม่ พ่อครูว่า...ขัดต่อมรรคผลนิพพาน ศีลข้อที่ 1 ยังไม่บริสุทธิ์แล้วคุณจะได้นิพพานได้มรรคผลได้อย่างไร มรรคผลนิพพานคือการสะอาดจากกิเลส แล้วกิเลสหยาบ กลาง ละเอียด แล้ว กินเนื้อสัตว์ก็เป็นกิเลสต้นง่ายๆด้วย _พระพุทธเจ้าต้องการให้สัตว์ทั้งหลายเข้าถึงนิพพานให้มากที่สุด พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าให้มีปัญญารู้เอง มันเจริญกว่าการบังคับ เพราะฉะนั้นเมื่อส่วนใหญ่เขาทำได้แล้วก็จะเป็นพลังงานรวม เป็นแกน เป็นสนามแม่เหล็กที่จะจัดการพวกนี้ ส่วนที่เล็กๆในน้อยท่านก็ไม่ออกกฎเกณฑ์ ให้เป็นไปตามสัจธรรมอิสระเสรีภาพ เอาตัวอิสระเสรีภาพเป็นตัวตัดสิน แต่ทุกวันนี้มันผิดเพี้ยนไปหมดแล้วที่ไปกินเนื้อสัตว์กันเป็นส่วนใหญ่ แทนที่จะไม่กินเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่ มันก็เลยต้องออกวินัยบังคับ หรือมีกฎเกณฑ์บังคับ อาตมาก็เลยพยายามที่จะให้ ปฏิบัติ ปฏิบัติศีลข้อ 1 เขาถึงไม่ได้มรรคผลอะไร พวกเราปฏิบัติแล้วมันเกิดจิตเมตตากรุณา เกิดความเอ็นดูต่อสัตว์ทั้งปวงจริงหรือไม่ มันจริงนะ แต่ก่อนคนเห็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็ฆ่ามัน บี้เลย หวงแหนมาก ใช่ไหม ไม่เหลือหรอก มดมาไต่ตอมน้ำตาลบี้หมด สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่คนฆ่าได้ง่ายก็ทำ ถ้าเป็นช้างเป็นเสือ ก็ต้องไปหาเจ้าหน้าที่มาช่วยหน่อย ช้างมากินพืชฉัน หากเป็นมดเป็นแมลงก็ฆ่าให้เรียบ

_จากยูทูปของท่านพ่อบอกว่า ใครยังกินเนื้อสัตว์อยู่กินปลาอยู่ก็ปฏิบัติได้แค่มรรค ถ้าเป็นอย่างนี้ทำไมไม่ทรงอนุญาตตามพระเทวทัตทูลขอล่ะครับ สมัยที่พระพุทธองค์ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนการทูลขอของพระเทวทัต ด้านหลังการทูลขอของพระเทวทัตยังมีคนบรรลุมรรคผลนิพพานอยู่หรือไม่ครับ พ่อครูว่า...อาตมาก็ยังบรรลุได้เลย แล้วจะมาสงสัยอะไร 610608_พ่อครู เทศน์ ทวช. อโศกรำลีกครั้งที่ 37 สัปปายะ 4 ชี้ทางบรรลุธรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน