สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน สาราณียธรรม 6 ถึงสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.11 KB
วันที่แก้ไข22 เมษายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สาราณียธรรม 6 ถึงสาธารณโภคี ก็ขอวกไปขยายความเพิ่มเติมอีกในสภาวะจริง ลักษณะที่ท่านตรัสสาราณียธรรม มีสาธารณโภคีเป็นอาชีพคือพ้นมิจฉาอาชีวะระดับ 5 คือยังทำงานรับสิ่งแลกเปลี่ยนไม่ทำงานฟรี ยังรับสิ่งแรกเปลี่ยน มาเป็นของตัวของตน ไม่ได้ใช้ของส่วนกลางเต็มที่ ซึ่งอาตมาพาปฏิบัติแล้ว มาถึงทุกวันนี้มันชัดเจนสูงสุดทำได้ อาตมาก็ขยายความสาราณียธรรม 6 คือมีพุทธพจน์ 7 คือมีจิต 7 ตัวนี้ สาราณียธรรม 6 1. เข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ-แจ้ง . 2. เข้าไปตั้งวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ-แจ้ง 3. เข้าไปตั้งมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา ทั้งลับ-แจ้ง 4. แบ่งปันลาภผลให้กับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย (ลาภา ธัมมิกา - มีลาภตามธรรมแห่งสาธารณโภคี) 5. มีศีลเสมอสมานกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย (สีลสามัญญตา) 6. มีความเห็นเสมอสมานกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย . (ทิฏฐิสามัญญตา) . . (ล.22 ข. 282-283)

ทำงานแล้วเอาเข้ากองกลางโดยไม่ยักไว้ แล้วบริโภคร่วมกัน สังคมแบบนี้เรียกว่ากงสี แล้วก็กินใช้ร่วมกัน เป็นลูกหลาน เรามาปฏิบัติแล้วก็เกิดสาธารณโภคีตั้งแต่ต้น ที่มีชุมชนชาวอโศก ก็เกิดสาธารณโภคีจึงเจริญมาถึงทุกวันนี้ สาธารณโภคีเป็นเศรษฐศาสตร์สูงสุด จนคนท้วงเลยว่า ชาวอโศก จัดงานตลาดอาริยะไม่กี่ปีจึงได้ศาลาหลังใหญ่ขนาดนี้ นี่ก็ถ้าไม่จัดสิ.. เราจะได้หลังใหญ่ ได้เร็วกว่านี้อีก เขาเข้าใจไม่ได้ ขอยืนยันว่าเข้าใจยาก ไม่เอาเปรียบประชาชนมีแต่เสียสละให้กับประชาชนจริงๆมันจึงได้ช้าและเล็กเท่านี้ ไม่อย่างนั้นใหญ่กว่าธรรมกายแน่นอน แต่ไม่ต้องเอาใหญ่อย่างธรรมกาย ขนาดนี้คนก็ยังท้วงแล้ว แต่อาตมาจะทำอาคารรวม แบบ บวร บวร บ้านวัดโรงเรียนเป็นเรื่องลึกซึ้ง จะอยู่กันอย่างสัมพันธ์กันไม่แยก แต่มีภูมิธรรมที่แยกในตัว เป็นเร

อ่านต่อ

ื่องลึกซึ้งละเอียด เพราะบุคคลอยู่ในที่นี้ตามระเบียบกฎเกณฑ์ มันเป็นสนามแม่เหล็กของสังคม ที่บุคคลที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์พวกเรามาอยู่ เช่น ไม่มีศีล 5 แม้แต่ศีลพื้นฐานก็ไม่มี มีอบายมุขก็อยู่ไม่รอด แม้แต่กินเนื้อสัตว์อยู่ก็ไม่รอด ตั้งแต่เด็กจนแก่ตาย อย่างน้อยต้องมีศีล 5 บริสุทธิ์เป็นพื้นฐานต่ำสุด เพราะฉะนั้นเราทำจริง เราตรวจสอบจริงและแข็งแรงจริง ศีลก็ คุณจะปฏิบัติศีลแค่ได้กายกับวาจาบริสุทธิ์ แต่จิตใจยังละเมิด ถ้าคุณไม่ละเมิดหยาบคาย แต่ถ้าละเมิดหยาบคาย หลายครั้ง จนกระทั่งคนอื่นจับได้ก็ไม่ให้อยู่ แต่ถ้ากาย วาจา สามารถระงับได้ มันยังละเมิดอยู่ภายใน คุณก็ยังอยู่ได้ เพราะว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าต้องเห็นใจ แต่ถ้าหยาบจนออกมาข้างนอกมากก็ไม่ไหว ก็ต้องออกไป กฎเกณฑ์วัฒนธรรมเหล่านี้ เรามีอย่างแข็งแรง เราจึงรักษาตัวได้มาถึงบัดนี้ และมันได้เพราะไม่ใช่บีบบังคับ แต่พวกคุณมีปัญญาและปฏิบัติจนสำรอกกิเลสของพวกคุณออกไป จนมีคุณธรรมพอจึงอยู่ได้ บางคนอาจไม่บรรลุ พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า ผู้ปฏิบัติธรรมหน้านองน้ำตาอยู่ อดทน แต่คุณยังทนได้ จะลำบากอย่างไรก็อดทนอยู่ได้ ก็ไม่ละเมิดทางกายวาจา อดทนเอามันก็อยู่ได้ ปฏิบัติกับทุกข์มีหน้านองน้ำตาอยู่ . [ล.12 ข.518] ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน แต่มีสุขเป็นวิบากต่อไปเป็นไฉน? ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีราคะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่ราคะเนืองๆ เป็นผู้มีโทสะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โทสะเนืองๆ เป็นผู้มีโมหะกล้าโดยปรกติ ย่อมเสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนืองๆ บุคคลนั้นถูกทุกข์บ้าง โทมนัสบ้างถูกต้องแล้ว เป็นผู้มีใบหน้านองด้วยน้ำตาร้องไห้อยู่ แต่ประพฤติพรหมจรรย์บริบูรณ์บริสุทธิ์ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมสมาทานนี้ เรากล่าวว่า มีทุกข์ในปัจจุบันแต่มีสุขเป็นวิบากต่อไป. [ล. 11 ข.518] จะมีน้ำหนักของจิตเจโต ต่อมาจะมีปัญญา ถ้าปัญญาแรงพอไม่ต้องข่ม ปัญญาจะมีฤทธิ์อำนาจ สลัด วางปล่อยได้เลย จะมีประสิทธิภาพไม่ต้องกดข่ม ผู้ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง 4 คือมีพลังเผาไฟราคะโทสะโหมะด้วยไม่ยากไม่ลำบากก็ไม่ต้องน้ำตานองหน้า ยิ่ง เป็นฌาน 4 อุเบกขา โดยมีคุณสมบัติ 5 เจริญไปตามลำดับ มีความเจริญซ้อน เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ก็ยิ่งปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นการเจริญขององค์ 5 อุเบกขา อย่างมีหลักฐานยืนยัน ซึ่งมันเป็นเรื่องสุดยอดจริงๆ 600421_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ร้อยมาลัยใส่มหาจัตตารีสกสูตร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน