วิธีการของธรรมกายหลวงพ่อสด ธัมมชโย เป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์338 KB
วันที่แก้ไข4 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

วิธีการของธรรมกายหลวงพ่อสด ธัมมชโย เป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างไร พ่อครูว่า... เหลืออีก 19 นาที อาตมาก็เลยอยากพูดเรื่องของธรรมกายบ้าง ส่งท้ายธรรมกาย ดร.จำลอง ทิ้งสุข ส่งหนังสือของธรรมกายมาให้เสมอๆ ก็ขอบคุณ อาตมาก็ได้รับรู้เรื่องธรรมกายเขา นี่ล่าสุดส่งหนังสือที่ชื่อว่า .. เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไร3.. มีเลข 3 คงเป็นเล่มที่ 3 แล้ว เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไรก็อ่านหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน คงเป็นอย่างนั้น แล้วก็มีรูปของอาจารย์ใหญ่ของเขาคือ สมีธัมมชโย แล้วก็ เผด็จ ทัตตชีโว อาตมาขอยืนยันไม่ได้เกลียดได้ชัง ได้แต่สงสาร เขาเป็นสมีจริงๆ คือเขาปาราชิก 2 ตัว ปาราชิกโกงเงินโกงทอง กับปาราชิกในเรื่องอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน สมเด็จพระสังฆราชก็มีพระบัญชา มีพระเลขามา 4-5 ใบ ประกาศให้รู้ว่า ธัมมชโยปาราชิก พระสังฆราชเจริญนี่แหละ ด้วยอะไรต่ออะไรมีหลักฐานยืนยันชัดเจนทุกอย่าง แต่คนที่หน้ามืดตามัวถูกหลอก ก็น่าสงสารพวกที่โง่ๆยังไปหลงคารมธัมมชโย ตื่นเถิดชาวไทยอย่าหลับไปลุ่มหลงเลย เพราะว่าพวกคุณนั้นจะเหลืองจะดำลงไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ประเทศชาติดำประเทศชาติเหลืองหรอก พวกคุณนั่นจะดำจะเหลืองจะซีดลงไปเรื่อยๆ ถูกธัมมชโยหลอก จนกระทั่งตอนนี้ออกมาไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ปิดเงียบเลยแล้วก็พยายามรักษาความลับอันนี้กันจนไม่มีใครรู้ เก่งด้วยนะเก่งวิชามาร ไม่ได้กล้าหาญชาญชัยอะไรเลย หลบ แล้วก็ใช้โวหารอะไรหลอกคนที่โง่ๆไป คุณก็ได้แต่คนโง่ ธัมมชโยเอ๊ย คุณก็หลอกได้แต่คนโง่ คุณก็ได้คนโง่ แล้วคนโง่เขาก็จะเจริญขึ้นก็หนีคุณไปเรื่อยๆ อีกหน่อยคุณก็ไม่มีหรอก ตอนนี้ก็มีคนโง่อยู่ไปบ้างอีกหน่อยเขาจะค่อยๆรู้ เขาก็จะไปเขาก็จะหนี จะอยู่กับคนที่สุดยอดโง่หลอกลวงได้อย่างไร นี่เป็นเรื่องจริงที่อาตมาก็ได้แต่สงสาร พูดไปก็ได้แต่สงสารเขา ไม่

อ่านต่อ

รู้จะพูดอย่างไร ธัมมชโยนี่นะ เขาไปหลงคำว่า ธรรมกาย เขาเขียนไว้ในข้อที่ 78 ในหนังสือเล่มนี้แหละ ว่า เดี๋ยวอาตมาจะอ่านและสาธยายให้ฟัง _พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อเราและชาวโลกอย่างมากมายมหาศาล แต่เราคงเข้าใจได้เพียงย่อๆสั้นๆ จะไปอธิบายให้ลึกซึ้งในสิ่งที่ท่านเป็นนั้น มันยากกว่าการที่เราจะเข้าใจเหมือนจะเอาสายบัวไปวัดความลึกของท้องทะเลมหาสมุทร (พ่อครูว่า... เปรียบเทียบเสียจนคนโง่หลงไหลตามไปนะ ) แล้วยกขึ้นมาว่าเท่าสายบัวเท่านี้หาควรไม่ _แต่เราพอที่จะเข้าใจเช่นนี้ก็จะต้องอธิบายเท่าที่เราพอจะเข้าใจแค่ว่า ท่านค้นพบพระธรรมกายขึ้นมา นี่แหละอาจารย์ใหญ่จริงๆก็คือหลวงพ่อสดที่ค้นพบพระธรรมกาย ซึ่งจริงๆแล้วคำนี้มีอยู่ในพระไตรปิฎกในทุกๆนิกายด้วย (พ่อครูว่า... ไม่ได้เถียงเลยว่ามีอยู่ในพระไตรปิฎกจริงๆแต่มันเข้าใจกันคนละอย่าง หลวงพ่อสดเข้าใจเป็นมิจฉาทิฐิไป ธัมมชโยนี้ก็เลยโง่ ก็ไปหลงตามหลวงพ่อสด) _อยู่ในพระไตรปิฎกมีทุกนิกาย ใช่ ก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นนิกายใหม่ (พ่อครูว่า... เห็นไหมสลับ คำว่าธรรมกายมีของจริงพระพุทธเจ้า ท่านเองบอกว่า ท่านเองเป็นธรรมกาย แต่มันมีคนเข้าใจพระพุทธเจ้า มีคนเข้าใจธรรมกายผิดกับถูก แต่พวกคุณไปยึดเอาผิด หลวงพ่อสดพายึดผิด แล้วคุณก็บอกว่าเป็นของเก่าแล้วของพระพุทธเจ้าจะเป็นของเก่าที่ผิดหรือถูก ... ก็ต้องถูกสิ แต่เขาไปยึดเอาผิดที่หลวงพ่อสดบอกว่าไปค้นพบอันนี้ แล้วเขาก็มีแผนผัง ใช้เลข 7 เลข 2 ด้วยนะ อาตมาคงไม่มีเวลาอธิบายยาวฉลาดเป็นนักมายากลเลยนะ เอามาแทนเหมือนใช่เลย เป็นภาษาของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นเอามาใช้ แต่ความจริงมันผิดหมด) _ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นนิกายใหม่ แล้วผู้ที่ถูกกล่าวหาก็สร้างข่าวใส่ไข่จะด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็แล้วแต่ล้วนไม่เคยปฏิบัติเลย (พ่อครูว่า... เขาปฏิบัตินั้นเขาปฏิบัติสัมมาแต่พวกคุณไปปฏิบัติมิจฉา ธัมมชโยเอ๋ย ) _ถ้าปฏิบัติแล้วคงไม่พูดอย่างนี้ (พ่อครูว่า... เขาปฏิบัติถูก เขาก็ไม่พูดอย่างที่คุณพูดสิ _แสดงว่าแหล่งที่มาของความคิดนั้นไม่บริสุทธิ์ (พ่อครูว่า... นั่นแน่ไปโทษว่าความคิดที่ถูกว่าไม่บริสุทธิ์ ของหลวงพ่อสดบริสุทธิ์ เป็นการใส่ความบาปซ้ำบาปซ้อนธัมมชโยเอ๋ย _เพราะตอนเขียนข่าวก็ดีหรือว่าคุยเรื่องข่าวก็ดีนั้นกำลังมึนเมา นอกจากเมาพระเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ยังเมาวัย เมาชีวิต เมาลาภยศสรรเสริญด้วย (พ่อครูว่า... เข้าตัวเองหมด ตัวธัมมชโยเองคุณเมาอย่างที่คุณพูด เมาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะดื่มหรือเปล่าไม่เป็นไร เมาวัย เมาชีวิตเมาลาภ ยศสรรเสริญ อย่างนี้เป็นต้น) _เพราะมีความเมาอยู่ในตัว (พ่อครูว่า... ใครหว่า ที่เมาตัวจริง ธัมมชโยไม่รู้ว่าตัวเองเมา) _จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเอามาพูดนั้นเป็นเพื่อประโยชน์ของตนทั้งนั้น ผู้มีบุญ พอได้ยินได้ฟังแล้ว จะเกิดปิติภาคภูมิใจ ดีใจว่าเป็นบุญของเราที่ได้มาเกิดในยุคนี้ที่วิชาธรรมกายหวนคืนกลับมา อีกครั้ง (พ่อครูว่า... เขาก็บอกว่าวิชาธรรมกายนี้มันหายไป เหมือนอาตมาพูด โลกุตระมันหมดไป เขาก็บอกว่าวิชาธรรมกายนี้มันหายไป หลวงพ่อสดนี้ไปค้นพบได้ก็เอามาเปิดเผย) _หลวงพ่อสดนี้ไปค้นพบได้ก็เอามาเปิดเผย หวนกลับคืนมาเป็นพยานตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะทำให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง (พ่อครูว่า... นี่แหละหลับตาไปสะกดจิตใสๆนี่แหละ _และเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมได้อย่างดี อย่างน้อยก็รู้ว่าพระธรรมกาย คือที่พึ่งที่ระลึกที่จริง คือเนื้อหนังหรือตัวจริงของพระรัตนตรัย ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนในโลกรวมทั้งตัวเราด้วย และเราสามารถเข้าถึงได้ถ้าเรายังเป็นปกติดีมีความเพียร แล้วก็ทำถูกหลักวิชา เพราะฉะนั้นเราควรจะมานึกว่าเป็นบุญ ลาภ ของเราแล้วที่เกิดมาในยุคนี้แทนที่จะไปกุข่าวสร้างข่าวว่าธรรมกายคือนิกายใหม่ลัทธิใหม่ ที่ว่า นิกายใหม่คือในเมืองไทยมีมหานิกายและธรรมยุติกนิกาย พอมีคำว่ากายอยู่ข้างหลังคำว่าธรรมะ ก็เลยกลายเป็นนิกายใหม่ เพราะฉะนั้น ธรรมกายไม่ใช่นิกายใหม่ แล้วก็ไม่มีนิกายอันใด เพราะเกี่ยวกับเรื่อง กายภายในที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก ขึ้นชื่อว่ามีมนุษย์ที่ไหนที่ตรงนั้นมีพระธรรมกายเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของทุกคน สิ่งอื่นไม่ใช่ (พ่อครูว่า…แล้วเขาก็มีสัญญากำหนดธรรมกายหยาบของเขาซึ่งต่างจากสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า ค่อยๆฟังอาตมาขยายความ เป็นอย่างที่เขาใช้สัญญากำหนดมุ่งหมายอย่างนั้น ซึ่งต่างกันกับของโพธิรักษ์แน่นอน สัญญาต่างกันแน่นอน กายก็ต่างกัน ของธัมมชโยนี่ กายต่างกัน สัญญาต่างกันกับของอาตมา คนละโลกเลย) _แล้วจะรู้ได้อย่างไรรู้ได้เมื่อเข้าถึงไปนั่งปฏิบัติ (พ่อครูว่า..รู้ได้เมื่อเข้าถึง อย่างที่เขาพาทำ มันก็ได้สิเพราะเกิดอุปาทานหมู่ ที่เขาเป็นต่างคนต่างตาบอดคืออาทิสสมานกาย ไม่เห็นอะไรกันทั้งนั้น อาทิสมาณคือไม่เห็นอะไร ต่างคนต่างเห็นของตัวเองไปทั้งนั้นนั่งหลับตาแล้วก็ใสๆๆๆ ) คนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ ตาก็บอด แล้วก็พากันตาบอดแล้วก็ไปดูหนังใบ้อีก มันไม่มีภาพอะไรให้เห็นก็บอกว่าท้องฟ้าสวยโอ้โห นกบิน เห็นกันที่ไหนมันหลอกกันหมด คนก็หลอกอย่างธัมมชโยหลอกแบบนี้ เป็นคนตาบอดหลอกคนตาบอดไปดูหนังใบ้กัน ฟังเข้าใจไหม _แล้วก็บอกว่าจะเข้าถึงอย่างไรเมื่อไม่ปฏิบัติถูกหลักวิชา แล้วท่านอยู่ตรงไหนอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ด้วยวิธีการทำใจหยุด ทำใจหยุดใจนิ่ง (พ่อครูว่า... เป็นสมถะ 100% มีแต่สมถะอย่างเดียว ) _แล้วทำอย่างไรถึงจะหยุดนิ่ง ก็เลิกอยาก ลาอยาก (พ่อครูว่า... พูดมันง่ายนะ แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่ามันอยากอะไร เพราะสะกดจิตให้หยุดรู้ หยุดธัมมวิจัยไม่มีอะไรเลย แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่า มันหยาบคืออะไร คุณสะกดจิตไม่ให้รู้เลย อสัญญีสัตว์ จะไปหลงอุปาทานสร้างความใสด้วย เหมือนนักสะกดจิตสร้างเหตุปัจจัย ให้เอาอะไรก็ได้มาสะกดจิตเอาอะไรมาห้อยให้ดู ก็สะกดจิตได้แล้วเชื่อเขาหมด นี่เป็นวิชาสะกดจิตแท้ๆเลย เสร็จแล้วก็หลอกเอา หลอกเอา) _อยู่เฉยๆนิ่งๆสบายๆแล้วก็เข้าถึงได้ นี่คือ know How บอกหมดเลยบอกให้ฟรีๆ (พ่อครูว่า…เป็นคนไม่หวงแหนวิชาการเลยแต่วิชาการของคุณแถมเงินมาอีกล้านๆๆก็ไม่เอา ให้ฟรีหรือแถมเงินด้วยก็ไม่เอาวิชาโง่ๆอย่างนี้ไม่เอา) _แล้วอย่าเพิ่งไปสรุปว่าพิสูจน์ไม่ได้ (พ่อครูว่า... พิสูจน์ได้ พวกมิจฉาทิฏฐิก็พิสูจน์มิจฉาคนได้ ก็พวกคุณนี่แหละมิจฉาทิฏฐิพิสูจน์มิจฉาผล อาตมาทำได้อย่างนั้นเปรียบเทียบกันทั้ง 2 อย่าง อย่างนั้นอาตมาก็ทำได้ แล้วอาตมาก็ทำอย่างที่ของพระพุทธเจ้าได้ อาตมาได้ทั้งสองอย่างเลย แต่เขาไม่มีทางที่จะเป็นได้ทั้ง 2 อย่าง เพราะเขาผิดไปหมดเขาไม่มีวิธีการเขาไม่มีมรรคผลอะไร มีแต่มิจฉามรรค มิจฉาผล _ถ้าได้พิสูจน์ก็พิสูจน์ได้ (พ่อครูว่า... พิสูจน์ด้วยการไปเชื่อเขา แล้วถูกเขาครอบงำอย่างนั้น มันก็ได้ความครอบงำอย่างนั้น มันไม่แปลกเลย อาตมาก็ทำได้) _วิชาของพระพุทธเจ้าก็ยืนยันอย่างนี้ ลูกทุกคนมีบุญมาก (พ่อครูว่า... บุญมันมีไม่ได้ ไม่ใช่เข้าใจง่ายเรื่องบุญ บุญมันมีไม่ได้ บุญนี้มันเป็นอาวุธร้าย เพราะสร้างในขณะปัจจุบันเป็นพลังงานต่อจากฌาน เป็นอาวุธมือสุดท้ายของการฆ่ากิเลส ตัดหัวตายเด็ดขาด บุญนี่ เป็นอาวุธ พลังงานนี้มันเป็นอาวุธ เป็นธรรมอาวุธ เป็น ปุญญาภิสังขาร สร้างพลังงานนี้ขึ้นมาในปัจจุบันเท่านั้นไม่มีที่อื่น มาฆ่ากิเลสสร้างขึ้นมาฆ่าเสร็จแล้วมันก็จบกิจ เอกังสะ เป็นพลังงานส่วนเดียวไม่เป็นพลังงาน 2 เลย จะหมุนกลับมาเป็นพลังงานบาป บุญบาปอีก ไม่มี มันฆ่ากิเลสท่าเดียว One Way Traffic ไปตรงอย่างเดียวเลยเป็นนิวเคลียร์ฟิชชั่นเลย ไม่ใช่นิวเคลียร์ฟิวชั่น อย่างนี้เป็นต้น ฆ่า แล้วเสร็จก็หายไปแต่นี่เขาก็ยังกลับมามีบุญสะสมบุญอีก บุญ เป็นตัวตนเป็นกุศล มันไม่ถูกสัจจะของพระพุทธเจ้า บุญของเขาไม่ใช่อาวุธฆ่ากิเลส กลายมาเป็นกุศลที่จะต้องสะสม อันนี้แหละมิจฉาทิฏฐิกันมากในศาสนาพุทธ เข้าใจไม่ง่ายยาก อาตมาจึงต้องมาสาธยายคำว่าบุญ เป็นบุญนิยม มาตั้งศัพท์เพื่อที่จะขยาย เขียนหนังสือเปิดยุคบุญนิยม 3 เล่มแล้ว _และวิชาธรรมกายได้หวนกลับคืนมาอีกครั้งแต่ก็คล้ายกับพระองค์จะยังพระชนม์ชีพอยู่ เพราะวิชานี้ยังมีอยู่ยังมีคนปฏิบัติได้เข้าถึง มีวิธีการที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ ท่านค้นพบฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ทำให้ง่ายต่อการปฏิบัติ (พ่อครูว่า... มันไม่ยากหรอกวิธีนั้นนั่งสะกดจิตเข้าไปๆพากเพียรสะกดเข้าไปแล้วก็สร้างอุปาทานในจิตเข้าไปเรื่อยๆ มันก็ได้จะไปยากอะไร อาตมาไม่เห็นว่ามันยากอะไร แต่ ฌาน ของพระพุทธเจ้า 4 ยาก ฌานวิสัยของพระพุทธเจ้านั้นยาก) _ทำง่ายต่อการปฏิบัติสมัยพุทธกาล เมื่อออกพรรษาแล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะประทานโอวาทแล้วก็บอกขั้นตอนการปฏิบัติธรรม ถ้าหมดกิเลสตรงนี้เรียกว่าพระโสดาบัน หมดกิเลสตรงนั้นหมดสังโยชน์ตรงนั้นเรียกว่าพระสกิทาคามี (พ่อครูว่า... พูดรายละเอียดไม่ได้หรอกก็โมเมไป ) _หมดเท่านี้เรียกพระอนาคามีหรือหมดเกลี้ยงเลยเรียกพระอรหันต์ เมื่อรับฟังโอวาทแล้วต่างก็แยกย้ายไปแสวงหาที่วิเวกปฏิบัติธรรม พ่อครูว่า... ไม่ใช่ไปหาวิเวกแต่ให้ไปโปรดในนิคม ไปรูปเดียวนะไม่ต้องไปทางเดียวกัน 2 รูป ไม่ได้ไปวิเวกขี้หมาอะไร คือ 60 องค์แรกที่เป็นพระอรหันต์ลูกศิษย์พระพุทธเจ้า มีบารมีมาเก่าทั้งนั้น เริ่มตั้งแต่ปัญจวัคคีย์ โกณฑัญญะได้ก่อน แล้วก็มีอีก 4 พราหมณ์ ก็ได้ จากนั้นก็ไปพบพระยสะ ก็ได้พระยสะะอีก แล้วได้พ่อพระยสะอีก ได้เพื่อนฝูงพระยสะอีก 55 รูปกลายเป็น 60 รูปกลุ่มแรก พระพุทธเจ้าก็ให้ 60 รูปนี้แยกย้ายกันไป อย่าไปซ้อนกัน นิคมละ 1 คนก็พอ ไปเผยแพร่ อย่างนี้เป็นต้น นี่ตามประวัติทั้งนั้นเลย ก็อ่านกันก็รู้ประวัตินี้ไม่เห็นแปลกอะไร แต่มันคนละสัญญากำหนดว่า วิธีการเป็นอย่างไร วิธีการของธัมมชโยเป็นมิจฉา วิธีการของหลวงพ่อสดเป็นมิจฉา ออกนอกทางคนละเรื่องเลย แล้วก็ไปปรุงเรื่องเป็นแบบใหม่ คือแบบที่ไปสะกดจิตแล้วสร้างอาภัสรา ที่จริงก็ของเก่าของพระพุทธเจ้าแต่เป็นของหลวงพ่อสดที่อธิบายด้วยสำนวนของหลวงพ่อสด _เราจะรู้ว่าเราไปถึงไหนมันมีขั้นตอนของการปฏิบัติที่เราได้ยินได้ฟังกันอยู่บ่อยๆ เมื่อมีขั้นมีตอนก็ง่ายต่อการปฏิบัติ เราเข้าใจแล้วจะปฏิบัติตรงไหนก็ได้ ทำให้มันเป็นทำให้มันได้แค่นั้นเอง พ่อครูว่า... บรรยายไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ก็มีอีกหลาย อาตมาจะใช้เวลาเอามาขยายความบ้างในอนาคต เพื่อเติมความผิดของธัมมชโย ให้คนเข้าใจว่า นี่มันผิดอย่างนี้ ด้วยเหตุอย่างนี้ อ้างอิงอะไรอะไรให้ฟัง ไม่ใช่ไปถล่มทลาย แต่อาตมารักษาความถูกต้อง ความผิดก็ต้องถล่มทลาย ก็ต้องทำให้ได้ คืออาตมาก็มาบวชไล่ๆเลี่ยๆกันเลยนะ ธัมมชโยกับอาตมา แต่เขาอายุน้อยกว่าอาตมาเท่านั้น มาบวชตอนไล่เลี่ยกัน เขาได้ตำแหน่งเป็นเจ้าคุณถึงขั้นเทพ อาตมานี้ตำแหน่งกบฏ เถระสมาคมให้อาตมาเป็นกบฏ ไล่เลย แต่โอบอุ้มธรรมกาย นี่แหละคือความเสื่อมของศาสนาหมู่ใหญ่ สงฆ์คณะหลักเสื่อม เขาไปเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิดไป มันสลับกันอย่างนี้ ก็น่าสงสารอาตมาไม่ได้ท้อถอยอะไร อาตมาก็เห็นแล้วก็ได้แต่สงสาร ก็พยายามสาธยายหยิบหลักฐานยืนยันพาปฏิบัติ ให้เปรียบเทียบชาวอโศกกับหมู่ใหญ่ กับหมู่ของธัมมชโยเลย เอาหลักฐานยืนยันคำตรัสของพระพุทธเจ้าอนุสาสนีต่างๆ มายืนยัน อาตมาทำได้ถึงขั้นสาธารณะโภคี ทำได้ถึงขั้นสาราณียธรรม 6 ทำได้ถึงขั้นให้คนมีวรรณะ 9 ยืนยันเลย แม้แต่ศีลก็เป็นอย่างนี้ ได้ประโยชน์จริงๆ เอาจรณะ 15 วิชชา 8 มาขยายความ เขาขยายได้อย่างอาตมาไหมล่ะ ยืนยันกับคนที่ปฏิบัติตรงกับคำสอนพระพุทธเจ้าทุกอนุสาสนี ทุกคำสอนไหมล่ะ ใครตรงมากกว่ากัน ขออภัยที่อาตมาพูดเน้นแรงเหลือเกิน มันยืนยันมันกล้าหาญ ที่แรงนี้ มันกล้าหาญ ไม่ใช่ไปข่มเขาหรอก อาตมาจะมีลักษณะอย่างนี้ เพราะมันอาสโภ มันแสกล้วกล้าอาจหาญ ไม่มังกุ ไม่อุทธัจจะ แล้วไม่ใช่การโอ้อวดสาเฐยะ แต่เป็นเรื่องจริงๆๆๆ ไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรพลาด เป็นเรื่องที่พูดแล้วน่าหมั่นไส้ เวลาก็หมดลงแล้วอาตมาเห็นอยู่ แต่ไม่อยากหยุด เอาล่ะท่านฟ้าไทสรุป สมณะฟ้าไท... สรุปจบ 660203 ชนะมารอย่าง ไร้สารพิษ สุจริตแท้ ด้วยพาหุงฯ 8 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน