พาหุงฯ 8 โดยเนื้อแท้นามรูป.docx
เนื้อหาในไฟล์
พาหุงฯ 8 โดยเนื้อแท้นามรูป _กิตติมา เอกมาไพศาล · อยากให้พ่อครูเทศน์เกี่ยวกับบทสวดพาหุง ว่านำมาใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์อะไรได้บ้างเจ้าคะ พ่อครูว่า... เป็นคำแต่งขึ้นใหม่เรียกว่าประนามคาถา เอาเรื่องของพระพุทธเจ้าที่ผ่านมา มาแต่งขึ้นเป็นคำยกย่องชมเชยด้วยว่า ประนามคาถา ซึ่งเอามาสวดเป็นหมู่สวดชมเชยพระพุทธเจ้าเป็นหมู่ต่อหน้าสาธารณะ ต่อหน้าอนุปสัมบัน ต่อหน้าใครก็ได้ได้ยินได้ฟังไม่อาบัติ เพราะเป็นประนามคาถา ไม่ใช่ธรรมบท อันนี้อยู่ในวินัยเลยมุสาวาทวรรคข้อที่ 4 แต่เขาเพี้ยนแล้วเข้าใจไม่ได้ ก็เลยทำเลยเถิด อาบัติไป ทุกวันนี้สวดมนต์กันเป็นหมู่ๆ ดีไม่ดีไปสวดกันเป็นล้านคนต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งคือความเสื่อมของความจริงมันเสื่อมไปจริง มันไม่รู้มันไม่ประสีประ แล้วทำไปโดยโง่ๆผิดๆมันก็เลยยิ่งทำให้ศาสนาพุทธเพี้ยนกันไปใหญ่ ศาสนาพุทธไม่ใช่เป็นศาสนาอวดอ้างการสวด อาตมาขอสรุปลงไปว่าพระพุทธเจ้าท่านอนุญาตในธรรมวินัย ในวินัยข้อ 20 ข้อ 21 ท่านสรุปไว้ในข้อ 20 ว่าห้าม ห้ามนะ มันมีห้ามกับอนุญาต ห้าม ไม่ให้สวดลากเสียงอันยาว ไม่ให้สวดเป็นคีตะเป็นเพลง มีทำนองไม่ได้ ลากเสียงอันยาวยังไม่ได้เลย เป็นเพลงเป็นคีตะก็ไม่ได้ นี่คือวินัยข้อ 20 ไปเปิดดูเลย ในพระไตรปิฎกวินัยข้อ 20 อันนั้นห้ามนะไม่ให้ทำ แต่ทำกันอยู่ทั้งนั้นลากเสียงอันยาว ยาวคืออย่างไร ก็ลากมันยาวเกินจริง อะ มันก็สั้นๆ อา มันก็ยาวหน่อย นะโม มันก็ยาว โมะ มันก็สั้น นาาาาาา โมมมมมมม ตัสสสสสส สะะะะะ ภะะะะะะ คะะะะะวะโต จะยาวไปถึงไหนให้มันลงเสียงตามที่ยาวสั้นพอสมควร ไม่ใช่ลากยาวไปเกินขอบเขต นั่นมันเป็นอาบัตินั่นมันผิด ก็ท่านห้ามไว้แล้ว ลากเสียงอันยาวเกิน รัสสระ ทีฆสระ เป็นอาบัติตามจริงที่ทำจริง ทำมากเกินจริงก็อาบัติมากเท่านั้น ถ้ามันถูกต้องมันก็
อ่านต่อ
ถูกต้อง มันไม่ถูกต้องมันผิดนิดน้อยก็อาบัตินิดน้อย ลากไปยาวเกิน ดีไม่ดีเล่นจังหวะฮาร์ดร็อคเลย สวดอะไรต่ออะไร หรือว่าเล่นลากเสียงลูกคอ 7 ชั้น 8 ชั้นเลย มันก็ได้บาป สวดเป็นหมู่ต่อหน้าธารกำนัลก็อาบัติ เอามาสวดลากเสียงอันยาวก็อาบัติ ร้องเป็นเพลงเป็นหมู่ เรียก choir อ่านว่า ควายเออร์ คือนักร้องหมู่ ดีไม่ดีนักร้องที่เป็นเสียงไปด้วยกันเมโลดี้ตัวเดียวกันหรือเป็นคอร์ดเลย มีการประสานเสียงแทรกเสียงผสมแต่เสียง เหมือนคณะเทวนิยมศาสนาอื่นๆ เขามีหมู่ choir อยู่ในโบสถ์ร้องสวดต่อหน้าคนนั่นแหละ ไปเอาอย่างเขาทำไมเล่า พระพุทธเจ้าท่านไม่ทำแบบนั้น ทำให้เป็นการสวดอวดสวดอ้าง ดีไม่ดีสวดทำมาหากินอย่างที่พุทธทำ เอาไปสวดหากินได้เงิน ถ้าเป็นงานที่เขานิมนต์ไปที่ไหนก็ไปสวดใช่ไหม แล้วก็ได้เงิน ได้กินข้าว เขามาถวายอาหาร ได้ฉันอาหาร เสร็จแล้วก็ถวายเงินมา หรือมีอะไรเป็นของชำร่วย ซึ่งเป็นเรื่องใช้การสวดมนต์เป็นเครื่องมือหากิน น่าอายมาก
เข้าหาเนื้อหา 8 ข้อของพาหุงฯ ข้อ 1. เมื่อพญามาร, ผู้เนรมิตแขนถึงพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างครีเมฆ พร้อมด้วยกองทัพมาร กึกก้องน่ากลัวเข้ามาประจัญ พระจอมมุนี, ทรงชำนะด้วยธรรมวิธี มีการให้,การสละ, เป็นต้น
พ่อครูว่า... ก็หมายความว่า พวกที่เป็นนักล่า เป็นจตุมหาราช เป็นพวกที่ใช้กำลังใช้อาวุธดุเดือด ร้ายกาจเป็นมาร คนผู้อวิชชาทุกคนล้วนมีความโลภหนัก แล้วก็คว้า จะคว้าเอามาให้ตน ก็จะแย่งอย่างชาวโลก แข่งกันใช้อาวุธเข่นฆ่าเจ้านั้นเจ้านี้ ซึ่งเป็นบาปเป็นเวรเป็นวิบากซับซ้อน เขาไม่รู้ เขาจะเอาชนะ เขาจะเป็นใหญ่ สงครามขณะนี้ก็ยังมีในประเทศ ขณะนี้ยูเครนกำลังดัง รัสเซียกับยูเครน อย่างนี้เป็นต้น . ดียังมีคนกลัวว่ามันจะกลายเป็นการสร้างอำนาจกัน เสร็จแล้วก็จะเข้าข้างนั้นข้างนี้ ดีไม่ดีมารวมหัวกันช่วยกันกลายเป็นสงครามโลก เขาก็กลัวจะมีสงครามโลก ซึ่งอาตมามายุคนี้แล้วมันพอมีความปฏิภาณมีความฉลาด ไม่อยากจะใช้คำว่าปัญญา มันยังไม่ถึงปัญญา แต่มันก็ฉลาดพอที่จะรู้ภัยรู้โทษ ถ้ามันเกิดสงครามแล้วมันฉิบหายนะ เพราะทุกคนมีปรมาณูเอาไว้คนละไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ต่างคนต่างกดพร้อมกันหมดเลย โลกแตกเลย แตกจริงๆนะ โลกแตกเลย แล้วเขาจะไปอยู่ไหน ตายหมด มันเก่งด้วยกันทั้งคู่แล้วมันก็เร็วด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งอาตมาเคยสมมุติว่า คนแม่นปืน 2 คน ยืนหันหลังชนกัน แล้วก็เดินตรงไป กรรมการเป่าปรี๊ด มันหันหน้ามายิงกันเลย พอกรรมการเป่าปรี๊ด มันหันหน้ามายิงกันแม่นทั้งคู่เลยเป็นไง ตายทั้งคู่ เพราะกดไกเท่ากันพร้อมกัน ลูกกระสุนก็ออกไปกว่าจะถึงแต่ละคนแม่นทั้งคู่ กระสุนก็ถูกถึงตัว 2 คนนั้นทั้งคู่ ตายทั้งคู่ ถ้าเข้าใจที่อาตมาอธิบาย อย่าเลยเรื่องมาฆ่ากัน เลิกได้แล้ว เอาพลังงานมาสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารให้อุดมสมบูรณ์ในโลก แม้จะคนเป็นภูมิประเทศที่ปลูกยากก็เอาเถอะทำเท่าที่ได้ คุณจะไปทำอุตสาหกรรมก็ทำอุตสาหกรรมเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์สิ จะไปสร้างอาวุธทำไม มันสามานย์ อะไรนะ “คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” สร้างอาวุธมาเข่นมาฆ่ากัน นี่ก็พูดความจริงสั้นๆเอาไว้อย่างนี้ ก็คิดว่าคนจะค่อยๆตื่นรู้ มีภูมิมีปฏิภาณปัญญาขึ้นมาบ้าง แล้วมันจะแก้ไขปรับปรุงขึ้น เพราะคนเราปรารถนาความจริงที่มันเจริญแท้ ไม่ใช่ไปทำวิบาก ไม่ใช่ไปทำความเสื่อมความเลวอันนี้ มันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ข้อที่ 1 นี้พญามารทั้งหลายจะเข่นฆ่ากัน พระพุทธเจ้าสู้ด้วยการให้การสละ เขาจะฆ่าก็ฆ่า เขาจะทำลายก็ทำลายมันเป็นวิบากของเขา เราหนีไม่รอดเอาเรารักษาตัวไม่รอดไม่พ้นเราก็ตาย ตายก็ยอมตาย ถ้าเราเป็นโพธิสัตว์ เป็นอรหันต์ เป็นผู้ที่มีคุณความรู้แล้ว ตายแล้วเกิดมาอีก มันก็มีแต่เจริญไม่ได้ตกต่ำเลย คนฆ่าสิต่ำ คนไปฆ่าผู้อื่นนั้นต่ำ คนที่ถูกฆ่าไม่ได้ต่ำลงหรอก คนที่ถูกฆ่าไม่ได้ต่ำลง นี่ก็เป็นสัจจะที่ต้องฟังดีๆเข้าใจดีๆ เพราะฉะนั้นจะไปฆ่าเขาให้มันเสื่อม ให้มันต่ำ ให้มันเลวหนักเข้าไปทำไม มันเป็นวิบากจริงๆ แล้วก็สร้างวิบากให้แก่ตัวเอง ชาติต่อๆไปก็ยิ่งหนักใหญ่ นี่มันไม่รู้ มันอวิชชาก็ทำใส่ตนเองแบบนี้ เพราะฉะนั้นก็สละแม้แต่ชีวิตก็สละ ไม่ต้องไปติดยึดอะไรใครอยากฆ่าแกงก็ทำ เราทำอะไรให้เขาอยู่เขากินเขาเลี้ยงชีวิตได้เลย
ข้อ 2. เมื่ออาฬวกยักษ์, มีจิตกระด้าง น่ากลัว, ปราศจากความอดทน มีฤทธิ์ยิ่งกว่าพญามาร เข้ามากระทำยุทธ์อยู่ตลอดคืน พระจอมมุนี ทรงชำนะด้วยวิธีทรมานอันดี คือ ขันติ
พ่อครูว่า... ก็คือคนนี่แหละที่มีจิตกระด้างน่ากลัว ไม่มีความอดทน มีพลังอะไร พลังไม่อดทน อดทนมันมีพลังน้อย แต่มันมีพลังใหญ่คือพลังงานไม่อดทน อาฬวกยักษ์ เป็นยักษ์แต่ไม่มีความอดทน พระพุทธเจ้าก็สอนให้อดทน ให้ชนะด้วยขันติอย่างไรก็ฝึกเข้าไป ฝึกฝนความอดทนเอาทนเอา สายศรัทธาก็ต้องใช้พวกนี้ สายปัญญาก็ต้องใช้ด้วยก็ต้องทนเอา แม้จะตายขาดใจพร้อมกับความอดทนนี้ก็เอา มันอดทนจนขาดใจ ทนความอดทนไม่ได้ตายก็ตายไปด้วยความอดทนก็ให้มันรู้กันไป นั่นก็ต้องอธิบายอย่างนี้ไม่ต้องอธิบายยากอะไร อดทนไปสิจะตายเพราะความอดทนก็ไม่ได้เสียหายอะไร ข้อสำคัญเราอดทนเรื่องอะไร อดทนเรื่องเจริญเรื่องดี เรื่องไม่มีอัตตา เรื่องละอัตตา มันก็ดี เรื่องมีอัตตา เรื่องเพิ่มในสิ่งที่เป็นโลภโกรธหลงให้แก่ตัวเอง ไปอดทนทำไม อดทนเรื่องละโลภ โกรธ หลง เออ อดทนเข้าไปเถอะ
ต่อมา ข้อ 3. เมื่อนาฬาคิรี, ช้างตัวประเสริฐ ซึ่งกำลังเมามันยิ่ง แสนจะร้ายกาจ, วิ่งมาประดุจไฟป่า, จักราวุธ, และสายฟ้า พระจอมมุนี ทรงชำนะด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำ คือพระเมตตา
พ่อครูว่า... เป็นผู้หวังร้ายในระดับหัวหน้าเลยนะ เป็นผู้เก่งกาจมาก หน้ามืด พวกนี้หน้ามืดตาบอดทั้งนั้น ด้วยความมุ่งร้าย มุ่งร้ายแก่เรา เพราะฉะนั้น แม้เขาจะร้ายกาจมา เขาจะมุ่งร้ายทำร้ายอย่างไรปานใดๆ เราก็อย่าไปร้ายตอบ อย่าไปร้ายตอบ ทำใจให้เมตตา เห็นใจเขาว่าเขาไม่รู้ เขาอวิชชาหน้ามืดตาบอด เขาก็ทำ ที่เขามีกิเลสอย่างนั้น เราก็เข้าใจเมตตาใจเย็น เมตตาเขาให้ยิ่งๆเข้าไป สุดท้ายอย่างเก่ง เขาก็ฆ่าเรา เอ้า ฆ่าก็ฆ่า เรายอมแพ้ แพ้ก็แพ้ชะตาทราม ดวงใจทรงความมั่นคง การตายการเกิดไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยในชีวิตมนุษย์เลย เราเกิดตายมาไม่รู้กี่ล้านชาติ ตายชาตินี้ ชาติหน้าเกิดมาเจริญ เราไม่ได้หยุด แล้วเราจะมาบำเพ็ญต่อมีแต่เจริญกับเจริญ จนกว่าคุณจะเป็นอรหันต์ และคุณก็สามารถสลาย สูญไปเลยได้ คุณก็ทำ หรือไม่ทำคุณจะต่อโพธิสัตว์อีก พ่อท่านสอนอธิบายมาหมดแล้ว ก็ทำเอาตามที่ว่านี้
ข้อ 4. เมื่อองคุลีมาล, ผู้แสนร้ายกาจมีฝีมือ ถือดาบเงื้อง่า, วิ่งไล่ตามสิ้นทางสามโยชน์ พระจอมมุนี, ทรงชำนะด้วยความเก่ง ในการปรุงแต่งจิตอย่างยิ่ง
พ่อครูว่า... องคุลีมาลถูกอาจารย์สอนให้บอกว่า ถ้าไปฆ่าคนมาครบ 1,000 คนจะสอนวิชาที่สุดยอดให้ องคุลีมาลก็หลง ไปฆ่าคน ได้ 999 คนเหลือคนที่ 1,000 เป็นคนสุดท้าย พระพุทธเจ้าก็เห็นว่า องคุลีมาลจะทำอนันตริยกรรม เพราะคนที่ 1,000 คือ แม่ตัวเอง เดินมาเจอแม่ จะฆ่าแม่ พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ตายๆๆๆ มันต้องช่วยไว้แล้ว พระพุทธเจ้าก็เลยจะต้องมาช่วย มาห้าม อย่างที่เราก็เคยได้ยินแล้วตามเรื่องราวที่เล่ากันมา มาห้าม เดินห้ามเลย องคุลีมาลเห็นแล้วก็บอกว่า ไอ้นี่มาขวางทางได้ไงพระรูปนี้ พระรูปนี้มาขวางทาง ก็ตะโกนเรียก เอาล่ะวะ พระรูปนี้มาขวางทาง ไม่ทันฆ่าแม่ ก็ฆ่าพระรูปนี้ล่ะวะ เงื้อง่า จะฆ่า องคุลีมาลตามไม่ทัน วิ่งไล่ตามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็เดินไปตามธรรมดา แต่อิทธิฤทธิ์ของพระพุทธเจ้า มันเร็ว องคุลีมาลวิ่งตามอย่างไร ก็ไม่ทัน ทั้งที่พระพุทธเจ้าท่านแค่เดินนะ แต่องคุลิมาลวิ่งไปใหญ่เลย เฮ้ย ทำไมไม่ทัน ก็เลยตะโกนบอกว่า พระหยุดก่อน พระหยุดก่อน ตามไม่ทันก็เลยบอกว่าให้พระหยุดก่อน จะได้ฟัน องคุลีมาลนี้ จะโง่หรือฉลาดก็ไม่รู้ พระหยุดก่อน พระหยุดก่อน พระพุทธเจ้าก็เลยตอบไปว่า เราหยุดแล้ว แต่เธอสิ ยังไม่หยุด เท่านั้นแหละปฏิภาณปัญญาขององคุลีมาลซึ่งไม่ใช่คนโง่ ที่จริงเป็นคนฉลาด โอ้…เราจะหยุดฆ่า เราจะหยุดทำร้าย ตายๆๆๆ ท่านหยุดแล้วซึ่งอาวุธทั้งหลาย ซึ่งการฆ่าทั้งหลาย แต่เรายังโง่ เรายังจะฆ่าหรือนี่ (ปฏิภาณปัญญาขององค์คุลีมาลเกิดปุ๊บขึ้นมา) ตาย… ก้มลงกราบ แล้วพระพุทธเจ้าก็เลยบวชให้ เป็นอรหันต์เลย เพราะมันถึงบุญ ถึงวาระสุดท้าย ถึงบารมีรอบถ้วน เป็นประวัติขององคุลีมาลเอง เป็นวิบาก เป็นประวัติ ซึ่งไม่มีใครลอกเลียนได้ง่ายๆ มันของใครของมัน กรรมของใครของมัน มันก็เป็นวิบากของท่าน ก็เป็นเช่นนั้น อย่างนี้เป็นต้น
ข้อ 5. เมื่อนางจิญจมาณวิกา กล่าวร้ายในหมู่ชน ทำอาการประหนึ่ง ว่ามีครรภ์ โดยเอาผ้าห่อไม้ทรงกลม ผูกเข้าที่ท้อง พระจอมมุนี, ทรงชำนะด้วยวิธีสงบนิ่ง แจ่มใสดังจันทร์เพ็ญ
พ่อครูว่า... ผู้หญิงตอแหล ขออภัยพูดชัดๆ โกหกสับปรับ หาว่าตั้งครรภ์กับพระพุทธเจ้า โอ้ย จะได้พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ว่ากระไร แล้วก็เปิดเผยภาษาไปสั้นๆ มีแต่เธอกับเรา 2 คน จะรู้ความจริงกัน เพราะความจริงพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ไปละเมิดอะไร แต่ว่านางจิญจมาณวิกาไปเที่ยวหลอกโลกเขาว่าตัวเองท้องกับพระพุทธเจ้า ก็พระพุทธเจ้าท่านรู้ว่า ท่านไม่ได้ไปทำอะไรนางจิญจมาณวิกามาหลอก เท่านั้นแหละความจริงมันก็เปิดเผยมา ไอ้สิ่งที่ยัดเอาไว้เอาไปทำพุงให้โต ที่จริงไม่ได้ท้องจริงหรอก ไม้ที่อยู่ในท้องก็หลุดออกมา นางจิญจมาณวิกาก็เลยถูกคนขว้างให้ตายไปเลย นี่คือตัวเรื่องของความโกหก โกหกใครไม่โกหกแล้วไปใส่ความพระพุทธเจ้า ให้วิบากที่จะต้องถูกฆ่าตายถูกคนเขาจัดการ มันเป็นสัจจะที่คนที่ทำกรรมร้ายขนาดนี้ คุณก็ได้รับวิบากขนาดนี้ พระพุทธเจ้าก็ได้แต่สงสารไป
ข้อ 6. เมื่อสัจจกนิครนถ์ ผู้ไม่รักษาสัจจะ ชอบยกวาทะของตนเป็นยอด มุ่งจะมาโต้วาทะ ด้วยจิตที่ปิดมืดมนยิ่ง พระจอมมุนี, ทรงชำนะโดย ทรงจุดประทีปคือ ปัญญาขึ้นส่องให้เห็นความจริง
พ่อครูว่า... ก็คือผู้โกหกมดเท็จนี่แหละ แล้วเก่งด้วยนะ เก่งไม่รักษาสัจจะเลย เหมือนทักษิณ มุ่งจะมาโต้วาทะนี่แหละ เหมือนกันเลย แต่ติดโง่ มืดมนยิ่ง พระพุทธเจ้าก็ไม่มีทางอื่นที่จะช่วยหรอก นอกจากจะให้เขาฉลาดที่เป็นปัญญา ไม่ใช่ไปฉลาดเฉโก ฉลาดแกมโกง หน้ามืด ตาบอด เห็นแต่ผลประโยชน์ตัวเอง เห็นแต่ลาภ ยศ สรรเสริญ อำนาจบาตรใหญ่ของตัวเอง ฉลาดแบบนั้นมันไปไม่รอด พระพุทธเจ้าท่านก็พยายามให้เข้าใจด้วยปัญญา ด้วยความฉลาดที่เสียสละ เป็นปัญญาที่เห็นแก่ผู้อื่น ละตัวตน ก็อธิบายคร่าวๆ ได้ประมาณนี้ก่อน
ข้อ 7. เมื่อนันโทปนันทนาคราช, ซึ่งรู้มีฤทธิ์มาก ถูกพระบุตรนาคใหญ่ปราบ (พระโมคคัลลานะ) เพราะได้รับคำแนะนำมานั้น ทรงชำนะด้วย การตรัสแสดงวิธีอันเก่ง
พ่อครูว่า... ตอนนี้ก็ นันโทปนันทนาคราช มีฤทธิ์มมาก เป็นบุตรนาคใหญ่ เปรียบเหมือนสายศรัทธา ได้รับคำแนะนำจากผู้ที่ไปยุแหย่มา แล้วก็จะมาทำร้าย จะมาทำชั่ว จะมาทำไม่ดีทั้งหลายแหล่นั่นแหละ พระพุทธเจ้าท่านก็สุดทางที่จะแก้ไขเขานอกจากจะตรัส จะพูด จะบรรยายวิธีอันดีงาม อันเก่ง พยายามที่จะทำให้เขาเข้าใจ พูดให้เขาเข้าใจ อธิบาย สาธยาย ยืนยัน ยกตัวอย่างอ้างอิง ให้ได้เห็นจริงให้ได้ ทุกอย่างมาแต่เหตุ ดับเหตุเสียทุกอย่างก็ดับ เพราะฉะนั้นต้องดูเหตุของตัวเองว่าตัวเองมุ่งหมายอะไร แค่มาฆ่าคน ก็เป็นการทำร้าย ฆ่าพ่อฆ่าแม่ก็เป็นอนันตริยกรรมแล้ว ฆ่าพระอรหันต์ก็เป็นอนันตริยกรรม นี่จะมาฆ่าพระพุทธเจ้า โอ๊ย แล้วมันจะอภิมหาบรมอนันตริยกรรมอย่างไร แค่ทำให้พระบาทห้อเลือดก็เป็นอนันตริยกรรมแล้ว จะมาฆ่าพระพุทธเจ้าอีก ตายๆๆๆๆ คุณจะนรกออกจากนรกได้อย่างไร คุณก็ตกนรกหมกไหม้ไปชั่วกัปชั่วกาล ตายๆ พระพุทธเจ้าก็เตือนสติให้ได้เข้าใจ สาธยายให้ชัดเจน ก็ จนกระทั่งสุดท้ายจะทำได้ก็ทำ แต่พระพุทธเจ้าท่านมีบารมีก็ไม่ถึงขั้นที่จะต้องโดนฆ่าหรอก แม้แต่ผู้ที่มีบารมีพอสมควรก็จะไม่ถูกใครทำร้ายฆ่าตายในชาติแต่ละชาติ จะไม่ตายด้วยการถูกฆ่า อย่างอาตมาก็เคยพูดแต่ไม่ได้ท้าทายนะ ในชีวิตนี้อายุมาป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่เคยถูกใครเตะใครถีบ อย่าว่าแต่ฆ่าเลย มีแต่คนโยนแก๊สน้ำตา โอ้โหแสบ ขนาดหนัก ขออภัยนะ อาตมาไม่ได้ว่านะ ไอ้คนที่โยนแก๊สน้ำตามาใส่อาตมา จะได้รับวิบากไปขนาดไหนก็ยังไม่รู้ล่ะ เขาก็ต้องเป็นวิบากของเขา เขาทำ เราไม่ได้มุ่งร้ายอะไรเลยนะ เราเพียงแต่ออกไปบอกว่า ให้พอเถอะ หยุดเถอะ จะไประงับสิ่งที่ไม่ดี จะไปฆ่าแกงทำไม คนไทยด้วยกัน อาตมาก็เจตนาดี เดินเข้าไปไม่ไหวก็แสบ หายใจก็ไม่ออก นั่นเป็นวิบากของอาตมาเจอมา อ้าว ผ่าน
ข้อ 8. เมื่อเกิดความเห็นที่ยึดถือไว้ผิด ดุจงูร้ายฉกกัดเข้าที่มือ, ของท้าวพกาพรหม ผู้มีฤทธิ์ , สำคัญตนว่ารุ่งเรืองด้วยคุณบริสุทธิ์ พระจอมมุนี, ทรงชำนะด้วยวิธีแสดงญาณ คือความรู้ยิ่ง
พ่อครูว่า...อันที่ 8 เป็นตัวความฉลาดความโง่เห็นยึดถือไว้ผิด เป็นอุปาทานในมิจฉาทิฏฐิแท้ๆเลย เป็นการยึดสิ่งที่ผิด ยึดอวิชชา ยึดมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีทางอื่นเลย คนพวกนี้จะทำร้ายเพราะยึดอะไรยึดมิจฉาทิฏฐิ พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนงูฉกกัดที่ข้อมือ กัดตัวเองด้วยนะ ของตัวเอง ของท้าวผกาพรหมผู้มีฤทธิ์สำคัญตนว่ารุ่งเรืองด้วยคุณบริสุทธิ์ ทำอย่างนั้นมันฆ่าตนเองทำให้ตกต่ำ ทำให้ตัวเองเสื่อม ทำให้ตัวเองหนักตกต่ำไปใหญ่เลย แล้วไม่รู้ตัว พระพุทธเจ้าก็ต้องเตือนสติ ด้วยปัญญา ด้วยญาณ ด้วยความรู้ยิ่งๆอีก ให้เข้าใจ ต้องเตือนด้วยความรู้ ไม่ได้ไปบังคับ ไม่ได้ไปเข่นฆ่า ไม่ได้ไปทำร้ายอะไรเขา (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท... เขาจะมาไล่ฟันเราที่ทุ่งนา เราก็เอาของไปแจกเขา เขาก็เป็นมิตรกับเราตอนนี้ นี่ก็คือมารอย่างหนึ่งเหมือนกัน ขนาดเราช่วยเขา แต่เขาไม่เห็นความปรารถนาดีของเรา เขาจะมาทำร้ายเรา แต่เราก็มีจิตใจที่ดีกับเขาช่วยเหลือเขา แม้เขาจะมาเผาเรือเราเอาปลาร้ามาขว้างแถวอุทยานบุญนิยม เราก็ช่วยเหลือเขา อย่าเอาผิดเอาโทษอะไรเขา เราก็ช่วยเขาไปตามสมควรแก่ธรรมเท่าที่ทำได้ 660203 ชนะมารอย่าง ไร้สารพิษ สุจริตแท้ ด้วยพาหุงฯ 8 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก