08-บทที่ 3.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์83 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

4638675 -952500 0 0 5412059 -773151 0 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการ วิจัย เชิงพรรณนา ( Descriptive Research ) ศึกษา แบบ ภาคตัดขวาง ( Cross - Sectional A nalytical S tudy ) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ ในจังหวัดมุกดาหาร มีรายละเอียดดังนี้ 1 . ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2 . เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3 . การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ 4 . วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 5 . การวิเคราะห์ข้อมูล 6 . การพิทักษ์สิทธิ์ของผู้ให้ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรที่ศึกษา ได้แก่ ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 37,974 คน ( สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร. 2560 : ออนไลน์ ) คำนวณขนาดตัวอย่างได้จากการประมาณ ค่าเฉลี่ยของประชากร กรณีทราบประชากรที่แน่นอน โดยกำหนดเกณฑ์ในการคัดเข้า 1 . ประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมทั้งชายและหญิงในจังหวัดมุกดาหาร ที่ยินดี เต็มใจให้ข้อมูลและสามารถตอบแบบสอบถามได้ครบทั้งหมด 2 . ประชากรผู้สูงอายุที่สามารถพึ่งตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และสังคมได้ ซึ่งผ่านการประเมิน กิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel ’ s Index : ADL ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนน ขึ้นไปเรียกว่ากลุ่มติดสังคม เกณฑ์ในการคัดออก 1 . ไม่ยินดี และไม่เต็มใจให้ข้อมูล 2 . ไม่สามารถพึ่งตนเองได้ โดยผ่านการประเมินกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel ’ s Index : ADL แล้วได้ผลรวมคะแนน ADL ต่ำกว่า 12 คะแนน กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้กลุ่มตัวอย่างโดยการกำหนดขนาดตัวอย่างจากการประมาณค่าเฉลี่ยของประชากร กรณีทราบ

อ่านต่อ

จำนวนประชากรที่แน่นอน (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2551 : 17 ) ในที่นี้ N = 37, 974 ได้จำนวน n = N Z 2 Q 2 Z 2 Q 2 + N D 2 2150347 249291 0 0 = ( 37,974 ) ( 1 . 96 ) 2 ( 0 . 5 ) 2 ( 1 . 96 ) 2 ( 0 . 5 ) 2 + ( 37,974 )( 0 . 05 ) 2 n = 380 คน ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง = 400 คน ผู้วิจัยปรับเพิ่มเผื่อข้อมูลสูญหายคิดที่ 5 . 00 % ( Chaimongkol . 2005 ) n แทน ขนาดกลุ่มตัวอย่าง Z แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นได้จากความเชื่อมั่นที่กำหนด ( 1 - α ) เท่ากับ 1 . 96 แทน ความแปรปรวนจากการแปลผลที่ได้จากการคำนวณ กลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้ เท่ากับ 0 . 5 d แทน ค่ากระชับของการประมาณค่าหรือค่าความต่างที่ยอมรับให้ ค่าประมาณห่างจากค่าจริง = 0 . 05 ขั้นตอนการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ( Multi - Stage Sampling ) เพื่อหาขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ ( Stratified Sampling ) ของผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมของแต่ละอำเภอ รวม 7 อำเภอ ในจังหวัดมุกดาหารได้ ดังนี้ ตารางที่ 4 จำนวนประชากรและผู้สูงอายุทั้งหมดของจังหวัดมุกดาหาร อำเภอ ประชากรทั้งหมด (คน) ผู้สูงอายุ (คน) เมืองมุกดาหาร 127,084 16,398 คำชะอี 51,630 6,747 นิคมคำสร้อย 44,021 5,179 ดอนตาล 46,739 4,966 ดงหลวง 41,756 4,443 หนองสูง 22,146 3,303 หว้านใหญ่ 19,809 2,256 รวม 353,185 41,292 ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพ สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร. 2560 ขั้นที่ 1 ใช้การสุ่มแบบสัดส่วน ( Proportional to Size ) ขนาดตัวอย่างของชั้นภูมิเป็นสัดส่วนกับจำนวนหน่วยทั้งหมดในชั้นภูมินั้น ๆ (กัลยา วานิชย์บัญชา. 2558 : 19 ) จากสูตร ni = Ni ( n ) N ประชากรกลุ่มติดสังคมทั้งหมด N = 37,974 ขนาดกลุ่มตัวอย่างกลุ่มติดสังคมทั้งหมด n = 400 ประชากรกลุ่มติดสังคม แต่ละอำเภอ Ni ขนาดกลุ่มตัวอย่างกลุ่มติดสังคม ของแต่ละอำเภอ ni ตารางที่ 5 จำนวนประชากรและกลุ่มตัวอย่าง อำเภอ ป ระชากรกลุ่มติดสังคม (คน) กลุ่มตัวอย่างกลุ่มติดสังคม (คน) เมืองมุกดาหาร 12,392 130 คำชะอี 6,416 68 นิคมคำสร้อย 5,028 53 ดอนตาล 4,500 47 ดงหลวง 4,309 45 หนองสูง 3,189 34 หว้านใหญ่ 2,140 23 รวม N = 37,974 n = 400 ขั้นที่ 2 แบ่งขนาดตัวอย่างตามระดับชั้นภูมิอย่างเป็นสัดส่วน ( Stratified Sampling ) โดยนำประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 37,974 คน มาแบ่งเป็นรายอำเภอ จำนวนทั้งสิ้น 7 อำเภอ เพื่อหาขนาดกลุ่มตัวอย่างของแต่ละอำเภอตามสัดส่วนประชากร ส่วนการได้มาของกลุ่มตัวอย่างเป็นการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) ให้ตรงตามหลักเกณฑ์ การคัดเข้า 1 . ประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมทั้งชายและหญิงในจังหวัดมุกดาหาร ที่สามารถพึ่งตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และสังคมได้ ซึ่งผ่านการประเมินกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุโดยใช้ Barthel ’ s Index : ADL ได้ผลรวมคะแนน ADL ตั้งแต่ 12 คะแนนขึ้นไป ( 12 - 20 คะแนน) 2 . เป็นประชากรผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมที่ยินดี เต็มใจให้ข้อมูลและสามารถตอบแบบสอบถามได้ครบทั้งหมด โดยเก็บให้ได้ตามจำนวนของขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางข้าง ต้ นนี้ จนได้ครบ 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้รวบรวมได้จากแบบสอบถาม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และนำแบบประเมินการจำแนกผู้สูงอายุตามกลุ่มศักยภาพตามความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน ( Activities of Daily Living : ADL ) ของกระทรวงสาธารณสุข (สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2548 : 11 - 20 ) และแบบประเมินสุขภาพจิตคนไทยฉบับสั้น Thai Mental Health Indicator - 15 ( TMHI - 15 ) (กรมสุขภาพจิต. 2550 : 20 ) มาประยุกต์ใช้ให้ครอบคลุมเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ โดยแบ่งตามลักษณะต่าง ๆ ออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 แบบสอบถามด้านลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้และจำนวนสมาชิกที่อยู่ด้วยกันในครอบครัว ลักษณะคำถามเป็นแบบปลายเปิดและปลายปิด ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบกำหนดตัวเลือก จำนวน 5 ข้อ เพศ มีระดับการวัดเป็น ระดับนามบัญญัติ ( Norminal Scale ) อายุ มีระดับการวัดเป็น อัตราส่วนสเกล ( I nterval Scale ) รายได้ มีระดับการวัดเป็น อัตราส่วนสเกล ( I n terval Scale ) ระดับการศึกษา มีระดับวัดเป็น มาตรอันดับ ( Ordinal Scale ) จำนวนสมาชิกที่อยู่ด้วยกันในครอบครัว มีระดับการวัดเป็น อัตราส่วน สเกล ( Interval S cale ) ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเพื่อวัดด้านการดูแลสุขภาพทางกายและใจ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วยข้อคำถาม ดังนี้ 1 . ด้านการดูแลสุขภาพทางกาย 6 ข้อ ข้อคำถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating S cale ) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert ( Likert Scale ) 5 ระดับ มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ข้อคำถาม ปฏิบัติน้อยที่สุด 1 คะแนน น้อย 2 คะแนน ปานกลาง 3 คะแนน มาก 4 คะแนน มากที่สุด 5 คะแนน ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบประเมินค่า ( Rating Scale ) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์ จากวิธีการสร้างของ Likert ( Likert Scale ) โดยมี 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128 ) การแปลผลรายข้อ รายด้าน พิจารณาโดยใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206 ) ดังนี้ อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด จำนวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5 - 1÷5 = 0 . 8 การแปลผลคะแนนพฤติกรรมสุขภาพทางด้านร่างกายของผู้สูงอายุ ใช้ค่าเฉลี่ยและกำหนดเกณฑ์ของพฤติกรรมทั้งรายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับพฤติกรรม 5 ระดับ คือ ดี มาก ดี ปานกลาง ไม่ดี และ ควรปรับปรุง โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่ากัน คำนวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4 . 21 - 5 . 00 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ใน ระดับ ดี มาก คะแนนเฉลี่ย 3 . 41 - 4 . 20 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับ ดี คะแนนเฉลี่ย 2 . 61 - 3 . 40 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1 . 81 - 2 . 60 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับ ไม่ดี คะแนนเฉลี่ย 1 . 00 - 1 . 80 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางกายอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง 2 . ด้าน การดูแลสุขภาพทางใจ ข้อคำถาม 6 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating S cale ) โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert ( Likert Scale ) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128 ) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ไม่เคยปฏิบัติ = 1 คะแนน ปฏิบัติน้อยครั้ง = 2 คะแนน ปฏิบัติบ่อยครั้ง = 3 คะแนน ปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ = 4 คะแนน ปฏิบัติเป็นประจำ = 5 คะแนน การแปลผลรายข้อ รายด้าน พิจารณาโดยใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย ( บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206 ) ดังนี้ อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด จำนวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5 - 1÷5 = 0 . 8 การแปลผลคะแนนพฤติกรรมสุขภาพทางด้านจิตใจของผู้สูงอายุ ใช้ค่าเฉลี่ยและกำหนดเกณฑ์ของพฤติกรรมทั้งรายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับพฤติกรรม 5 ระดับ คือ ดี มาก ดี ปานกลาง ไม่ดี และ ควรปรับปรุง โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่ากัน คำนวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4 . 21 - 5 . 00 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ใน ระดับ ดี มาก คะแนนเฉลี่ย 3 . 41 - 4 . 20 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับ ดี คะแนนเฉลี่ย 2 . 61 - 3 . 40 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1 . 81 - 2 . 60 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับ ไม่ดี คะแนนเฉลี่ย 1 . 00 - 1 . 80 หมายถึง พฤติกรรมสุขภาพทางใจอยู่ในระดับ ควรปรับปรุง ส่วนที่ 3 แบบสอบถามเพื่อวัดด้านการสนับสนุนทางสังคม ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเองจาก การทบทวนเอกสารและวรรณกรรม 1 . การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ ประกอบด้วยข้อคำถาม 5 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า ( Rating S cale ) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert ( Likert Scale ) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128 ) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ น้อยที่สุด = 1 คะแนน น้อย = 2 คะแนน ปานกลาง = 3 คะแนน มาก = 4 คะแนน มากที่สุด = 5 คะแนน การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่กำหนด ( บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2 553 : 206 ) ดังนี้ อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด -คะแนนต่ำสุด จำนวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5 - 1÷5 = 0 . 8 การแปลผลคะแนนการสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์ ใช้ค่าเฉลี่ยและกำหนดเกณฑ์รายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับการสนับสนุนทางด้านสังคม 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่า ๆ กัน คำนวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4 . 21 - 5 . 00 หมายถึง หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3 . 41 - 4 . 20 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2 . 61 - 3 . 40 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับ ปาน ก ลาง คะแนนเฉลี่ย 1 . 81 - 2 . 60 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 1 . 00 - 1 . 80 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์อยู่ในระดับน้อยที่สุด 2 . การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสาร ประกอบด้วยข้อคำถาม 5 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า ( Rating scale ) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert ( Likert Scale ) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล 2555 : 128 ) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ น้อยที่สุด = 1 คะแนน น้อย = 2 คะแนน ปานกลาง = 3 คะแนน มาก = 4 คะแนน มากที่สุด = 5 คะแนน การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่กำหนด ( บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206 ) อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด – คะแนนต่ำสุด จำนวนกลุ่มหรือระดับที่ต้องการวัด = 5 - 1÷5 = 0 . 8 3 . การแปลผลคะแนนการสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสาร ใช้ค่าเฉลี่ยและกำหนดเกณฑ์รายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับการสนับสนุนทางด้านสังคมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดย ประยุกต์จากวิธีการสร้างของ Likert ( Likert Scale ) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128 ) คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่า ๆ กัน คำนวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4 . 21 - 5 . 00 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้าน ข้อมูลข่าวสาร อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3 . 41 - 4 . 20 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2 . 61 - 3 . 40 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1 . 81 - 2 . 60 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคม ด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับน้อ ย คะแนนเฉลี่ย 1 . 00 - 1 . 80 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับน้อยที่สุด การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ ประกอบด้วยข้อคำถาม 6 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating scale ) 5 ระดับ (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 128 ) มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ น้อยที่สุด = 1 คะแนน น้อย = 2 คะแนน ปานกลาง = 3 คะแนน มาก = 4 คะแนน มากที่สุด = 5 คะแนน การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วนำมา เปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่กำหนด (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. 2553 : 206 ) อันตรภาคชั้น = คะแนนสูงสุด – คะแน น ต่ำสุด จำนวนกลุ่มหรือระดับที ่ ต้องการ วัด = 5 - 1÷5 = 0 . 8 การแปลผลคะแนนการสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ ใช้ค่าเฉลี่ยและกำหนดเกณฑ์รายด้านและผลเฉลี่ยรวม เป็นระดับการสนับสนุนทางด้านสังคม 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด โดยแบ่งคะแนนเป็น 5 อันตรภาคชั้น ชั้นละเท่า ๆ กัน คำนวณได้ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4 . 21 - 5 . 00 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3 . 41 - 4 . 20 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2 . 61 - 3 . 40 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1 . 81 - 2 . 60 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 1 . 00 – 1 . 80 หมายถึง การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของหรือบริการ อยู่ในระดับน้อยที่สุด ส่วนที่ 4 แบบสอบถามด้านภาวะสุขภาพ โดยนำมาตรฐานผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่พึงประสงค์ของกรมอนามัยมาประยุกต์ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินภาวะสุขภาพในงานวิจัยนี้ (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2555 : 7 - 11 ) ได้แก่ 1 . ภาวะสุขภาพทางกาย ประกอบด้วย การแบ่งเกณฑ์การประเมินเป็น 5 ด้าน ให้คะแนนด้านละ 20 คะแนน รวมเป็น 100 คะแนน โดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละด้าน (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2555 : 7 - 11 ) ดังนี้ 1 . 1 ด้านการมีโรคประจำตัวและการควบคุมโรค (สุขภาพกาย) การไม่มีโรคประจำตัว มีโรคประจำตัวและการควบคุมโรค ประเมินโดยการสอบถามผู้สูงอายุ มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน กำหนดเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ 1 . 1 . 1 ไม่มีประวัติและอาการของโรคต่าง ๆ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองอุดตัน/อัมพฤกษ์/อัมพาต หัวใจขาดเลือด ข้อเสื่อม มะเร็ง วัณโรค และโรคเอดส์ถือว่ามีสุขภาพกายดีมาก ได้ 20 คะแนน 1 . 1 . 2 มีประวัติและอาการของโรคต่าง ๆ ตามข้อ ( 1 ) ตั้งแต่ 1 โรคขึ้นไป และสามารถควบคุมโรคได้ทุกโรค ถือว่ามีสุขภาพดีได้ 15 คะแนน 1.1.3 มีประวัติและอาการของโรคต่าง ๆ ตามข้อ ( 1 ) ตั้งแต่ 1 โรคขึ้นไป แต่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ ให้คะแนนตามอัตราส่วนของจำนวนโรคที่เป็นและจำนวนโรคที่ควบคุมได้ โดยให้เริ่มคิดคะแนนสูงสุด 15 คะแนน และใช้สูตรการคำนวณดังนี้ คะแนนสุขภาพกายที่ได้ = 15 X จำนวนโรคที่ควบคุมได้ จำนวนโรคที่เป็นตามข้อ 1 ตัวอย่าง ผู้สูงอายุ มีโรคที่เป็นตามข้อ 1 . 1 ทั้งหมด 6 โรค สามารถ ควบคุมได้ 2 โรค ดังนั้น คะแนนสุขภาพที่ได้ = 15 X 2 = 5 คะแนน 6 1 . 2 ด้านการมีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน 1 . 2 . 1 ฟันถาวรใช้งานได้ครบ 20 ซี่ ได้ 20 คะแนน 1.2.2 มีฟันถาวรใช้งานได้ไม่ครบ 20 ซี่ ได้คะแนนตามจำนวนฟันที่มี เช่น มีฟัน 1 ซี่ ได้คะแนน 1 คะแนน มีฟัน 10 ซี่ ได้คะแนน 10 คะแนน เป็นต้น 1 . 3 ด้านดัชนีมวลกาย มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน แบ่งระดับคะแนนเป็น 4 ระดับ ตามมาตรฐานผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่พึงประสงค์ตามแบบประเมินของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตารางที่ 6 การแปลผลดัชนีมวลกายตามมาตรฐานของคนเอเชีย ดัชนีมวลกาย ( BMI ) การแปลผล คะแนนที่ได้ น้อยกว่า 18 . 50 น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน 15 อยู่ระหว่าง 18 . 50 - 22 . 90 ปกติ 20 อยู่ระหว่าง 23 . 00 - 24 . 90 น้ำหนักเกิน 15 อยู่ระหว่าง 25 . 00 - 29 . 90 โรคอ้วน 10 มากกว่าหรือเท่ากับ 30 . 00 โรคอ้วนอันตราย 5 1 . 4 ด้านความสามารถในการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ตามอัตภาพ มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน ประเมิน 3 ประเด็น คือ 1 . 4 . 1 ปฏิบัติภารกิจประจำวันได้ มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน ใช้แบบประเมิน ADL ( Activities of daily living ) ผู้สูงอายุ โดยใช้ดัชนีบาร์เทล ( Barthel ’ s Index ) (สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2548 : 11 - 20 ) ซึ่งสามารถแปลผลได้ 1 . 4 . 2 สามารถเดินทางไปนอกบ้านด้วยตนเองตามที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง มีคะแนนเต็ม 5 คะแนน ประเมินโดยสังเกต สอบถามผู้สูงอายุ และผู้ดูแล หากสามารถปฏิบัติได้ให้ 5 คะแนน ปฏิบัติไม่ได้ให้ 0 คะแนน 1 . 4 . 3 สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ตามอัตภาพ คะแนน 5 คะแนน ประเมินโดยการสังเกต สอบถามผู้สูงอายุ และผู้ดูแล หากสามารถปฏิบัติได้ให้ 5 คะแนน ปฏิบัติไม่ได้ให้ 0 คะแนน 1 . 5 ด้านการออกกำลังกาย ประเมินโดยการสอบถามผู้สูงอายุ และผู้ดูแล มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน ประเมิน 4 ประเด็น คือ 1 . 5 . 1 ออกกำลังกายเป็นประจำแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่หักโหมครั้งละ 15 - 30 นาที 1 . 5 . 2 ควรอบอุ่นร่างกาย ก่อนออกกำลังกายและผ่อนคลายก่อนเลิกออกกำลังกาย 1 . 5 . 3 ควรออกกำลังกายหลากห ลายชนิดและ ออกกำลังกายในสถานที่ ที่ปลอดภัย 1 . 5 . 4 ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน หากสามารถปฏิบัติได้ให้ข้อละ 5 คะแนน ปฏิบัติไม่ได้ให้ 0 คะแนน การแปลความหมาย ระดับภาวะสุขภาพทางกายของผู้สูงอายุ ทั้ง 5 ด้าน รวม 100 คะแนน แล้วนำมาแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ ไม่ดี และไม่ดีอย่างมาก ดังนี้ คะแนน 80 . 00 - 100 . 00 แสดงว่า ภาวะสุขภาพดีมาก คะแนน 60 . 00 - 79 . 99 แสดงว่า ภาวะสุขภาพดี คะแนน 40 . 00 - 59 . 00 แสดงว่า ภาวะสุขภาพพอใช้ คะแนน 20 . 00 - 39 . 99 แสดงว่า ภาวะสุขภาพไม่ดี คะแนน 0 . 00 - 19 . 99 แสดงว่า ภาวะสุขภาพไม่ดีอย่างมาก 2 . ภาวะสุขภาพทางใจ ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับสั้น Thai Mental Health Indicator - 15 ( TMHI - 15 ) (กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. 2552 : 234 ) ประกอบด้วย 4 ตัวเ ลือก มีทั้งข้อความทางบวกและทางล บ การให้คะแนน ตัวเลือก คะแนนทางบวก คะแนนทางลบ ไม่เลย 1 4 เล็กน้อย 2 3 มาก 3 2 มากที่สุด 4 1 การแปลผล เมื่อรวมคะแนนทุกข้อแล้วนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติที่กำหนดดังนี้ (คะแนนเต็ม 60 คะแนน) 51 - 60 คะแนน หมายถึง สุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไป 44 - 50 คะแนน หมายถึง สุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป 43 คะแนน หมายถึง สุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ เครื่องมือวิจัยที่ใช้มีการตรวจคุณภาพของเครื่องมือดังนี้ 1. การตรวจความตรงของเนื้อหา ( Content Validity ) โดยผู้วิจัยนำแบบสอบถามให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้แก่ บุคลากรทางด้านสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญทางด้านผู้สูงอายุ เป็นต้นโดยตรวจสอบความถูกต้องตามเนื้อหา การวัดเกณฑ์ การพิจารณาคะแนนและความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ ความชัดเจนของข้อคำถามและความครอบคลุมของเนื้อหาโดยใช้เกณฑ์ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะตรงกัน จึงถือว่าความสอดคล้องและสามารถนำแบบสอบถามไปใช้สอบถามในการวิจัยในครั้งนี้ได้ โดยมี รายนามผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ดังนี้ 1. ดร.สม นาสอ้าน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนายุทธศาสตร์สาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ดร.ดวงกมล ภูนวล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ดร. นิภาพร ลครวงศ์ พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ โรงพยาบาลยโสธร กรรมการ วิจัย R 2 R นางศศิธรณ์ นนทะโมลี พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ ดูแลผู้สูงอายุโรงพยาบาล น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น นางศิริพร เหลืองอุดม พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ ดูแลผู้สูงอายุโรงพยาบาล น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยกำหนดให้คะแนนผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ ระดับคะแนน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ + 1 แน่ใจว่าสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 0 ไม่แน่ใจว่าสอดคล้องกับกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย - 1 แน่ใจว่าไม่สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากผลการ พิจารณา ของผู้เชี่ยวชาญ นำไปคำนวณหาสัมประสิทธิ์ความสอดคล้องระหว่าง ข้อคำถาม ของแบบสอบถาม กับวัตถุประสงค์ด้วยสูตร IOC ( Index of Item - Objective Congruence ) เลือกข้อคำถามที่มีค่า IOC ไม่น้อยกว่า 0 . 6 แสดงว่ามีความตรงตามวัตถุประสงค์ ผลตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ( Content Validity ) หาดัชนีความสอดคล้อง( IOC ) ซึ่งการพิจารณาค่า IOC ของแต่ละข้อความทั้งหมดในทุกข้อ พบว่า ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา ( IOC ) มีค่า = 1 . 0 แต่ก็ มีข้อเสนอแนะให้แก้ไขบางประเด็นเช่น ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้เป็นภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายให้สอดคล้องกับเนื้อหา เพิ่มเติมรายละเอียดคำถาม เพื่อความเข้าใจ ที่ตรงกัน ซึ่งก็ได้ปรับแก้ ก่อนนำแบบสอบถามไปใช้สอบถามกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา ( Try Out ) 2 . การตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ ( Reliability ) โดยการนำแบบสอบถามไปทดลองใช้ Try Out กับกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ใช่กลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดมุกดาหารจำนวน 30 คน และเก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบความเที่ยงของเครื่องมือ ( Reliability ) โดยวิเคราะห์ค่าความสอดคล้องภายในด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ( Cronbach ’ s Coefficient Alpha ) ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามดังนี้ 2 . 1 การดูแลสุขภาพโดยรวม = . 70 2 . 2 การสนับสนุนทางสังคมโดยรวม = . 83 2 . 3 ภาวะสุขภาพ 2 . 3 . 1 ทางกายโดยรวม = . 79 2 . 3 . 2 ทางใจโดยรวม = . 84 2 . 4 ค่ารวมทั้งฉบับ = . 89 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีดังนี้ 1 . ผู้วิจัยยื่นแบบเสนอขอหนังสือการรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และได้รับเลขที่รับรองโครงการจริยธรรม HE - SRRU2 - 0019 ในวันที่ 16 ตุลาคม 2560 2 . ผู้วิจัยนำหนังสือจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ถึงนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดมุกดาหารเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของการวิจัยและขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูลผู้สูงอายุทั้ง 7 อำเภอ ของจังหวัดมุกดาหาร เก็บข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม โดยทำการเลือกกลุ่มตัวอย่างจากทะเบียนสำรวจผู้สูงอายุที่สาธารณสุขได้ทำไว้คำนวณ จำนวนขนาดกลุ่มตัวอย่างของ ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม ของ แต่ละอำเภอ 3 . เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ได้ แจ้งวัตถุประสงค์ของการ ทำ วิจัย ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) ให้รับทราบ 4 . ผู้วิจัยได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) เพื่อ ขอ ให้ ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยัง ผู้สูงอายุ เพื่อมาร่วม ให้ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ โดยแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ไว้ ณ วันนัดหมายมีผู้สูงอายุมาเข้าร่วมชุมนุมตามนัดหมายที่ศาลาประชาคมหรือวัด ผู้วิจัยพร้อมผู้ช่วยวิจัยได้อธิบายชี้แจงกับผู้สูงอายุถึงวัตถุประสงค์ วิธีการตอบคำถาม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563