สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ความจริงคือปัจจุบันเท่านั้น.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.88 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ความจริงคือปัจจุบันเท่านั้น _คำถามว่า ตั้งแต่บริบทสังคมโลกเปลี่ยนแปลงไป มีความก้าวหน้าขึ้น ทางพุทธสถานมีการปรับเปลี่ยนปรัชญาในการเผยแพร่ศาสนาในรูปแบบทิศทางใด เพื่อให้สังคมไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร พ่อครูว่า...เปลี่ยนแปลงอะไรในบริบทที่ควรจะเป็น ในยุคนี้มันมีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาล ตามองค์ประกอบเป็นธรรมดาธรรมชาติ คำตอบก็คือไม่ได้เปลี่ยนแปลงทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเลย ทฤษฎีของพระพุทธเจ้านั้น absolute ultimate แล้วเรียบร้อย ไม่ต้องไปแก้ไขอะไรเลย จบและทันสมัย ใหม่เสมอ ไม่เคยเก่า นำสมัย ทันสมัย ล้ำสมัย เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เช่น ยุคนี้เขาประชาธิปไตยของโลก เป็นระบอบที่นิยมกันทั่วโลก หรือว่าแม้แต่คอมมิวนิสต์ก็อ่อนแอแล้ว เผด็จการก็แพ้เด็ดขาดแล้ว เสร็จแล้วเขาก็ยังเข้าใจประชาธิปไตยไม่ได้ ประชาธิปไตยดีและอิสระที่สุด ประชาธิปไตยนั้นทำเพื่อผู้อื่น จริงใจที่สุด และศาสนาพุทธนั้นรู้จักจิตวิญญาณที่เป็นแกนหลัก จิตวิญญาณมีอาการสองอย่างเป็นหลัก เป็นธรรมะสอง เทวธัมมา ลักษณะที่ไม่เคลื่อนไหว ที่นิ่งที่สุด ทางฟิสิกส์สรุปได้ก็คือนิวเคลียส ถ้าใครสามารถไปตีนิวเคลียสให้แตกได้ มันจะเกิดเป็นสภาวะของธรรมะสอง เทวธัมมา สิ่งหนึ่งจะวิ่งทางตรงแล้วกระจายออกไปเป็นไอโซโทป มีบวกมีลบกระจายไปจนอ่อนจางหายไป ไม่มีใครตามไอโซโทปนั้นได้ เป็นนิวเคลียร์ฟิชชัน เป็นพลังงานที่ออกไปอย่างเต็มแรง ทะลุทะลวง กับพลังงานอีกอันหนึ่งมารวมกัน เรียกว่านิวเคลียร์ฟิวชั่น เป็นธาตุหนักแล้วก็จะรวมตัวเป็นต้นตอ จะมีพลังงานอย่างนี้ทั้งเชิงฟิสิกส์และจิตวิญญาณ ศาสนาพุทธเจาะลึกถึงพลังงานนี้ได้ และควบคุมได้ทั้งนิวเคลียร์ฟิชชัน ควบคุมนิวเคลียร์ฟิวชันได้ ซึ่งเป็นลักษณะบว

อ่านต่อ

กหรือลบที่อยู่จับตัวกันนิ่ง แต่ถ้าตีแตกแล้วก็จะเกิดเป็นภาวะสอง ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณหรือพลังงานทางฟิสิกส์หรือสสารก็ตาม เราจะสามารถรู้อาการของจิตได้ ในลักษณะอาการของจิตทั้งหมดที่นิ่งให้รู้ได้ ละเอียดสุด เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ก็จะเป็นรูป 28 ลักษณะ นามธรรมหรือจิตวิญญาณธาตุรู้เรียกว่าปัญญา สามารถจะทำความเข้าใจรูป 28 นั้นให้สุดจบ เมื่อจบแล้วก็จะเหลือปัจจุบัน อดีต อนาคต ภาวะปัจจุบันเป็นความจริงสูงสุด นอกจากปัจจุบันแล้วไม่มีอะไรมี ไม่มีอะไรเหลือเลย มีแต่ศูนย์อย่างเดียว ผู้ใดรู้จักปัจจุบันสูงสุด แล้วก็สามารถควบคุมปัจจุบันได้ ไม่ให้มีความเลว ให้มีแต่ความดีตลอด ผู้นั้นจบ เป็นมนุษย์ผู้มีจิตวิญญาณมีปัญญาญาณสูงสุด สามารถควบคุมพลังงานปัจจุบันได้ ผ่านไปแล้วก็เป็นอดีต ที่ยังมาไม่ถึงก็เป็นอนาคต ความจริงคือปัจจุบันเท่านั้น และผู้ที่สามารถควบคุมปัจจุบันนี้ได้ สามารถที่จะตัดหรือจะต่อก็ได้ ควบคุมให้ต่อไปก็ได้ให้มันเกิด ถ้าไม่ต่อมันก็ตัดก็สูญ ผู้นี้คือผู้ควบคุมทุกอย่างได้ ในฟิสิกส์ก็คือ space and time ตามไอสไตล์บอก ส่วนของพระพุทธเจ้าก็คือ กรรมกับกาละ being and time of continuum สามารถจะตัดสันตติ หรือจะต่อไปได้ ถ้าจะตัดสูญก็ได้ ถ้าจะต่อก็ต่อแต่ดี คำสอนของพระพุทธเจ้าคือ สัพพปาปัสสะ อกรณัง กุสลัสสูปสัมปทา สจิตตปริโยทปนัง คือคนนี้ไม่มีจิตวิญญาณเป็นบาปเกิดแล้ว ถ้าจะทำกรรมกิริยาต่อก็มีแต่กุศล เราไม่เรียกว่าบุญ ทุกวันนี้ศาสนาพุทธเข้าใจคำว่าบุญผิด บุญไม่ใช่เอาไว้ขายหากิน แต่บุญคือเครื่องมือตัดกิเลส บุญเหมือนเครื่องมือของท่านเปาตัดหัวหมา บุญคือเครื่องมือตัดกิเลสหรือล้างบาปของตนเอง คนอื่นทำให้ไม่ได้ เมื่อทำการตัดกิเลสได้ถาวรจนไม่เปลี่ยนแปลง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) สูงสุดเป็นอมตบุคคล จะตายแล้วเกิดอีกกี่ชาติก็ได้ จะสูญแยกธาตุไม่เกิดอีกเลยก็ได้ สมมุติว่าเราเป็นธาตุน้ำ เราจะทำลายความเป็นน้ำของเรา น้ำคือ hydrogen กับ oxygen เราสามารถทำลาย h กับ o นี้ให้แตกแยกกัน ออกไปกลายเป็นธาตุแก๊ส ธาตุน้ำก็หายไป ไม่มีอีกเลย พระพุทธเจ้าสอนถึงขั้นทำพลังงานให้จิตเราสูญหรือจะต่อก็ได้ นี่คือสุดยอดของศาสนาพุทธที่สอนคนให้บรรลุได้ จึงเป็นประโยชน์แก่โลกตลอดกาลนาน

590306_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหา นศ. ป.โท ม.รังสิต(สื่อสาร)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน