สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความสุขคือหม้อต้มความทุกข์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.20 KB
วันที่แก้ไข25 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความสุข(สวรรค์)คือหม้อต้มความทุกข์(นรก) ใครโดดเข้าไปก็สุกเลย อาตมาเป็นนักชี้สัจจะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้สัจจะต่างๆแล้วให้มนุษย์มาเรียนรู้ ให้เห็นผลว่าเราควรจะมาเป็นอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัส สังคมก็เกิดมีพฤติกรรมสังคมที่มีธรรมะมีพุทธธรรม ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรต่างๆ อาริยสัจ 4 มูลสูตร และอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่ ให้คนมาลดกิเลส ลดความเห็นแก่ตัว ลดความโลภโกรธหลง มาเป็นคนมีน้อยๆ มาเป็นคนจน มีความมักน้อย เป็นคนจน เป็นคนที่รู้ว่าสวรรค์เป็นของหลอก ของเก๊ ไม่ใช่เรื่องจริงเป็นอุปทานของคนเท่านั้นที่เป็นสัจจะของพระพุทธเจ้า แต่ทุกวันนี้หลอกให้หลงสวรรค์เบี่ยงสวรรค์ก็หลงของเก๊ อารมณ์ลวงๆ อารมณ์ไม่มีจริง คนที่ตั้งความต้องการความอยากให้แก่ตัวเอง ต้องการได้โดยใช้ภาษาเรียกว่าสวรรค์ แล้วอีกทีว่าเป็นแดนสุข สวรรค์คือแดนสุข ความสุขนี่คือหม้อต้มความทุกข์ ถ้าใครกระโดดเข้าไปตรงนั้นก็สุก เปื่อยเลย สวรรค์นี่คือหม้อต้มที่ใครอยากได้อยากมีอยากเป็นโดดเข้าไปก็ได้สวรรค์ก็คือสุก นี่เป็นสัจจะ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องลึกซึ้ง ศาสนาที่ไม่มีความรู้ลึกซึ้งอย่างนี้เขาก็จะไปหลงสวรรค์ภพชาติ นึกว่ามันไม่ใช่หม้อต้มที่ใครโดดเข้าไปก็สุขจนเปื่อย แต่ความจริงแล้วเป็นศาสนาที่รู้จักสุขรู้จักทุกข์ สุขคือหม้อต้มที่เป็นของหลอกของทุกข์ นั่นละ ถูกต้มจนสุกเลย คนที่เข้าใจได้ว่าสวรรค์คือหม้อต้มใหญ่ เลยหลอกให้คนมาลงหม้อจนสุก แต่ถ้าจะเอาพยัญชนะวา คนเราอยากได้สวรรค์ก็จะได้ สุก แต่ถ้าคนใดอยากได้สวรรค์ ได้สุข คุณก็ต้องไม่อยากได้อะไรไม่ต้องเอาอะไร สุขคือความว่าง มีแต่จิตว่างๆดีๆ นี่แหละเป็นคนที่รู้จัก สัจธรรม แล้วทำตนให้เป็นคนสุข(ว่าง) แต่คนไปเข้าใจว่า สุขคือหม้อต้มก็เลยได้สุก อยากได้เองแล้วก็ถูกหม้

อ่านต่อ

อต้มสุกเลย อาตมาอธิบายธรรมะระดับโลกุตระนะนี่ ไม่ใช่พูดเล่นนะ เพราะฉะนั้นพวกเราเรียนจบออกไปแล้ว ไปมีชีวิตต่างๆนานา มามีชีวิตอย่างที่พูดนี้บ้างไหม ถ้าเผื่อว่าใครก็ตาม อาตมาว่านะ มีจิตสำนึกแล้วเข้าใจอันนี้ดี อาตมาว่า พวกเราจะต้องมาอยู่ในชุมชนชาวอโศก มาอยู่อย่างไม่ถูกต้มตุ๋น อยู่อย่างสบายๆ ทำงานไปตามควรไม่ต้องคิดว่าจะได้จะเสีย ก็ทำงานไปอย่างที่พวกเราเป็นกัน แล้วก็ใช้สิ่งที่มันมี มีถ้วยใช้ถ้วยมีชามใช้ชาม มีที่นาไร่สวนก็ใช้ประโยชน์ แม้ที่สุดมีธนบัตรเป็นเงินทองขึ้นมาก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์ ไม่ใช่ว่าใช้ให้เกิดโทษ ใช้เงินทองไปเพื่อบำเรอให้กิเลสมันโตขึ้น ไปซื้อสิ่งนั้นมาบำเรอความอยากให้กิเลสอ้วน บำเรออร่อยกิเลสก็อ้วน เอาเงินทองไปจ่าย เพื่อบำเรอให้กิเลสอ้วน คือปุถุชน คือกิเลสหนาอ้วนขึ้นตลอด เมื่อเราได้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าก็สามารถทำตนมาได้บ้างไหม ได้บ้างกี่บ้าง สิบตรี สิบโท หรือจ่า ได้กี่บ้าง หรือจะไม่ได้สักบ้างล่ะมั๊ง ถ้าได้บ้างก็จะดี มันเป็นสัจจะนะ ที่อาตมาพูด ที่เข้ามานี้ มารับการอบรม มารับการย้ำซ้ำที่ได้อบรมไปแล้ว เรียนไปแล้ว 6 ปี หลายคนก็ออกไป หลายปี หลายคนก็หนังเหี่ยวย่นบ้างแล้ว แล้วได้เข้าใจ ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างที่อาตมาว่าบ้างไหม อุตส่าห์มาเรียนที่นี่ โรงเรียนต่างๆที่เขาสอนตามหลักสูตรของกระทรวงไม่ได้สอนสิ่งเหล่านี้หรอก ใช่ไหม หลายคนก็รู้ว่าโรงเรียนข้างนอกเขาเป็นอย่างนั้น แต่พวกเรามาเรียนทางนี้แล้ว รู้แล้วรู้สิ่งเหล่านี้ ไม่ต้องสอนวิชาการเหมือนในตำรา ตามที่โรงเรียนต่างๆเขาเรียนกัน แต่เราเรียนรู้ชีวิตประจำวัน ห้าปี หกปี ซึ่งมันเป็นการเรียนเพื่อชีวิต ไม่ได้เรียนด้วยตำรา แต่เรียนด้วยชีวิต มันได้กันบ้างไหม... ตอบเบ๊าเบา แสดงว่าไม่รู้เรื่องสิ พวกเรามาที่นี่ก็คงจะมีความคิดว่า มาแล้วจะได้ทำอะไรบ้าง ไม่ใช่ มาให้ด่า นี่คือด่า คำว่าด่านี้ ภาษาวิชาการเขาเรียกว่าเทศน์ ที่จริงก็เทศน์ทุกวัน แต่เชื่อว่าไม่ได้ฟังทุกวัน ก็เห็นหน้าก็เลยเทศน์ๆๆๆ ด่าจริงๆ ภาษาความหมายเป็นอย่างนั้น พูดแล้วไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลวร้ายอะไรแต่เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องเจตนาดีหวังดี ให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นมา ถ้าเผื่อว่าเรามีงานประจำปีบ้าง พวกเราน่าจะมีสำนีกนะว่าที่เราเคยเรียนมาอยู่มาถึง 5 6 ปี มีงานอะไรเมื่อนึกถึงก็ไม่ต้องบอกกล่าว ก็มาเองรู้เอง มากันหนาแน่นเลย อาตมาจะเป็นสุขมากเลย จะชื่นใจมากเลย นี่มันไม่ค่อยเป็นเลย บอกกล่าวก็ยังไม่ค่อยมาเท่าไหร่ อย่างน้อย ถ้าอยู่ทางอีสานนี้ งานเจนี่ เป็นงานที่ใช้คนเยอะมาก ถ้าเผื่อว่าพวกเรา ถึงเทศกาลกินเจ พวกเราก็มาแสดงตัวช่วยอย่างนั้นอย่างนี้ อาตมาว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาแล้ว พี่ป้าน้าอา คุณย่าคุณยายคุณตาคุณปู่ อยู่ที่นี่จะรู้สึกสุขแค่ไหนเมื่อมีพฤติกรรมสังคมอย่างนั้น มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่ไม่รู้กัน พูดขึ้นมา พูดแล้วก็เข้าใจ พฤติกรรมอย่างที่อาตมาพูดไปวนไปวนมาตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้ พูดมา 37 นาทีแล้ว ก็ไม่ได้ไปไหนเลย ถ้าว่ากันจริงๆแล้ว นอกจากจะให้มาช่วยกันหน่อย เท่านั้นเองสรุป ...จบได้แล้วล่ะมั๊ง 601022_พ่อครูเอื้อไออุ่นศิษย์เก่าที่มาช่วยงานเจอุทยานบุญนิยม 2560

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน