สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน นิยามของคนจนที่สุขสำราญ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.62 KB
วันที่แก้ไข24 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน นิยามของคนจนที่สุขสำราญ สรุปมาที่กรรม ทำตนเองให้จน นิยามคำว่าจนคืออะไร จนคือ ตนเองไม่ยึดถือว่าอะไรก็เป็นของตน แม้ตนเองจะเป็นผู้สร้างด้วยมือด้วยความรู้ความเร็วแรงหยดเหงื่อแรงงาน มีกรรมสิทธิ์เต็มที่ แต่ไม่ยึดถือเป็นของตนเอง และแม้จะอาศัยก็อาศัยน้อยไม่เปลืองไม่แพงไม่มาก อาศัยน้อย ไม่ทรมานตนเอง สมบูรณ์สมดุลอยู่อย่างแข็งแรงพอดีพอกิน อย่างอาตมาทุกวันนี้ อาตมากิน อาตมาใช้ การใช้นี่เห็นง่าย อาตมาใช้วัสดุเสื้อผ้าอุปกรณ์อะไรต่างๆ เท่าที่จำเป็น คนอื่นเขาจะอุปการะ จะSupport สิ่งเหล่านี้อาตมาไม่หาเองนะ ผ้านุ่งผ้าห่ม ที่อาศัย ใครอยากจะให้อาตมาใช้ก็เอามาเองไม่ได้หรอก แม้สิ่งนั้นจะสำคัญที่สุดคืออาหารคือคำข้าว ถ้าไม่กินก็ต้องตาย สองยารักษาโรค การเจ็บป่วยไม่ได้ใช้ 2 อันนี้ก็ตาย ยานี้ถ้าไม่กินก็จะตาย แต่เขาขาย 5 บาท ไม่มี 5 บาทก็ไม่ซื้อ ตายก็ตาย ใครจะช่วยก็ซื้อให้ 5 บาท อย่าว่าแต่ 5 บาทเลยห้าสิบล้านเขาก็จะให้เพราะคุ้มค่าว่าท่านควรจะอยู่ต่อไป คนที่เห็นอย่างนี้มีอย่างนี้เขาจะช่วย โดยไม่ต้องไปบังคับเขาหากเขารู้ อาตมาถึงมั่นใจในสัจจะสภาวะ จึงกล้าพูดและทำจริงมาตลอด ว่าอาตมาจะไม่เอาเงินใคร ที่เขาเอามาบริจาคให้เป็นสิทธิตามอัธยาศัย อาตมาจะกินใช้จะทำอะไรก็ได้โดยส่วนตัว อาตมาก็จะไม่ใช้ส่วนตัว แม้จะเจ็บป่วยต้องซื้อยานี้ ราคา 5 บาทถ้าไม่กินยานี้จะตาย อาตมาก็มีอยู่ 5 บาท เขามาบริจาคไว้เกิน 5 บาท ก็ไม่ใช้ซื้อยานี้ตายก็ตาย ใครเห็นว่าเรามีประโยชน์คุณค่า เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียว อาตมาไม่สมัครใจจะอยู่คนเดียวแต่จะอยู่กับหมู่กลุ่มนี่แหละ คนตั้งเยอะแยะทำประโยชน์แก่กันและกัน คนที่มีมากกว่า 5 บาทตั้งเยอะแยะแต่ไม่ช่วยปล่อยให้ตาย ก็ควรตาย ถ้าเขาไม่เห็นคุณค่าแล้ว ใช่ไหม

อ่านต่อ

สมณะฟ้าไทว่า...เขาไม่ปล่อยให้ตายอยู่แล้ว บางทีอยากตายเขาก็ไม่ให้ตาย พ่อครูว่า...ถ้าเรามีคุณค่ามี 500 ล้านเขาก็จะแชร์กันมาช่วย หรือคนเดียวมี 500 ล้านเขาก็จะช่วย ถ้าเรามีค่าอย่างนั้นก็จะได้อยู่สำหรับคนในโลก แต่ถ้าเราไม่มีคุณค่าขนาดนั้น ก็ตายเสียก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นอาตมาว่ามันขึ้นอยู่กับความจริง ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร อาตมามั่นใจในสัจจะ มีแต่คนหามาให้ รับหมดก็ไม่ไหว จึงต้องมีคนกันอยู่ในที สมณะฟ้าไทว่า ใครๆก็อยากจะให้ เอามาถวาย พ่อครูว่า รับมามากก็จุก พูดไปแล้วก็สุข สำราญ เบิกบานใจกับการที่เราได้ระลึกถึงกรรมที่เราได้ทำ ไม่เบียดเบียนใคร กรรมวิบากที่มีผล ผลชั่วจะย้อนมาหาเรา จะมาเร็วหรือช้า กำหนดไม่ได้ อาตมาก็มาทำดีหนึ่งนาทีอาตมาก็ทำดี ขายไม่ออกก็ไม่เป็นไรไม่มีใครเอาก็ไม่เน่า เน่าก็ช่าง ไม่เสียดายก็มันดีจริงๆ ฝากไว้ แต่ไม่สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้นหรอกทำมาก็เอาอย่างน้อยก็มีคนฟัง 1 คน ยังมีที่ฟังอยู่ทางบ้าน แม้จะไม่ถึงล้านวิว ไม่แน่นะอาจจะมีต่างชาติมากกว่าคนไทยก็ได้ ใจยังเชื่ออยู่ว่าคนไทยจะเอาได้ก่อน ทั้งๆที่อาตมาถูกเขาตราไว้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่อาตมามั่นใจว่าของอาตมาเป็นของแท้ของดีไม่เสียหายจริงๆ อาตมาถึงไม่ท้อ แม้จะเหนื่อยก็ทำ อย่าให้มันทำลายสังขารร่างกายก็พอ ถ้าอาตมา เป็นคนคำนึงถึงว่า จะเร่งทำให้มากให้ดี ทำแล้วเท่าไหร่ได้ก็เถอะจบแล้วก็ตาย อาตมาไม่คิดเช่นนั้นว่าทำให้มากแล้วก็ตาย ตายแล้วก็เกิดมาอีกไว้ใจไม่ได้ ทำให้มากให้เหลือเฟือไว้ก่อน ดีกว่าขาด ไม่อย่างนั้นอาตมาไม่กล้าที่จะไปทูลพระพุทธเจ้า แล้วไปรายงานตัวว่าทำมาเท่าไหร่แล้ว

หนึ่งอย่าไปสะสม สองสะพัดออกให้มาก ยังไม่พอใช้หมุนเวียนไม่ขาดตอน หรม. ครน. ทำได้คล่องตัวพอสมควร ไม่ตะกละเผื่อพอไว้ อาตมาเข้าใจสภาพที่พระพุทธเจ้าสรุปไว้ในมหาปเทส 4 สัปปุริสธรรม 7 อาตมาใช้ทำงานมาตลอด ก็เห็นผลได้ดี แล้วยืนอยู่ได้ ในลักษณะที่ขาดทุน จะเอานักเศรษฐศาสตร์นักวิชาการมาคำนวณก็ตาม ก็จะพบว่าอาตมาขาดทุนให้แก่สังคม ทำงานให้แก่สังคม เราถือว่านี่แหละคือสิ่งที่เราได้เราเสีย เราขาดทุน เราสละ ได้สละนี่แหละ เป็นชีวิตที่น่าภาคภูมิใจ เปลี่ยนชีวิตที่ได้สละจริงๆ ชีวิตที่ได้เอาเปรียบเป็นชีวิตที่น่ารังเกียจมาก เอาเปรียบยืนอยู่การได้เปรียบคนอื่นมันน่าเกลียดมาก อาตมาก็พยายามที่สุด ที่จะไม่ให้เป็นเช่นนั้น จะต้องเป็นผู้ที่เสียเปรียบคือการขาดทุนอยู่ในสังคมให้ได้ และเมื่อไม่สะสม มีทุนหมุนเวียน ไม่เป็นสมณะอย่าไปทำงานการค้าขาย ถ้าขายของพวกเราให้อยู่ในทฤษฎี ของบุญนิยม อยู่ในขั้นขาดทุนของเราคือกำไรของเรา สุดยอดแล้ว ขาดทุนได้มากเท่าไหร่ก็เจริญมากเท่านั้น เป็นคนจนที่สะสมให้น้อยที่สุดเท่าไหร่ได้ เป็นคนเจริญสุดยอดเท่านั้น ขาดทุนมากเท่าไหร่แล้วอยู่ได้ อย่าไปประเมินค่าของตัวเองให้สูง ให้ประเมินค่าของตัวเองให้ต่ำไว้ ๆ เราช่วยเหลือคนได้เท่านี้เราควรจะทำได้มากกว่านี้ เรามั่นใจว่าซื่อสัตย์ต่อความรู้ที่เรารู้อย่างนี้แล้วทำให้ได้อย่างนี้จริงๆ คนที่สามารถมีสมรรถนะมีความรู้ทำได้อย่างที่อาตมาว่า จะอยู่รวมกันร้อยคนพพันคนก็มีคุณค่าต่อสังคม สังคมนี้ไม่มีใครมาตีแตก ไม่มีใครที่จะมาทำลายได้ ยิ่งโลกสมัยนี้มีภูมิปัญญามีคุณธรรมมากก็จะตัดสินกัน สมณะฟ้าไทว่า...คนจนมี 2 ประเภท แบบโลกียคือแบบไม่ยอมขาดทุน คนจนแบบโลกุตระคือคนที่ยอมขาดทุน จะเป็นคนจนแบบนี้ได้ ต้องมาลดกิเลสแบบที่พระพุทธเจ้าสอนจนเป็นอาริยชนจนเป็นพระอรหันต์ได้ แล้วก็มาช่วยเหลือคน ทำไมต้องมาอยู่ร่วมกัน เพราะว่าเป็นคนที่มีเมตตา มีความเสียสละ คนที่มีความเมตตาจะอยู่คนเดียวได้อย่างไรก็ต้องช่วยเหลือคนอื่น 601022_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ แบบคนจนที่ถึงตถตา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน