สื่อธรรมะพ่อครู(การตาย) ตอน ตายแล้วจะเป็นเหมือนในฝันหรือไม่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การตาย) ตอน ตายแล้วจะเป็นเหมือนในฝันหรือไม่ _ลูกอยากถามพ่อครูว่า...ถ้านอนหลับก็ฝันพอตื่นแล้วก็จะหยุดฝันเหมือนชีวิต 2 ภพแก้อย่างไรดีคะให้มันน้อยลง แล้วลูกก็ยังสงสัยว่า ตอนพ่อครูเทศน์หากตายชีวิตจะไปเป็นแบบฝัน แล้วคนที่ไม่ฝันตายไปจะเป็นไปอย่างไร? พ่อครูว่า..นอนหลับถึงฝัน พอตื่นก็หยุด นอนหลับคุณก็ไปกับสัญญา ก็ไปกับสติสัมปชัญญะ สติก็ตกแล้วไม่ได้ควบคุมทวารทั้ง 5 ปล่อยสติให้ไปกับสัญญา เรื่องมันเยอะมาก แต่ละคนมีเรื่องราวยิ่งกว่านิยาย กี่ล้านเรื่องของตนเอง บางเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวบ้าง มันก็จะเป็นพลังงานที่อยากให้เป็นในปัจจุบันกับพลังงานที่เป็นมาแล้วก็จะสังเคราะห์กันเป็นเรื่องพิลึก พระพุทธเจ้าว่าเรื่องฝันอย่าไปเอาเรื่องอะไรกับมัน จะฝันดีหรือฝันร้ายก็ตาม อย่าไปติดยึด เพราะฝันมันเพลินดีอร่อยสมใจ แต่ฝันไม่ดีก็ไม่อยากได้ก็มีผลัก ดูด สองอย่าง สรุปแล้วฝันอย่าเอานิยายอะไรกับมัน แก้ได้อย่างไรก็อย่าไปเกี่ยวข้องกับมัน ตอนพ่อครูเทศน์หากตายชีวิตจะไปเป็นแบบฝัน คุณตายไปแล้วชีวิตของคุณที่เป็นๆ คุณยึดถืออะไรต่างๆนานา คุณไม่ได้ปฏิบัติธรรมเลย คุณตายไปแล้วก็สิ่งที่คุณติดยึดผูกพันมากก็จะติดกับคุณ คุณจะฝันเรื่องที่คุณติดยึดอยู่มาก คุณจะชอบอะไรมาก เช่นคนยึดนั่งหลับตามาก ตายไปก็เรื่องนั้นๆ คนที่ติดยึดอะไรตายไปก็ไปกับเรื่องนั้นๆ แต่จะไปได้ไม่นานนักก็มีตัวแปรอื่นมา หากติดยึดมากก็อยู่นาน แต่มีเรื่องอีกมากที่เป็นตัวแปร ตอนตื่นนี้ตัวแปรจะมีมากกว่า แต่ตอนหลับตัวแปรก็ไปเรื่อยๆ เป็นอจินไตยเกินอธิบาย สรุปแล้ว เรื่องฝันเป็นสัญญาที่ห้ามไม่ได้ตายไปก็จมกับสัญญานั้น ก็ตัดมันเสีย มาฝึกสัมมาทิฏฐิ ทำให้คุณลดละภพชาติ ที่ไปกับฝันนี้ภพชาติทั้งนั้น รูปภพ อรูปภพ รูปภพเหมือนจริงจังเลย จะจริงยิ่งกว่าชี

อ่านต่อ

วิตจริงด้วย เพราะคุณมีทวารเดียว แต่ตื่นนี้มีหลายทวารมันก็ไม่เป็นกลุ่มก้อนเท่าไหร่แต่ตายนี้ก้อนเดียว จึงจะอยู่นานกับสิ่งที่ชอบ ก็จะชอบไปนาน ติดสงบก็สงบไปนาน อย่างอาฬารดาบส อุทกดาบส ตายไปแล้วก็อยู่ในภพนั้นอีกนานมาก นานจนกว่าพลังงานจะคลายแล้วก็จะออกมาหาวิบากอื่นๆ ไม่ได้ล้างเลย คุณไปติดยึดวุ่นวายกับเรื่องสตาร์วอร์ก็จะไปวุ่นวายมาก แต่ติดสงบก็นิ่งกว่าแต่นานกว่า เพราะพวกสตาร์วอร์จะเบื่อได้ง่ายกว่าทุกข์กว่า แต่พวกหลงสงบนี้จะนานกว่ามาก น่าสงสารพวกหานิพพานไปติดภพชาติสงบ นั่งสงบไปได้เป็นวันๆ สงบจนใช้พลังงานน้อยใส่กล่องฝังดิน ใช้พลังงานเท่าที่มีอยู่ มีนานาสารพัด พวกพระกรรมฐาน ก็ตายไปโดยคนไม่รู้อีกเยอะ ตกเหวตาย ถูกสัตว์กินตายบ้างมีเยอะไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องของศาสนาพุทธเลย ในอัมพัฏฐสูตร ศาสนายังไม่นานท่านก็พยากรณ์ไว้แล้ว ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หาขุดเหง้าไม้ หาผลไม้กินระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟรออาจารย์ สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้ว สำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชาและจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม 9 ข้อ 163)

เดี๋ยวนี้ก็เลยเสื่อม ใครเป็นศาสนาของเดียรถีย์ไปหมด แต่มันไม่มีทางเลือกอาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้าที่ต้องรับ จริงๆก็รับปากพระพุทธเจ้ามาเลย ไม่ใช่รับปากเสียทีเดียวแต่พระพุทธเจ้าท่านฝากไว้ อาตมาพูดอย่างนี้คนก็บอกว่าอุตตริมนุสสธรรมพระพุทธเจ้าฝากมา อาตมาบอกว่ามีหลักฐานนะ ท่านตรัสไว้เป็นองค์ประกอบมีหลักฐานยืนยันในสัมมาทิฏฐิ 10 ในข้อที่ 10 สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) โลกนี้โลกหน้า มีความต่างกันแล้วก็อธิบายให้คนปฏิบัติจนเกิดเป็นสมณะโสดาบันสกิทาคามีอนาคามีอรหันต์ได้หรือไม่ พิสูจน์อันนี้สิคุณก็มายืนยัน คุณจะมาเป็นนักตรวจสอบคุณจะมานั่งจับผิด คุณมาเลย ขออภัยไม่ใช่การท้าทาย มานั่งจับผิดว่าไม่ใช่คุณจะมีความรู้เท่าไหร่ก็มามันก็มีเท่าที่คุณจะรู้มีสถิติตรวจสอบ ถ้าคุณเช็คผิดก็ผิดไป ดีไม่ดีว่าไม่ใช่พุทธเลยคุณก็ผิดไป แต่ถ้าคนมีสัมมาทิฏฐิมาเสร็จอาตมาแน่ นี่น่าสงสารคนที่พบสัตบุรุษแล้ว สยังอภิญญาด้วย เอาเรื่องที่คนเขาไม่พูดกันด้วยซ้ำไปเอามาพูดเขาก็แย้งมาด้วยซ้ำไปเขาไม่รู้เขาก็ต้องแย้งเป็นธรรมชาติอยู่แล้วอาตมาพอจะรู้ความจริง แย้งก็แย้ง อาตมาก็พิสูจน์ความจริงแล้วทำได้ตามไหมบรรลุธรรมได้ตามไหมถ้าได้ก็มาอยู่ คุณเสแสร้งสุข ปรมังสุขัง คุณไม่จริงคุณไม่ทนอยู่ได้หรอก เพราะที่นี่ไม่ได้หลอกคุณให้อยู่ด้วย ลาภยศสรรเสริญ เสพรสชาติ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเพลิดเพลินก็ไม่ได้หลอก จริงๆ คุณอยู่ไปๆ หากคุณเองต้องการลาภยศรสอร่อยโลกีย์ รสอัตตา คุณอยู่ไปก็จะบอกว่านึกว่าจะมาหลอกเรา แต่มันไม่ใช่มันจริง แต่เราเองต้องเสพรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ เขาก็ไม่อยู่ด้วยหรอก แล้วไม่ใช่อวดดีนะ เขาไม่กล้าทำลายด้วย เพราะเขาจะมารู้ว่า เขาจะเกิดภูมิธรรมอย่างน้อยเขาจะรู้ว่า กาม เป็นอย่างนี้ อัตตาเป็นอย่างนี้ ในโลกก็มีโลกาธิปไตยอัตตาธิปไตย สองอย่างคุณจะได้รับความรู้ไปแต่ภูมิไม่ถึงจะอยู่ที่นี่ได้ ก็จบที่รู้โลกรู้อัตตาตั้งแต่หยาบถึงละเอียด ก็ช่วยคนในโลกได้

ตายไปแล้วชีวิตจะเหมือนในฝันก็จริงแต่ไม่มาก เท่าที่จะมีแรงของสัญญา อย่าไปฟุ้งซ่าน มาเอาปัจจุบันเป็นหลัก

คนที่นอนหลับไม่เคยฝัน คือคนไปศึกษาสะกดจิตหลับตา มีพลังงานสั่งสมการสะกดแน่นไว้นานมาก สัจธรรมได้ความแน่นอย่างเดียว เรียก อัปปนาจะไม่เข้าใจ พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ที่ยิ่งแน่นยิ่งคล่อง ยิ่งแน่นยิ่งคล่องมีความเก่งสองสภาพ แต่อันนั้นมันสภาพเดียว อธิบายสภาพสองไม่ได้ ไม่มีสังกัปปะ 7 วิจัยวิจารไม่ออก ไม่มีวิภัชติ มีแต่เอกังสะถ่ายเดียวมีแต่สะกดจิต หลับตาสะกดจิตไม่ใช่ของศาสนาพุทธเป็นของศาสนาเดียรถีย์เลิกได้แล้ว พระพุทธเจ้าพูดแรงอย่างอาตมาไม่ได้ ท่านอนุโลมต้องเอาใจเดียรถีย์ ก่อน ไม่งั้นไม่มีใครมากับท่าน แต่อาตมามีฐานที่ท่านทำให้แล้วอาตมาก็ทำอย่างสบายได้

พวกหลับไม่ฝันไม่ดีแต่ก็รู้สึกว่ามันเบาไม่วุ่นวายแต่ไม่ดี หลงผิด แล้วติดยึด มีแต่จมกับจมไม่ลอยเลย เขาตายไปแล้วก็จะไม่ฝันจนกว่าจะหมดพลังฤทธิ์ที่ยึดถือไว้แล้วจะตีกลับอย่างมีวิบากอย่างที่สะสมไว้620513_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 48

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน