สื่อธรรมะพ่อครู(สามอาชีพกู้ชาติ) ตอน ทายาทสืบทอดสามอาชีพกู้ชาติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สามอาชีพกู้ชาติ) ตอน ทายาทสืบทอดสามอาชีพกู้ชาติ _ชาวบ้านราชฯกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จะทำอย่างไรจะสร้างทายาทไว้สืบทอดสามอาชีพกู้ชาติหรือเพื่อมนุษยชาติ กราบพ่อครูให้แนวทางด้วยค่ะ พ่อครูว่า...อาตมาก็เก่งเท่าที่อาตมาเก่งนี่แหละจะเก่งได้ก็มาช่วยกัน สามอาชีพกู้ชาติมี กสิกรรมธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาด ขยะวิทยา ปุ๋ยเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ไร้สารพิษ อาตมาที่เอา 2 อันนี้มาเพราะว่า 2 อันนี้เป็นรากฐานของชีวิต รากฐานของชีวมนุษย์ ปุ๋ยนี่มันเป็นอาหารพืช ไม่ใช่อาหารสัตว์ คนต้องกินพืช อาตมาส่งเสริมพืช กสิกรรมก็พืชอยู่แล้ว มีปุ๋ยอีกก็ไปรอดไปโลด ชีวิตนี้ไม่มีปัญหาเลยเพราะว่าอาหารเป็นหนึ่งในโลก กสิกรรมสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารมาเป็นอาหารให้แก่โลกแล้วมีองค์ประกอบคือปุ๋ย จะเป็นปุ๋ยชนิดไหนที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่คิดได้เอามาช่วยให้เกิดอาหารที่ดีนี้จบ 3 คุณจะกินข้าวคุณจะกินอาหารคุณจะทำปุ๋ยทำอะไรก็แล้ว แต่มันจะต้องเหลือขยะ ในโลกนี้คำว่าขยะเป็นเรื่องเศษที่ต้องทิ้ง อาตมาขยายความไว้ในหนังสือแสงสูญเรื่องขยะเอ๋ยไว้ไม่รู้กี่ฉบับว่า ขยะนี้มันมีที่เป็นพิษภัยเป็นสารพิษเป็นยาพิษจริงๆเลย เป็นขยะที่เลวร้ายเป็นวัตถุจนกระทั่งถึงขั้น วัตถุที่ค่อยๆเป็นสิ่งเสพติด จนกระทั่งเป็นสิ่งที่โลกหลอกให้เราเสพติด เสพติดในของอร่อย เสพติดในของชั้นสูง ขยะทั้งนั้น ของอร่อยก็ขยะ ของอะไรกินอาหารชั้นสูงราคาแพง ขยะทั้งนั้นโง่ถูกหลอกทั้งนั้นเลยเป็นอุปาทานไม่สูงส่งอะไรเลยอร่อยก็ไม่มี มันเป็นสัจจะ ถ้ามาศึกษาแล้วก็จะรู้ว่าเราไปหลงขยะพวกนี้ ยิ่งอร่อยมากเท่าไหร่ชั้นสูงมากเท่าไหร่ก็เป็นขยะเท่าที่จะเป็นขยะ ขยะโง่หนักเท่านั้นๆ อร่อยเท่าไหร่ อาหารชั้นสูงเท่าไหร่ โง่เท่านั้น โง่เท่านั้น ใครเคยโง่อย่างนี้มาบ้าง ยกมือ...ยกหมด ศึกษาให้
อ่านต่อ
ดีเถอะเป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนมากแต่นี่มัน หยาบ แต่คนติดหยาบอีกเยอะในโลก ยิ่งไม่ได้ศึกษาสัจจธรรมอย่างศาสนาพุทธก็เลยติดยึดกันทั้งโลก ก็ถูกหลอกกันทั้งโลกถูกหลอกว่าอร่อย อาหารไทยอร่อยมากเดี๋ยวนี้ตีไปทั่วโลก ปรุงแต่งจนฝรั่ง very hot มันมาก แต่มันก็ถูกหลอก เอาเข้าหนักๆก็ติดจนมาถึงฑูตในเมืองไทย ติดเผ็ด พอกลับบ้านจะต้องหาพริกมาปลูกในตู้กระจกเพื่อให้ผัวมีพริกกิน หนักหนาสาหัสเลย ซวยไปเลย อะไรต่างๆพวกนี้เรียนให้ดีแล้วเราจะวางปล่อย ความสุขทางโลกคือขยะทั้งนั้นความสุขกับความทุกข์นั้นแยกกันไม่ได้มีสุขต้องมีทุกข์เพราะฉะนั้นหมดสุขก็หมดทุกข์หมดความทุกข์ก็หมดความสุข สรุปแล้วหมดความทุกข์ความสุขก็หมดความเป็นทาส คู่เทวะ สูญว่างสบาย ทำไมพระพุทธเจ้าจึงเป็นธรรมะที่เบาว่าง ง่าย จบ ไม่เป็นภาระสิ้นภาระสบาย มีพลังงานเท่าไหร่ก็เป็นพลังงานที่ไม่ต้องไปบำเรอตน พระอรหันต์ไม่ต้องบำเรอตนอีกแล้ว จะบำเรอตนด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลินอะไร เอร็ดอร่อยไม่มี มีแต่ใจเบิกบานร่าเริงสบายๆ จิตใจเบิกบานร่าเริงก็ใช้แค่นี้ก็แล้วกัน อภิปโมทยังจิตตัง จะทำให้จิตใจมันนิ่งเฉยๆซึมว่างก็ได้แต่มันไม่เป็นที่สบอารมณ์ของคนหลอกคนกลัวขรึมนิ่ง ยิ้มแย้มก็ไม่ได้มองตาเขียวไม่สงบไม่สำรวม จะบ้าไปใหญ่ อนุโลมได้เราไม่ติด คนมีปัญญาเข้าใจแล้วเราก็อนุโลมกับเขาไม่ติดหรอกพอจะเรียกว่าปฏิสันถาร เรียกว่าเป็นการเชื่อมโยงกับเขาเข้ากันได้ เชื่อมต่อกับเขาสัมพันธ์ที่จะได้มีอื่นๆที่จะให้เขา คนจะอนุโลมได้ต้องไม่ถูกเขาดึงตกไป ต้องมีฐานบรรลุจริงไม่มีฐานที่มั่นคงเป็นแกนของคุณได้ เขาดึงอย่างไรคุณก็ไม่มีทางหลุดจากแกนได้ หากคุณมี 100 ใช้ 70-80 ก็พอได้ หากใช้ 100 ไม่เหลือจะถูกดึงไปได้ อนุโลมปฏิโลม ก็ต้องดูว่าเราจะอนุโลมแก่ใครแค่ไหนประมาณนั้นอาตมาอนุโลมเยอะแล้วมั่นใจว่าอาตมาไม่ตกต่ำอนุโลมขนาดนี้ เพราะฉะนั้นจึงปรุงแต่งเป็นความหยาบไปเยอะ ขนาดอนุโลมขนาดนี้ คนหยาบยังได้ขนาดนี้ หากอนุโลมละเอียดเคร่ง จะเหลือ 10 คนหรือไม่ คนยังไม่เข้าใกล้มา แสดงว่าเขาหยาบกว่านี้อีกเยอะติดยึดในโลกียรสเยอะ ก็ไม่เป็นไร ได้เท่าไหร่ อาตมาไม่มีปัญหา ไม่ได้ต้องการปริมาณไปอวดอ้าง สถิติไม่หรอกแม้นามธรรมอาตมาเอาของจริงได้แค้่ไหนแค่ไหน ส่วนปริมาณไม่มีปัญหา จะพัฒนาไป ก็เป็นเครื่องพิสูจน์เหมือนกันว่าอาตมามีอัตราการก้าวหน้าความจริงที่อาตมานำเสนอนั้นจะมีไหม ในเมื่ออาตมาไม่อนุโลมเพื่อจะให้เพิ่มปริมาณมากขึ้น อาตมามีกรอบของความอนุโลมตามที่จะอนุโลมได้ คนจะหาว่าสุดโต่ง เคร่งมากไปก็ไม่เป็นไร ความจริงอาตมาก็รู้ว่าเอาแค่นี้ตีกรอบขนาดนี้ เช่น พื้นที่สุด จะเข้ามาในสังคมนี้รากฐานจะต้องไม่มีอบายมุขมีศีล 5 ไม่กินเนื้อสัตว์อย่างนี้เป็นต้น แค่ 3 อย่างนี้ได้ไม่เห็นมันจะมีมากมายอะไรเลย ยังยากเลย เห็นไหม ฟรีนะ คุณมาแต่ตัวกับหัวใจก็มาได้ ถ้าคุณรักษาพื้นฐาน 3 อย่างนี้ได้ ถ้าได้คุณก็พัฒนาตัวเองขึ้นไปแค่นี้สบายมากก็พิสูจน์ไปเราก็อนุโมทนาสาธุ คนเหล่านี้ก็จะไปเป็นมวลในที่นี้ ก็จะมีคุณธรรมที่สูงขึ้น คุณธรรมยิ่งสูงเท่าไหร่ ยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อมวลประชาชนมากขึ้น คุณจะมีความมักน้อยได้มากขึ้นเท่าไหร่ก็จะมีประโยชน์ต่อคนอื่นมากขึ้น คุณยิ่งมากๆมากเท่าไหร่ก็จะเป็นโทษต่อผู้อื่นมากยิ่งขึ้นนี่เป็นสัจจะ แล้วคนที่รวยนี้มักมากหรือมักน้อย คนที่รวยนี้คือคนที่รักษาโทษไว้ให้แก่ตนเอง แล้วมันเป็นกรรมเป็นพฤติกรรมเป็นการกระทำของคุณเอง สมมุติว่าในกรอบกะลาครอบอันนี้มีอาหารเท่านี้ คุณก็เป็นตัวชีวะในนี้ก็โลภะเอาอาหารไปกองกับคุณ เสร็จแล้วชีวะอื่นที่อยู่ในนี้ก็ตายไป ต่อหน้าต่อตาของคุณ คุณยิ่งมีเยอะคุณก็เลยยิ่งสะใจ เห็นไหม ใจดำแต่เขาไม่รู้สีรู้สา เขาชื่นใจกับที่เขามีมากมีความเหลือเฟือ ดีไม่ดีเอาไปงอกเพิ่มอีก ตามระบบวิธีของทุนนิยมสามานย์ที่แย่ ไม่สามานย์ก็ตามบาปทั้งนั้นโดยกรรม บาป ผู้ที่รู้จักกรรมวิบากรู้จักบุญก็เข้าใจแล้วว่าต้องเลิก บุญมีพลังงานสูงเลิกความบาปพฤติกรรมอันนี้เลิกการกระทำอันนี้เลิกๆๆ ยิ่งเรามีมวลมีชุมชน เสนาสนสัปปายะ อาหารสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ บุคคลสัปปายะ สัปปายะ 4 อย่าง ชุมชนสาธารณโภคีของพวกเรา คุณมีหลัก ถือศีล 5 ละอบายมุข กินมังสวิรัติอยู่ในนี้ไป ตายก็มีการเผาให้ ไม่ต้องมีญาติมาดูแลเลยก็ได้ เชื่อไหมว่าจริง เป็นสังคมที่พึ่งพากันได้ขอให้มีคุณธรรมต้นทุนนั้นถูกมาก ไม่มีอบายมุข ไม่กินเนื้อสัตว์ ถือศีล 5 มาน่าใครสนใจจะหลุดพ้น แต่แค่สามอย่างนี้ คุณยังทิ้งไม่ได้ก็ยังไม่ต้องมาเถอะ มาก็ลำบากแต่ถ้าสามารถทำได้ก็มาเลย แม้แต่คุณยังไม่หมดก็ตาม อย่าดูถูกตัวเองอย่าหวงแหนมันนัก เอาแค่สามอย่างนี้ ถือศีล 5 ละอบายมุข 6 ดื่มน้ำเมา. เที่ยวกลางคืน เล่นพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร. การละเล่น เกียจคร้าน การละเล่นก็มีกีฬา หากไม่มีอบายมุขทั้ง 6 ก็มาเลย มาลองอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรเลยก็มาได้มีแต่ตัวกับหัวใจสดๆเข้ามาเลยเราต้องการที่จะให้คนหลุดพ้น คนที่เป็นมวลของโลกของสังคมที่พัฒนาตัวเองขึ้นไปก็จะช่วยประเทศชาติสังคมเรียกว่าเป็นเศรษฐศาสตร์รัฐศาสตร์สังคมศาสตร์มันจะช่วยได้จริงๆ ยิ่งเรื่องเศรษฐศาสตร์ อาตมาว่านักเศรษฐศาสตร์ที่จบด็อกเตอร์คนละหลายใบ ทำไมยากเหลือเกินที่จะเข้าใจ เข้าใจว่าเราเป็นผู้ให้นี้คือเศรษฐศาสตร์ที่เจริญ เราเป็นผู้ที่ได้มากๆแล้วเจริญนี้ไม่ถูก ทำไมมันยากนัก เราเป็นผู้ให้มากๆต่างหากนี่คือเจริญ มันยากหรือยังไง เข้าใจไม่ได้หรือ เอาจากผู้อื่นมามากๆมันเป็นความเสื่อมความต่ำความเลว ให้ผู้อื่นได้มากๆนี้มันเจริญมันดี มันสูงนะ ไม่เห็นว่ามันจะยากตรงไหน เอาแค่เข้าใจก่อน แต่เขาไม่เข้าใจเขาไม่พูดตามอย่างที่ว่าเลย ในหลวงของเราตรัสให้มาแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ชัดเจนจะตาย ไม่เห็นยากเลยชัดเจน แต่ทำไมนักเศรษฐศาสตร์นักบริหารของประเทศไทยเป็นลูกในหลวงดำเนินตามศาสตร์พระราชา แล้วเอาศาสตร์พระราชาที่ไหน ถ้าหากชัดเจนและดำเนินไปอย่างนี้ประเทศไทยจะไปลิ่ว แต่อย่างว่าก็เพราะภูมิธรรมเขาเป็นอย่างนั้นก็เลยต้องทำอย่างนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น อาตมาก็ว่าเป็นไปได้ดีขึ้นขณะนี้ผู้บริหารต่างๆก็ดีค่อยๆเข้าใจโลกุตรธรรม เป็นไปได้ยังมีพัฒนาการมีอัตราการก้าวหน้าอยู่พอสมควร ซึ่งอาตมาว่า ถึงอย่างไรโลกุตรธรรมในประเทศไทยก็มีกลุ่มที่เป็นแกนอย่างน้อยคือชาวอโศกนี่แหละขออภัยอย่าหาว่ายกตัวอย่างตนเลยอย่าหาว่าหลงตัวหลงตนเลย แต่เป็นของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ของอาตมา ในหลวงเราเป็นโพธิสัตว์ที่เป็นสายเจโตก็ต้องทำขนาดนั้น อาตมาเป็นสายปัญญาก็ต้องอธิบายให้มาก ท่านทำ เราได้อาศัยเป็นแกนของ เจโต ต้องมาก่อน แกนปัญญามันจะเกิดทีหลัง ก็ต้องค่อยๆเป็นการผสม ศรัทธากับปัญญา ด้วยพลัง 5 หรืออินทรีย์ 5 ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา 5 ตัวนี้มีความหมายลึกซึ้งมาก ผู้ที่ศรัทธาก็คือเชื่อถือเชื่อมั่นและรู้ตามภูมิศรัทธาเท่านี้เชื่อเท่านี้สายเจโต สายศรัทธาไม่ใช่สายปัญญาแท้ ส่วนปัญญาที่เป็นสัมมาทิฏฐิเป็นโลกุตระก็เป็นปัญญาที่อาตมาต้องอธิบายเงื่อนไขนี้ก็เพราะว่า คำว่าปัญญาเขาเอาไปใช้แทน เฉกะ ที่เป็นความฉลาดเฉลียวแบบโลกียซึ่งมันไม่ใช่ปัญญาเลย เอาคำว่าปัญญาไปใช้แทนความเจริญเฉกะเฉโก เป็นความฉลาดที่วนเวียนอยู่ในลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ไม่ออกจากสิ่งเหล่านั้นเลย เพราะฉะนั้นปัญญานี้จะต้องเป็นความรู้ที่ออกมาจากลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขได้ ทิ้งลาภ ยศ สรรเสริญทิ้งสุขโลกีย์ต่างๆมาได้ตามลำดับจริงๆ มันถึงจะเป็นโลกุตระ ต้องมีจิตใจที่ยินดีเห็นดีจริงๆก็เริ่มมาปฏิบัติแล้วก็รู้วิธีการปฏิบัติปฏิบัติให้มันได้ถึงจิตที่เรียกว่ามนสิการเป็นการทำใจในใจ ถ้าได้แต่กายกับวาจา เช่นมีศีลข้อ 1 2 3 4 5 ก็ปฏิบัติได้แค่กายกับวาจา ส่วนใจนั้นต้องนั่งสมาธินั้นต้องไปนั่งหลับตาเอานั่งให้ตายมันก็ไม่ได้นั่งให้เกิดกี่ชาติกี่ชาติก็ได้แค่ อาฬารดาบส อุทกดาบส จมในนิโรธในภพไหน ป่านนี้ยังไม่ตื่นเลย พระพุทธเจ้าตรัสรู้จะไปโปรดทั้ง 2 ท่านเขาก็บอกว่าตายไปแล้วพระพุทธเจ้าก็เลยว่าแย่แล้ว เพราะว่าหากตายแล้วจิตยึดกับร่างนี้อยู่ หากใครมีธาตุอาหารเอาไปเติมให้ก็อยู่ได้ เป็นมนุษย์พืชนี้อยู่ได้เหมือนคนไข้ไอซียู เป็นมนุษย์พืชที่ลดพลังงานของจิตวิญญาณไม่สามารถฟื้นมาเป็นจิตนิยามได้คุณก็เลี้ยงแค่พีชะนี้ไป คนที่สามารถสะกดจิตตัวเองเก่งและทำให้จิตใจสถิตเสถียรดึงเอาตัวพลังงานไว้แล้วก็ใช้พลังงานให้น้อยที่สุด มันก็จะอยู่ได้นานเป็นพลังงานที่สดอย่างนี้ไปได้นาน กว่าที่โมเมนตัมของพลังงานนี้จะค่อยๆ คลายไป แล้วไปหลงว่า ความยึดมั่นถือมั่นนี้เก่งมันผิดทางพุทธ ครูบาอาจารย์ที่สะกดจิตเก่ง. ตายแแล้วร่างกายไม่เน่าแล้วเอาไปใส่ตู้กระจกเพื่อบูชากันเป็นเรื่องน่าสงสาร แล้วก็หากินกับอาจารย์เหล่านี้แล้วพากันไปตกต่ำก็เป็นธรรมชาติธรรมดาของความไม่เข้าใจความไม่รู้ก็หลงงมงายกับซาก ที่ควรจะเอาไปทำลายเสีย พระพุทธเจ้าตรัสว่าคนที่ตายแล้วจะเป็นพ่อเป็นแม่ก็ตามตายแล้วให้จัดการอย่างไรกับซากศพ ดีที่สุด พระสารีบุตรทูลถามไว้ เมื่อสมัยทำศพพระราชบิดาของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า เผาให้เร็วที่สุดไม่ต้องรอแม้กระทั่งญาติที่เดินทางไกลมา สมัยก่อนญาติเดินทางมาได้ยากการรักษาศพก็ทำไม่ได้ดีก็จะมีการเน่าเหม็นก็จะทำให้เกิดการรู้สึกรังเกียจเป็นความซ้อนที่ไม่นับถือบูชาพ่อแม่ ท่านก็ให้ทำลายให้เร็วเผาให้เร็วที่สุดโดยไม่ต้องรอแม้แต่ญาติที่เดินทางไกลมายังมาไม่ถึง นี่เป็นคำตรัสของพระเจ้าที่ให้กับพระสารีบุตรไว้ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธ ตายแล้วจึงนิยมเอาไปเผาไม่ไปฝัง ศาสนาเทวนิยมนั้นเอาไปฝังเป็นส่วนใหญ่ 620513_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 48