สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน วัฏฏะวงไหนที่เราควรเรียนรู้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน วัฏฏะวงไหนที่เราควรเรียนรู้ _อำภา รื่นใจดี · น้อมกราบนมัสการท่านพ่อครู ลูกขอโอกาสถามเรื่อง วัฏฏะ ตามความเข้าใจโดยทั่วไปก็คือการเวียนว่ายตายเกิด แล้วมีวัฏฏะอื่นอีกหรือไม่ นอกจากเรื่องดังกล่าวนี้ ถ้ามี วัฏฏะ นั้นเกิดจากสาเหตุอะไร เจ้าคะ พ่อครูว่า…วัฏฏะ ตัวนี้ แปลว่า ความวน ความหมุนวน วัฏฏะที่จะไปหมายถึง อุตุนิยาม ความวนวิ่งเป็น cyclic หมุนวน อันนั้นไม่ต้องไปพูดมาก โลกมันมีวัตถุก็จะมีการหมุนวนตามวงโค้งเบี้ยวหรือวงรีก็แล้วแต่ ในวัฏสงสารในเอกภพในจักรวาลมันก็มีเหตุปัจจัยที่เป็นอุตุนิยาม แม้แต่ พีชนิยาม พืชที่ยังถือว่าเป็นชีวะแล้วแต่ยังไม่มีเวทนามีแต่สัญญากับสังขาร มีแต่ธาตุที่กำหนดรู้ว่าอันนี้เราอาศัยเราก็เอา อันนี้ไม่อาศัยเราก็ไม่เอา แล้วเอามาปรุงแต่งเป็นตัวเอง พีชะมีแค่ตัวเอง ไม่เบียดเบียนใครไม่ทำร้ายใคร แต่มันทำร้ายคนอื่นไม่เป็น พัฒนาไปข้างหน้าอาจจะไปดันคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง ตามพลังงานของตัวตนของมัน แต่มันไม่ได้มีตัวร้ายที่จะเป็นทางจิตวิญญาณ ที่เป็นการจองเวรเจตนาร้ายหรือทำลาย ชาตินี้ไม่ได้ชาติหน้าเอาอีกอย่างนี้ไม่มี พีชนิยามขนาดไหน จิตนิยามขนาดไหน จิตนิยามจะมีกรรมวิบาก ตั้งไว้ เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นธรรมชาติ 5 นิยาม วัฏฏะของอุตุหรือพีชะไม่ต้องพูดมากมีเยอะ เป็นโลกจินตา ไม่ต้องไปเรียน เรามาเรียนอันนี้เถอะเรียนในความทุกข์ความสุข ที่เป็นนิพพานได้ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า..มีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้นที่จะสอนให้เรารู้เท่าทันความสุขความทุกข์และอยู่เหนือความสุขความทุกข์ได้ วัฏฏะเราก็จะลดน้อยลงไป พ่อครูว่า...จิตวิญญาณที่มีความยึดติดในนรกสวรรค์และความสุขความทุกข์ มันเป็นตัวกูของกูเป็นตัวเรา อัตตาที่มันตีไม่แตก ที่สุดจนกระทั่งทำให้ตัวเอ
อ่านต่อ
งไม่มีความรู้จนกระทั่งตายไปแล้วชาติเดียว แล้วก็ไปอยู่กับพระเจ้าไปอยู่กับสวรรค์ จริงๆแล้วมันมีการเวียนว่ายตายเกิดแต่เขาจบความรู้เขาได้แค่นั้น ตายไปแล้วไปอยู่กับสวรรค์กับพระเจ้า แต่เขาไม่รู้ความเวียนว่ายตายเกิด ไม่รู้จักกรรมวิบาก เพราะฉะนั้นจะมาล้างกิเลสที่มันก่อกรรม โดยเฉพาะมันก่อกรรมให้เกิดตัวตน เขาเรียนรู้ต่อไม่ได้ในศาสนาเทวนิยมทั้งหมด มีแต่ศาสนาพุทธ ถ้าจะพูดก็เป็นศาสนาเดียวที่บริบูรณ์สมบูรณ์ที่สุดเลย มีนิรันดรถึง 2 ข้าง นิรันดรที่จะมีให้อีกนาน จนไม่ปรินิพพานไปสักที อย่างพระอวโลกิเตศวรไม่รู้กี่ล้านปีกี่ล้านๆๆๆชาติ คุณก็อยู่ได้ แต่มันมีคุณสมบัติวิเศษของพุทธตรงที่เมื่อพัฒนาตัวเองถึงจิต อรหันต์ ขั้น ที่ 4 ของพระอาริยะ คนนี้จบ สัพพปาปัสสอกรณัง กุสลสูปสัมปทา สจิตตปริโยทปนัง ไม่มีอกุศลเจตนาอีกเลย ถ้าจิตวิญญาณและอัตภาพนี้จะยังอยู่ในวัฏสงสารในโลกยังหมุนเวียนในโลกต่อไป มันก็รับรองได้แล้วรับประกันได้แล้ว ไม่มีโทษมีใครต่อใคร มีแต่คุณค่าประโยชน์ เพราะฉะนั้นธาตุจิตนิยาม นี้จะอยู่ต่อไปอีกนานเท่าไหร่ ก็เชิญอยู่ได้เลย เพราะมันไม่มีโทษมีแต่คุณ โทษกับคุณคำสุดท้ายเมื่อตรัสรู้แล้วพระพุทธเจ้าบอกว่ารู้จักดีรู้จักชั่วรู้จักคุณรู้จักโทษ ไม่มีชั่วไม่มีโทษมีแต่ดีกับมีแต่คุณ ก็อยู่ไปสิ แล้วมีตัวกำหนดรู้มีสัญญากำหนดหมายด้วยและมีธาตุที่วินิจฉัยตัดสิน อย่างดีด้วย ว่าอย่างนี้ดีอย่างนี้ถูกของสังคม ที่ร่วมอยู่ด้วยแต่ละกลุ่ม ดีของกลุ่มนี้เป็นเลวของอีกกลุ่มก็ได้เป็นสมมติสัจจะ แยกปรมัตถสัจจะออกอีกด้วย ซึ่งละเอียดลึกซึ้งมาก สรุปแล้ววัฏฏะของอุตุ พีชะ เราไม่ต้องยุ่งเกี่ยว วัฏฏะที่มีธาตุจิตวิญญาณอยู่นี่แหละอันนี้เราต้องศึกษาเรียนรู้ จนกว่าคุณจะรู้ว่า ถ้าคุณกระทบกับเหตุปัจจัยอะไรที่เป็น 2 เราไม่วนกับคุณอีกแล้ว 1. ไม่วนโดยไม่ต้องไปเกี่ยวข้องคุณไกลห่างเลยอย่างเช่นอบายมุข เราก็อยู่ของเราคุณก็อยู่ของคุณ คุณจะเป็นอย่างไรก็อยู่ของคุณเราก็อยู่ของเราไม่เกี่ยวกันเลย 2. เกี่ยวกันแต่เราไม่เสพกับคุณ แต่มันสัมพันธ์กันอยู่ สัมผัสกันอยู่เกี่ยวข้องกับโลกเขา คนชั่วคนอะไรก็มีอยู่ในสังคม แต่เราก็อยู่ร่วมได้ แล้วเราจะมีปฏิภาณรู้ว่าไม่ให้เขาเอาอะไรร้ายมาใส่เรา เราไม่ทำร้ายอะไรเขาแล้ว แต่เราก็จะไม่ให้เขามาทำร้ายเราได้ด้วย ก็คนมันไม่ดีมันทำร้ายเราได้เราเองก็จะเจ็บ จะต้องมีอะไรแปดเปื้อนมันไม่ดี สูงกว่านั้นแม้เขาจะทำร้ายเราก็ไม่ถูกทำร้ายเราไม่แปดเปื้อน ไม่มีปฏิกิริยาเลยเราเหมือนความว่าง เหมือนเขารู้สึกเองคนเดียวเราไม่เป็น อันนี้สูงสุดเป็นผู้เป็นเช่นนั้นเลยในจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นเราก็มาเรียนรู้วัฏฏะที่มีจิตวิญญาณร่วมด้วย ให้มันเป็นความสูญเป็นความว่างเป็นความหลุดพ้น ความหลุดพ้นก็จะมีละเอียดลออลึกซึ้งขึ้นไปอีก หลุดพ้นแล้วจะมาทำงานตอแยยุ่งกับเขาได้ อาตมาอย่าว่าแต่ตอแยเลย ด่าว่าเขาได้ด้วย แต่ต้องมีบารมีจริงๆ ถ้าหากไม่มีบารมีจริงๆคุณตาย ไม่รอดนะ อย่านึกว่าคนอื่นเขาไม่ทำร้ายนะ เขามีกิเลส ไม่เหลือ วัฏฏะมีทั้งพีชะ และวัตถุ เรียนรู้ที่มีอยู่ในจิตวิญญาณของเรา ถามว่ามีวัฏฏะอื่นอีกไหมนอกจากวัฏฏะดังกล่าวก็เอาแค่นี้ก่อน เอาวัฏฏะที่คุณไปยุ่งเกี่ยว แล้วมีความสุขความทุกข์ให้มันไม่มีอิทธิพลให้มีจิตที่ วัสสวัตตี มีอำนาจจิตอยู่เหนือมันได้นี่เป็นอำนาจจิตสมบูรณ์ 620510_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ แม้พระพุทธเจ้ายังต้องตรัสรู้ด้วย จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก