สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ยุคเจโตและยุคปัญญาของประชาธิปไตยไทย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.62 KB
วันที่แก้ไข29 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ยุคเจโตและยุคปัญญาของประชาธิปไตยไทย _ 3867 สมัยรัฐป๋าเปรมตอนลุงจำลองเป็นเลขาธิการนายกฯและตอนลุงจำลองเป็นผู้ว่าฯกรุงฯก่อน พค.ทมิฬ35 ยุคนั้นบ้านเมืองสงบสุข!ลงใต้ร่มเย็น!ขึ้นเหนือสุขสันติ!ปชช.รักใคร่กลมเกลียว!ไม่มีแบ่งสี!ไม่แบ่งพวกแยกพ้อง!ไม่ยึดติดพรรคใด!ไม่มีความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น! รัฐลุงตู่เขียวจะทำให้กรุงฯเหนืออีสานใต้ออกตกสงบสุขสันติคืนความร่มเย็นทุกภาคได้ไหม?ก็คงมีแต่ราษฎรใต้ร่มพระบารมีฯร่วมกับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินคืนความสุขให้ปชช.ในชาติสัมประสิทธิ์สมประสงค์ได้จากใจจริงที่ทำจริงจัง! โลกกำลังเผชิญวิบากกรรมจากภัยธรรมชาติภัยน้ำมือมนุษย์แย่งชิงผลปย.อำนาจความเป็นใหญ่สงครามทำลายล้าง?ไทยรวมพลังตั้งมั่น!รวมกันเราอยู่! แยกกันเรามลาย! พ่อครูว่า... ตอนเป็นเลขาธิการนายกฯ คุณจำลองมียศเพียงพันเอก ซึ่งปกติแล้ว จะต้องเป็นพล.อ.ถึงได้เป็น คุณจำลองจึงเป็นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่มียศพันเอก แต่ได้เป็นถึงเลขาธิการนายกฯ ยุคพล.อ.เปรม บริหารประเทศ 8 ปี อยู่ในความสงบเรียบร้อยดี เป็นความสงบระดับเจโต เป็นยุคที่พล.อ.เปรม แสดงความจริง ขอกล่าวเชิงความรู้ของอาตมา เชิงอจินไตยว่า ยุคพล.อ.เปรม แสดงยุคร่มเย็น ในการบริหารประเทศ โดยการใช้สมถะ สุภาพเรียบร้อย ไม่พูดมากไม่มีเรื่องอะไรก็กลับบ้านเถอะลูกมีเจตนามุ่งหมาย เพื่อประเทศชาติ ใครจะมีอะไรก็เป็นประเภทตบมือข้างเดียวเพราะเป็นเชิงเผด็จการในที และพล.อ.เปรมคุมทหารได้ดี แม้ในยุคนี้ ทหารยังยอมรับพลเอกเปรม คุณจำลองก็ทำงานตามฐานะ เป็นรูปธรรมยืนยันชัดเจน เท่าที่อาตมามองทั้งรูปและนาม มาถึงวันนี้แล้ว ตอนโน้นเจโต ตอนนี้มันปัญญาแล้ว มายุคทักษิณ เป็นความฉลาด แต่เป็นความฉลาดที่เลวร้ายมาก ยุคพล.อ.เปรม แสดงความฉลาดไม่ได้ เป็นยุ

อ่านต่อ

คเจโต และต้องมีความตั้งใจดี ซื่อสัตย์สุจริตทุกอย่าง พอมาถึงยุคทักษิณ เป็นยุคที่กล่าวแล้วว่า ขอสำทับว่า ประเทศไทยเป็นตัวอย่าง ทั้งแง่สมถะและปัญญา แสดงออกซึ่งวาระที่ไม่ไกลมานี้ วาระเจโตผ่านไปแล้ว ตอนนี้เป็นวาระปัญญา ส่วนยุคทักษิณ ไม่ใช่ปัญญา แต่เป็นเฉโกที่เลวร้ายมาก จากนี้ไปจะเป็นยุคปัญญาแท้เกิดขึ้น ประชาธิปไตยของประชาชน คนไทยยังไม่ตื่นตัว ตอนนั้น ยังลิงลมอมข้าวพอง ยังไม่รู้เรื่องไม่ชัดเจน จนกระทั่งมาถึง ที่ในหลวง ทรงงานมา 70 ปี คนไทยก็ยังไม่ตื่นตัว มาตื่นตัวในตอนหลัง ในหลวงทรงงานต้องอย่างนี้หรือคือประชาธิปไตย ต้องทำอย่างไม่มีตัวตนอย่างนี้หรือ เป็นเรื่องที่ ตื่น คนไทยตื่น ปัญญาขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงชัดเจน ในหลวงชัดเจนมาก ปัญญาตื่นตัวมา ชาคริยะ ตื่นตัวมาชัดเจน เข้าใจ รู้ จึงเกิดลักษณะที่คงอยู่ เพราะฉะนั้นตอนนี้คนไทยตื่นหมดแล้ว คนไทยทั้งประเทศตื่นรู้ตัวหมดแล้ว การทำงานเชิงปัญญา เชิงประชาธิปไตยเป็นการทำงานเพื่อมวลประชาชนที่แท้จริง ขอให้พลเอกประยุทธ์ทำเต็มที่เลย มันจะต่างกัน พล.อ.เปรม เป็นเจโต เจโต นี้ทำงานช้าใช้พลังงานมาก แต่ตอนนี้ประชาชนจะทำงานร่วม ได้เร็วได้มากเลย เพราะถึงเวลาที่จะต้องทำงานให้แก่โลก อาตมามองตามภูมิว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะตื่นตัวมี activity อย่างประเทศไทย ในเรื่องของการเมือง บทบาท กิริยา กรรม พฤติกรรมของการเมือง ในขณะนี้ประชาธิปไตย ส่วนสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ก็ไม่มีบทบาทอะไรเป็นที่ยอมรับ ประชาธิปไตยที่สะอาดบริสุทธิ์จริงใจ ประชาธิปไตยที่ทำเพื่อมวลชนอย่างบริสุทธิ์ จะมีสมรรถนะ มากเท่าใดๆ ก็เป็นเงื่อนไขหลัก มีสมรรถนะ ความรู้ ความสามารถ มีนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถก็ร่วมมือกันให้ดี ร่วมมือทำงานกับ พลเอกประยุทธ์ ให้ดี จะไปได้อย่างงดงาม

600828_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ นัยต่างกันของเอกัคคตาจิตกับเอกจิต

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน