สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน มัชฌิมศีลข้อ 1-10.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข28 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน มัชฌิมศีลข้อ 1-10 มาเข้าสู่มัชฌิมศีล ข้อ ๑. ก็แล้ว ไม่ให้พรากพืชคาม ไม่บาป แต่ว่าเป็นเรื่องสังคมศาสตร์ที่ไม่ควรให้ภิกษุไปทำ แต่ฆราวาสนั้นควรทำ เพราะเป็นเรื่องยังชีพ การกินจะควรกินอะไร คน พืช สัตว์ พระอาริยะ พระพุทธเจ้า เราควรกินอะไร? ก็ควรกินพืช

๒. ภิกษุเว้นขาดจากการบริโภคของที่ทำการสะสมไว้ เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังประกอบการบริโภคของที่ทำการสะสมไว้ปานนี้ คือ สะสมข้าว สะสมน้ำ สะสมผ้า สะสมยาน สะสมที่นอน สะสมเครื่องประเทืองผิว สะสมของหอม สะสมอามิส แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...แต่นี่ผู้ที่จะเป็นสังฆราช ยังสะสมอะไรมากมาย จริงๆแล้ว เรามีของไม่มากก็อยู่ได้ มีบริขารไม่มาก ก็อยู่ได้ แม้แต่เดี๋ยวนี้จะต้องมีคอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน เราก็ไม่ต้องมารักษา ฆราวาสเป็นผู้รักษาได้ หรือแม้แต่เราจำเป็นต้องมีเพื่อใช้งานก็ควรต้องมีต้องใช้สอย ถ้าใช้ปัญญาอย่างดีๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร มันอยู่ที่ใจใครใจมันว่าเขาติดยึดหวงแหน ก็เป็นกิเลสของเขา ใครไม่ละก็เรื่องของเขา ผู้รู้แล้วก็ละ ละได้ก็บรรลุได้ของตน แต่ไม่เลิกละอยากดันทุรังก็แล้วไป ก็ช่วยกันเท่าที่ช่วยได้ แม้จะมีผู้มาทำบาปเวรภัย ขนาดนี้ก็จะมาประจบประแจงป้อยอ ปู้ยี่ปู้ยำศาสนาทำไม เรื่องนี้ขณะนี้เมืองไทยเป็นเมืองที่วิเคราะห์วิจัยศาสนาลึกซึ้งอย่างเป็น Phenomena เกิดจริงเป็นจริง ไม่ใช่เอาสิ่งที่ไม่เกิดไม่มีมาพูดด้วย ขนาดนี้ไม่จัดการ อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เมืองไทยก็ต้องเสื่อมทรุดไป ถ้าช่วยได้จะเป็นกุศลแก่ไทยแก่โลกด้วย เมืองไทยมีแนวลึกจะเป็นตัวตั้งของโลกด้วย มั่นใจว่าอันนี้จะเป็นโลกนาถได้ ตอนนี้เอเซี่ยนจับตัวกัน ก่อนทางอเมริกายุโรป

๓. ภิกษุเว้นขา

อ่านต่อ

ดจากการดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังขวนขวายดูการเล่นอันเป็นข้าศึกแก่กุศล เห็นปานนี้ คือ การฟ้อน การขับร้อง การประโคมมหรสพ มีการรำเป็นต้น การเล่านิยาย การเล่น ปรบมือ การเล่นปลุกผี การเล่นตีกลอง ฉากภาพบ้านเมืองที่สวยงาม การเล่นของคนจัณฑาล {น.๙๖}การเล่นไม้สูง การเล่นหน้าศพ ชนช้าง ชนม้า ชนกระบือ ชนโค ชนแพะ ชนแกะ ชนไก่ รบนกกระทา รำกระบี่กระบอง มวยชก มวยปล้ำ การรบ การตรวจพล การจัดกระบวนทัพ กองทัพ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...ท่านก็พยายามเรียบเรียงมา ถ้าเป็นยุคนี้ก็จะมามากมาย เขียนในหนังสือได้เล่มหนาแน่ แม้แต่จะไปรบรา อาตมาพากองทัพธรรมออกไปทำงานไม่ได้ไปรบรา ไม่เอาอาวุธไปทำรุนแรงอะไร ไปแสดงบทบาทความสงบ ให้มากที่สุด เพื่อให้ความสงบออกฤทธิ์ระงับความรุนแรงได้ ส่วนจะมีอะไรมาแทรกก็ไม่ได้เป็นเพราะเรา เราพยายามที่สุดจริงใจ พูดเลยตลอดก็จะมีบ้างมันสุดวิสัยเขาอาจจะมีความกลัวแต่โดยเจตนาจริงใจแล้วก็ยืนยันว่าเป็นความบริสุทธิ์ใจ เราไม่ไปรบราฆ่าฟันหรือทำร้ายทำลายใคร ส่วนเรื่องอาวุธนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่มีไม่เอาไม่ทำแล้ว แม้ทุกวันนี้ถ้าจำเป็นจะต้องประท้วงก็จะไป สิ่งเหล่านี้เราเข้าใจแล้วถึงคุณค่าคุณธรรมทั้งสมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะ เรามาเข้าถึงสิ่งเหล่านี้พอสมควรก็จะอยู่ช่วยโลกด้วยสิ่งเหล่านี้อย่างแท้จริง

๔. ภิกษุเว้นขาดจากการขวนขวายเล่นการพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังขวนขวายเล่นการพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เห็นปานนี้ คือ เล่นหมากรุกแถวละแปดตาแถวละสิบตา เล่นหมากเก็บ เล่นดวด เล่นหมากไหว เล่นโยนบ่วง เล่นไม้หึ่ง เล่นกำทาย เล่นสะกา เล่นเป่าใบไม้ เล่นไถน้อยๆ เล่นหกคะเมน เล่นกังหัน เล่นตวงทราย เล่นรถน้อยๆ เล่นธนูน้อยๆ เล่นเขียนทายกัน เล่นทายใจ เล่นเรียนคนพิการ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...อาตมาแปลเป็นไทยว่า เขาให้ข้าวกินแล้วก็ยังมีน้ำหน้าไปทำเดรัจฉานวิชาพวกนี้

๕. ภิกษุเว้นขาดจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ เห็นปานนี้ คือ เตียงมีเท้าเกินประมาณ เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย ผ้าโกเชาว์ขนยาว เครื่องลาด ที่ทำด้วยขนแกะวิจิตรด้วยลวดลาย เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะสีขาว เครื่องลาดที่มีสัณฐานเป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดที่ยัดนุ่น เครื่องลาดขนแกะวิจิตรด้วยรูปสัตว์ร้ายมีสีหะและเสือเป็นต้น เครื่องลาดขนแกะมีขนตั้ง เครื่องลาดขนแกะมีขนข้างเดียว เครื่องลาดทองและเงินแกมไหม เครื่องลาดไหมขลิบทองและเงิน เครื่องลาดขนแกะจุนางฟ้อน ๑๖ คน เครื่องลาดหลังช้าง เครื่องลาดหลังม้า เครื่องลาดในรถ เครื่องลาดที่ทำด้วยหนังสัตว์ชื่ออชินะอันมีขนอ่อนนุ่ม เครื่องลาดอย่างดีทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่องลาดมีหมอนข้าง แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...สรุปแล้วผู้ยังติดยึดอยู่ก็ควรเว้นขาด แต่ผู้ไม่มีจิตติดยึดแล้วก็ไม่มีปัญหา ต้องมีการทดสอบแท้จริงจนจิตหมดติดยึด ไม่อยากใหญ่อยากโตแล้ว พอจิตหมดแล้วก็ไม่มีอะไร แม้จะมีก็ไม่ติดยึด แต่ถ้าโกหกตนเอง ว่าตนสูญตนไม่มีรสหรอก ก็โกหกทั้งๆที่รู้ หลอกคนอื่นต่ออีก พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าถ้าเราเองไม่รู้จริงๆซื่อ เรานึกว่าเราซื่อเราหมดท่านไม่ปรับอาบัติ คนที่จริงใจ มันไม่รู้ว่ามันมีเป็นรสเป็นชาติก็นึกว่าเราหมด ท่านเรียกว่าคนหลง ท่านไม่ถืออาบัติ แต่สัจจะมันมี ก็ต้องรู้แล้วเลิกละของตน

๖. ภิกษุเว้นขาดจากการประกอบการประดับตบแต่งร่างกาย อันเป็นฐานแห่งการแต่งตัว เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังขวนขวายประกอบการประดับตบแต่งร่างกาย อันเป็นฐานแห่งการแต่งตัวเห็นปานนี้ คือ อบตัว ไคลอวัยวะ อาบน้ำหอม นวด ส่องกระจก แต้มตา ทัดดอกไม้ ประเทืองผิว ผัดหน้า ทาปาก ประดับข้อมือ สวมเกี้ยว ใช้ไม้เท้า ใช้กลักยา ใช้ดาบ ใช้ขรรค์ ใช้ร่ม สวมรองเท้าประดับ {น.๙๗} วิจิตร ติดกรอบหน้า ปักปิ่น ใช้พัดวาลวิชนี นุ่งห่มผ้าขาว นุ่งห่มผ้ามีชาย แม้ข้อนี้ก็เป็นศีล ของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...พออ่านถึง สมณะผู้เจริญบางจำพวก ก็คือพระมหาศาลทุกวันนี้นั่นเอง แต่ถ้าไม้เท้าคุณจำเป็นต้องใช้เพราะทรงตัวไม่ไหว อันนั้นต้องอนุโลม ดีไม่ดีเดินสี่ขาด้วย ก็ต้องเข้าใจสัจจะ แต่ใครมีไม้เท้าถือไว้เท่ๆ เป็นการประดับหรือให้คนอื่นสงสารจนกลายเป็นเท่ ดูท่าทีดี ต้องรู้ตนเองไปทำทำไม กลายเป็นเรื่องประดับ บานปลายไป ไม่เห็นมีความจำเป็นที่ต้องใช้ เป็นภาระ เสียของเสียวัตถุ สวมรองเท้าประดับ การใส่รองเท้าต้องใส่เพื่อจำเป็น ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องรอง ให้มีภูมิคุ้มกันเดินได้เอง สมัยก่อนท่านนุ่งห่มผ้ากาสวพัสตร์ เป็นคนละอย่างกับนุ่งห่มขาวแบบพราหมณ์

๗. ภิกษุเว้นขาดจากติรัจฉานกถา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังประกอบติรัจฉานกถา เห็นปานนี้ คือ พูดเรื่องพระราชา เรื่องมหา อำมาตย์ เรื่องกองทัพ เรื่องภัย เรื่องรบ เรื่องข้าว เรื่องน้ำ เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยาน เรื่องนิคม เรื่องนคร เรื่องชนบท เรื่องสตรี เรื่องบุรุษ เรื่องคนกล้าหาญ เรื่องตรอก เรื่องท่าน้ำ เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องเบ็ดเตล็ด เรื่องโลก เรื่องทะเล เรื่องความเจริญและความเสื่อมด้วยประการนั้นๆ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...ถ้าพูดแล้วไม่เป็นไปเพื่อละหน่ายคลายก็คือเดรัจฉานกถา เพราะว่าคนก็ต้องพูดเรื่องเหล่านี้ทั้งนั้นแหละ แต่ว่าพูดให้เป็นไปเพื่อละหน่ายคลายหรือพูดให้เกิดการสะสมกิเลส ราคะโทสะโมหะ ต้องฉลาดรู้ว่าพูดอย่างไรไม่สะสมกิเลส กถาวัตถุคือคำพูดที่เพื่อให้ไปหานิพพาน ตรงกันข้ามกับเดรัจฉานกถาที่ขวางทางนิพพานเลย

๘. ภิกษุเว้นขาดจากการกล่าวถ้อยคำแก่งแย่งกัน เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังกล่าวถ้อยคำแก่งแย่งกัน เห็นปานนี้ เช่นว่า ท่านไม่รู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึง ท่านจักรู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ได้อย่างไร ท่านปฏิบัติผิด ข้าพเจ้าปฏิบัติถูก ถ้อยคำของข้าพเจ้าเป็นประโยชน์ ของท่านไม่เป็นประโยชน์ คำที่ควรจะกล่าวก่อน ท่านกลับกล่าวภายหลัง คำที่ควรจะกล่าวภายหลัง ท่านกลับกล่าวก่อน ข้อที่ท่านเคยช่ำชองมาผันแปรไปแล้ว ข้าพเจ้าจับผิดวาทะของท่านได้แล้ว ข้าพเจ้าข่มท่านได้แล้ว ท่านจงถอนวาทะเสีย มิฉะนั้นจงแก้ไขเสียถ้าสามารถ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...คือแย่งกันเอาชนะคะคาน เถียงกับถกต่างกัน เถียงเพื่อเอาชนะคะคาน แต่ถกคือให้ได้ความจริง พูดอย่างไรอย่าให้จิตคุณมีจิตคิดเอาชนะ จิตคิดเอาชนะเมื่อใดก็คือเถียง แต่ถ้าถกคือเอาให้รู้เรื่อง เอาให้ชัดเจน แก่งแย่งกันนี่เถียงจะเอาชนะ เราต้องอ่านจิตเราว่าพูดไปให้รู้ความจริงว่าอันนี้ผิดอันนี้ถูกจริงๆ อย่างอาตมาประกอบลีลาท่าที ทั้งแรงเข้มใส่เสียงสำเนียง สรรหาคำพูดเพื่อประกอบองค์ประกอบศิลป์สื่อให้คนอื่นกระทบเป็นศิลปะให้คนอื่นรับได้ ก็เลยดูแรง และเป็นคำตำหนิ วัชชะก็พยายามปั้นวัชชะให้เป็นของควรดื่มได้ ผู้ใดทำคำตำหนิเป็นของควรดื่มได้ผู้นั้นทำปิยวาจา การพูดให้คนอื่นชมชอบนั้นไม่ใช่ปิยวาจาหรอกต้องให้สิ่งอันเป็นที่รักเพราะตำหนิ ไม่ใช่ชื่นชมให้เขาชอบ ไม่ขัดใจเขาเลย ไม่ขัดเกลาเขาเลย แบบนี้ก็หมดท่าสิ ศาสนาพุทธไปไม่ออก แก่งแย่งนี่เพื่อเอาชนะ อาตมาชาตินี้มาเป็นผู้แพ้ได้ก็ไม่เสียใจไม่เจ็บใจไม่น้อยใจ มันจะแพ้จริงหรือไม่ก็แล้วแต่ แม้เรารู้ว่าเราไม่ได้แพ้จริงก็ไม่เสียใจ และยิ่งแพ้จริงเราก็ยอมรับอยู่แล้ว แต่ถ้าเราถูกอยู่ดีอยู่ เราชนะอยู่ก็ไม่เป็นไร เราแพ้ก็แพ้ อาตมาเคราะห์ดีไม่ต้องเข้าคุก เขาก็ปรับให้เข้าคุก ๖๖ เดือนแต่เขาให้อยู่นอกคุก ๒ ปี รอลงอาญา ๒ ปี ก็มีคนมาคุมประพฤติ มาคุมก็มาสองที มาถามธรรมะก็ไม่ได้มาอีกเลยจนผ่านไปสองปี

๙. ภิกษุเว้นขาดจากการประกอบทูตกรรมและการรับใช้ เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังขวนขวายประกอบทูตกรรมและการรับใช้ เห็นปานนี้ คือ รับเป็นทูตของพระราชา ราชมหาอำมาตย์ กษัตริย์ พราหมณ์ คฤหบดี และกุมารว่า ท่านจงไปในที่นี้ ท่านจงไปในที่โน้น ท่านจงนำเอาสิ่งนี้ไป ท่านจงนำเอาสิ่งนี้ในที่โน้นมา ดังนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...ฑูตกรรม คือการไปเชื่อมโยงติดต่อ ถ้าไปเชื่อมโยงติดต่อแล้วไปเพื่อให้ธรรมะแก่เขา หรือไปให้แก่เขา ไม่ได้เป็นผู้ไปเอาอะไรจากเขา จะเชื่อมโยงการค้า การทำงาน กิจการอะไรก็แล้วแต่แล้ว กิจการนั้นคุณจะไปทำให้ ส่งฑูตไปเพื่อตรวจว่าเราจะมีอะไรช่วยเขาได้ เพื่อให้เขาในสิ่งเขาขาดแคลน ไม่ใช่ว่าไปเพื่อสอดแนมว่าเขามีอะไรที่เราจะไปเอาได้บ้าง ถ้าไปเพื่อเอาคือขี้ทูด แม้เขาจะมีอะไรเยอะ แต่เราก็ไปแล้วก็ไม่ต้องไปอยากได้ของเขา เราจะต้องการแต่ของที่เขาจะให้ เราจะเป็นผู้ให้ให้ได้ ถ้าจะรับก็รับแต่ของที่เขาให้ ถ้าเขาไม่ให้ก็ไม่ต้องการ ใครจะวิจัยว่าไม่ให้ก็ไม่เอาของใคร ส่วนคนรับใช้นั้น คือคนไปทำงานให้เขาแล้วรับค่าจ้าง คนไหนไปพูดธรรมะให้เขาฟังแล้วรับค่าธรรมะ ไปสอนเขาก็รับค่าสอน ไปออกแรงอะไรก็รับค่าแรง อย่างนั้นคือการรับจ้าง เราจะทำอะไรก็ตาม ก็ทำงานให้ฟรี อันนี้ไม่รับจ้าง แต่ไปรับใช้เขาจริงๆ คนรับใช้ที่เอาค่าจ้างไม่ใช่คนรับใช้ แต่คนรับใช้ที่ทำให้ฟรีคือคนรับใช้ที่แท้จริง ถ้าคุณเองไปทำแล้วมีส่วนเกินให้เขา คุณให้มากกว่าเอา

๑๐. ภิกษุเว้นขาดจากการพูดหลอกลวงและการพูดเลียบเคียง เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังพูดหลอกลวง พูดเลียบเคียง พูดหว่าน ล้อม พูดและเล็ม แสวงหาลาภด้วยลาภ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...อาตมาภูมิใจที่พวกเราไม่ได้มีเรี่ยไรเลย นี่อาคาร ๑๑ ไร่ที่เราจะขึ้นมานี้ เรียกว่า เฮือนสวน (สัมมาวิชชารามนาวาบุญนิยม) และมีเฮือนตลาด ที่คู่กันอีกอัน เราจะทำให้ยืดหยุ่น กั้นผนังเบา เราจะพยายามใช้ไฟโซล่าเซลล์ เราจะเซ็นสัญญากับพระอาทิตย์ตรงเลย เอามาใช้จนกระทั่งแตกไปข้างหนึ่ง

590205_พุทธศาสนาตามภูมิ อัมพัฏฐสูตร ตอน ๔

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน