สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน มหาศีลข้อ 1-7.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน มหาศีลข้อ 1-7 {น.๙๘}มหาศีล ๑. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ทำนายฝัน ทำนายลักษณะ ทำนายหนูกัดผ้า ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดรำบูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่าบูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดูอวัยวะ ดูลักษณะที่บ้าน ดูลักษณะที่นา เป็นหมอปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ เป็นหมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด เป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอ ทายเสียงกา เป็นหมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอทายเสียงสัตว์ แม้ข้อนี้ก็เป็น ศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...มหาศีลคือศีลใหญ่ จะต้องเว้นขาดหมดทั้งภิกษุและฆราวาส ภิกษุตัวดีต้องเว้นขาดก่อน ถ้าฆราวาสเว้นขาดได้ก่อนก็กดดันให้ภิกษุเว้นตามได้ก็ดีสิ แต่ภิกษุควรทำได้ก่อน แล้วสอนให้ฆราวาสเว้นตาม เพราะศีลไม่ได้บังคับแต่ทำโดยสมัครใจ ศีลไม่ใช่กฎหมายอาญา ก่อนอื่นเลยภิกษุต้องเว้นก่อน แต่จริงๆรวมด้วยฆราวาสต้องเว้นด้วย สรุปว่า การทำนายนั้นไม่เอาสักทำนาย จะใช้อะไรเป็นสื่อก็ตามไม่ว่าไฟ จะจุดเป็นธูป เป็นเปลวควันก็แล้วแต่ ถึงขนาดจุดบูชายัญ เอาคนไปเผาบูชายัญเลยยิ่งบ้าใหญ่ไม่มีแน่ แม้เล็กน้อยๆ ใช้ไฟเป็นสื่อ อัคคียัญ เป็นพิธีร่วมปฏิบัติ การปลุกเสกเป็นการครอบงำชนิดหนึ่ง สร้างอุปาทานทำเป็นมีฤทธิ์เดชมีอำนาจสะกดจิต คนที่เขายอมแล้วหรือจิตของเขาไม่ถึงก็ถูกครอบงำ เขาก็สะกดจิตได้ สะกดจิตแล้วให้จิตเป็นอย่างไรก็เป็นได้หมด ให้เต้นเป็นลิงค่าง ให้ฟ้อนรำ ให้หกคะเมนตีลัง
อ่านต่อ
กาก็ทำได้หมด เหมือนรัสปูตินสั่งให้ทำอะไรได้หมด แม้แต่ไม่ให้ประสาทมีความเจ็บปวดก็ทำได้ อาตมาก็เคยทำมา แต่ทำเล็กๆน้อย ไม่ทำผิดทำชั่วอะไร เช่น ให้หายปวดฟันแล้วค่อยไปหาหมอ ก็เคยทำมา จึงรู้ว่าจิตอุปาทานเป็นอย่างไร ไม่มีก็ทำให้เห็นได้ หนังเหนียวไฟไม่ไหม้ทำได้ ไม่ได้อัศจรรย์เลยเพราะทำมา จิตวิญญาณเป็นได้หมด ถ้าไม่ยึดก็ปล่อยเลยก็เลิกได้หมด ไม่จำเป็นต้องมีก็ไม่ต้องใช้ เรื่องการเห็นผีเห็นรูปร่างต่างๆมันเรื่องหลอกทั้งนั้น ไม่มีหรอก ถ้าคุณกลัวผีท่องคาถานี้บอกว่าแค่ตายแค่ตายแล้วเดินเข้าไปหามัน มันก็ไม่มีหรอก ถ้ามีผีจริงจะให้ปรับไหม มีเท่าไหร่ก็จะให้เลย พิสูจน์เลยจะเลิกหายกลัว
๒. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทายลักษณะแก้วมณี ทายลักษณะไม้พลอง ทายลักษณะศาสตรา ทายลักษณะดาบ ทายลักษณะศร ทายลักษณะธนู ทายลักษณะอาวุธ ทายลักษณะสตรี ทายลักษณะบุรุษ ทายลักษณะกุมาร ทายลักษณะกุมารี ทายลักษณะทาส ทายลักษณะทาสี ทายลักษณะช้าง ทายลักษณะม้า ทายลักษณะกระบือ ทายลักษณะโคอุสภะ ทายลักษณะโค ทายลักษณะแพะ ทายลักษณะแกะ ทายลักษณะไก่ ทายลักษณะนกกระทา ทายลักษณะเหี้ย ทายลักษณะตุ่น ทายลักษณะเต่า ทายลักษณะมฤค แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
๓. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ ดูฤกษ์ยาตราทัพว่า พระราชาจักยกออก พระราชาจักไม่ยกออก พระราชาภายในจักยกเข้าประชิด พระราชาภายนอกจักถอย พระราชาภายนอกจักยกเข้าประชิด พระราชาภายในจักถอย พระราชาภายในจักมีชัย พระราชาภายนอกจักปราชัย พระราชาภายนอกจักมีชัย พระราชา ภายในจักปราชัย พระราชาองค์นี้จักมีชัย พระราชาองค์นี้จักปราชัย เพราะเหตุนี้ๆ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
{น.๙๙} ๔. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ พยากรณ์ว่าจักมีจันทรคราส จักมีสุริยคราส จักมีนักษัตรคราส ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จักเดินถูกทาง ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์จักเดินผิดทาง ดาวนักษัตรจักเดินถูกทาง ดาวนักษัตรจักเดินผิดทาง จักมีอุกกาบาต จักมีดาวหาง จักมีแผ่นดินไหว จักมีฟ้าร้อง ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ และดาวนักษัตรจักขึ้น ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักตก ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักมัวหมอง ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรจักกระจ่าง จันทรคราสจักมีผลเป็นอย่างนี้ สุริยคราสจักมีผลเป็นอย่างนี้ นักษัตรคราสจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ เดินถูกทางจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์เดินผิดทางจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดาวนักษัตรเดินถูกทางจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดาวนักษัตรเดินผิดทางจักมีผลเป็นอย่างนี้ มีอุกกาบาตจักมีผลเป็น อย่างนี้ มีดาวหางจักมีผลเป็นอย่างนี้ แผ่นดินไหวจักมีผลเป็นอย่างนี้ ฟ้าร้องจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรขึ้นจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรตกจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรมัวหมองจักมีผลเป็นอย่างนี้ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์และดาวนักษัตรกระจ่างจักมีผลเป็นอย่างนี้ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...สิ่งเหล่านี่จะว่าไม่จริงก็ไม่ได้ เป็นสถิติได้ถูก แต่เสียเวลาแรงงาน เอาเวลามาศึกษาสัจธรรมพระพุทธเจ้า จะช่วยคนได้แท้จริง ข่าวเรื่องปลีกย่อยก็ช่วยได้เล็กน้อย
๕. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือพยากรณ์ว่า จักมีฝนดี จักมีฝนแล้ง จักมีภิกษาหาได้ง่าย จักมีภิกษาหาได้ยาก จักมีความเกษม จักมีภัย จักเกิดโรค จักมีความสำราญหาโรคมิได้ หรือนับคะแนน คำนวณ นับประมวลแต่งกาพย์โลกายตศาสตร์ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
๖. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือให้ฤกษ์อาวาหมงคล ฤกษ์วิวาหมงคล ดูฤกษ์เรียงหมอน ดูฤกษ์หย่าร้าง ดูฤกษ์ จ่ายทรัพย์ ดูโชคดี ดูเคราะห์ร้าย ให้ยาผดุงครรภ์ ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง ร่ายมนต์ให้คางแข็ง ร่ายมนต์ให้มือสั่น ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง เป็นหมอทรงกระจก เป็นหมอทรงหญิงสาว {น.๑๐๐} เป็นหมอทรงเจ้าบวงสรวงพระอาทิตย์ บวงสรวงท้าวมหาพรหม ร่ายมนต์พ่นไฟ ทำพิธีเชิญขวัญ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง
๗. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่น อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทำพิธีบนบาน ทำพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือน ทำกระเทย ให้กลับเป็นชาย ทำชายให้กลายเป็นกะเทย ทำพิธีปลูกเรือน ทำพิธีบวงสรวงพื้นที่ พ่นน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ทำพิธีบูชาไฟ ปรุงยาสำรอก ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องบน ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่าง ปรุงยา แก้ปวดศีรษะ หุงน้ำมันหยอดหู ปรุงยาตา ปรุงยานัตถุ์ ปรุงยาทากัด ปรุงยาทาสมาน ป้ายยาตา ทำการผ่าตัด รักษาเด็ก ใส่ยา ชะแผล แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง พ่อครูว่า...อันนี้ท่านระบุเลยว่าภิกษุอย่าทำ ทำไมไม่รักษา เพราะมันเสี่ยงตายอย่าทำ ตายแล้วปาราชิก ฆราวาสจะทำก็รับผิดชอบกันไป ผู้มีใบประกอบโรคศิลป์ก็ทำกันไป ไม่ทำไม่ได้ ผู้เป็นฆราวาสไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ก็อย่าทำเลย ผู้ที่เห็นว่าไม่ควรทำก็อย่าทำ เรามีงานอีกเยอะ ของเรามีโฮ่งปัว ยังไม่มีหมอมาเลย หมอก็นานๆทีจะมา สักวันหนึ่งคงจะมีหมอมาช่วยมาทำฟรีนะ ตอนนี้ก็มีแต่หมอแผนไทย หมอแผนปัจจุบันยังไม่มีมา พ่อครูว่า...ทุกวันนี้การท่องบทมนต์ก็ไม่จำเป็นแล้วมีเครื่องมือช่วยจำได้เยอะ แต่จะมีฤทธิ์เดชเกิดจากสวดมนต์ไม่มีหรอก แต่อาจทำให้ชื่นใจได้ก็เป็นได้แต่ไม่เป็นเนื้อแท้ไม่ต้องเสียเวลา แต่เป็นธรรมดาที่นานไปจะหลงบทมนต์ หนักเข้าศาสนาพุทธทุกวันนี้จะมีพวกที่แข็งแรงคือพวกมนตรยานหรือกลุ่มพวกสวดมนต์ กับพวกมหายานจะเป็นพวกตรรกะใช้เหตุผล ก็มีอยู่ 2 สาย พุทธก็เสื่อมเช่นนี้ เช่น ธิเบตหรือภูฏานก็เป็นเชิงคล้ายกัน หนังอินเดียก็เช่นกัน พวกนี้ซื่อสัตย์ดิ่ง และทน ทนนาน ยึดมั่นถือมั่น อาศัยการยึดมั่นถือมั่น ก็ดีเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เป็นได้ยาก ถ้ายึดสิ่งที่ดีไว้ให้คนมารับช่วงก็ได้ ส่วนทางตรรกะนั้นใช้เหตุใช้ผล ก็มีสองด้าน เราต้องใช้ทั้งสองด้าน ใช้ทั้งเจโตและปัญญาให้ได้สัดส่วนพอเหมาะ ถ้าปัญญามากก็ถ่วงทางเจโต ถ้าหนักเจโตก็ใช้ปัญญาถ่วง
ดูกรอัมพัฏฐะ ภิกษุสมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้ ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เพราะศีลสังวร นั้น เปรียบเหมือนกษัตริย์ผู้ได้มุรธาภิเษกกำจัดราชศัตรูได้แล้วย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เพราะ ราชศัตรูนั้น ดูกรอัมพัฏฐะ ภิกษุก็ฉันนั้นสมบูรณ์ด้วยศีลอย่างนี้แล้ว ย่อมไม่ประสบภัยแต่ไหนๆ เพราะศีลสังวรนั้น ภิกษุสมบูรณ์ด้วยอริยศีลขันธ์นี้ ย่อมได้เสวยสุขอันปราศจากโทษในภายใน ดูกรอัมพัฏฐะ ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล ภิกษุชื่อว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ศีลของพระพุทธเจ้านั้น ปฏิบัติแล้วย่อมเกิดผลขัดเกลาจิต มีปัญญารู้ตามไปด้วยทั้งหมด ศีลอย่างนี้มีผล แล้วผลเป็นอย่างไร ผลจริงก็คือให้ถึงจิตเปลี่ยนแปลงส่วนกายและวจีเปลี่ยนแปลงไหม? ก็เปลี่ยน เปลี่ยนจากหยาบมาละเอียด จากทุจริตมาสุจริต เปลี่ยนจากอกุศลมากุศล ทั้งนอกและใน จนกระทั่งเป็นจริงได้อย่างไม่ต้องใช้พลังงานที่ไปสำรวจสังวรอะไรอีก เป็นเองตถตา เป็นเช่นนั้นเองเลยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปรู้สึก ไม่ต้องไปสังวรระมัดระวังอะไร มันเกิดเหตุปัจจัยนี้เป็นตัวเองเลย ไม่ต้องไปคุม ไม่ต้องไประวัง ไม่ต้องกดปุ่ม ไม่ต้องเฝ้า มันเป็นกลไกอย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือสมบูรณ์ที่สุดที่จะพึงปฏิบัติแล้วได้อย่างนั้น แล้วเราก็รู้ว่าทำได้จริงมีวิมุตติญาณทัสสนะ เป็นการหลุดพ้นจากที่ติดยึดแล้วทำได้ อย่างรู้เห็นแจ้งชัดยืนยันพิสูจน์ได้ว่าจริงถูกต้อง ไม่ได้หลงไม่ได้เลอะไม่ได้เบลอ ถูกต้อง คมชัดยืนยัน มั่นคง เที่ยงแท้ แน่นอน ถาวร ยั่งยืน ทุกวันนี้เขาจะเอาพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ให้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ เราควรต้องทำให้มีมรรคผลที่แท้จริง ถ้าผู้ที่ฟังอาตมาบรรลุธรรมอันเดียวกันกับอาตมา เขาย่อมฟังธรรมะอาตมารู้เรื่องและเข้าใจดี จะยินดีศรัทธาเลื่อมใสแล้วมาช่วยกันแน่นอน น้ำจะไหลไปหาน้ำ น้ำมันจะไหลไปหาน้ำมัน แน่นอน แต่เมื่อคุณฟังไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจไม่ศรัทธาไม่เลื่อมใส คุณก็ขัดแย้งกับอาตมาอยู่ อาตมานี้ขอยืนยันว่าอาตมาทำได้ แล้วเอาพระไตรปิฎกมาเปิดยืนยันได้เลย เรามีพระไตรปิฎกเป็นหลักฐานฉบับสยามรัฐ เอาศีลเอาสมาธิความรู้ปัญญาจะเป็นอย่างไร ตรงตามคำสอน ตรงตามพระอนุสาสนีมายืนยันกันได้ ขออภัยพูดแล้วเหมือนท้าทาย แต่ไม่มีจิตท้าทาย อาตมามั่นใจว่าจริงใจ ปรารถนาดี
590205_พุทธศาสนาตามภูมิ อัมพัฏฐสูตร ตอน ๔