08 บท 3 ___ถึงขวัญพุทธ หงษ์พันธ์.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์69 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การศึกษา เรื่อง “ ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองกับภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ” เป็นการวิจัย แบบภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ ( Analytical C ross - Sectional S tudy ) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ ( 1 ) ศึกษา พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของวัยผู้ใหญ่ ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ( 2 ) ศึกษาภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ ในชุมชนราชธานีอโศกอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ( 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองกับภาวะสุขภาพ ของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศกอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 4) หาตัวแปรพยากรณ์ที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของ วัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศกอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยศึกษาประชากรในวัยผ ู้ใหญ่ที่อายุระหว่าง 20- 60 ปี ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในชุมชนช่วงที่ผู้วิจัยเข้าไปเก็บข้อมูล จำนวน 205 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2560- เดือนธันวาคม 2560 วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( Mean ) และส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน ( Standard Deviation ) สถิติการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ( Pearson Product - Moment Correlation Coefficient ) และ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ( Multiple Regression Analysis ) โดย ผู้วิจัยมีขั้นตอนและวิธี การในการดำเนินการวิจัย ดังนี้ 1 . ประชากร 2 . เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การวิเคราะห์ข้อมูล 5. สถิติที่ใช้ ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ครั้งนี้ คือ บุคลากร วัยผู้ใหญ่ที่ มี อายุในช่วงตั้งแต่ 20- 60 ปี (ผู้ใหญ่ตอนต

อ่านต่อ

้น 20-40 ปี และผู้ใหญ่ตอนปลาย 41- 60 ปี) ทั้งชายและหญิงใน ชุมชนราชธานีอโศก หมู่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจากการให้ข้อมูลของผู้นำชุมชน (ขวัญหินแก้ว รักษ์พงษ์อโศก. 2560, สิงหา คม 05 ) (ผู้ใหญ่บ้าน) จำนวน 205 คน ผู้วิจัยทำการศึกษาประชากร วัยผู ้ใหญ่ทั้งหมดที่มีอายุตั้งแต่ 20- 60 ปี ในช่วงที่ผู้วิจัยลงเก็บข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวน แนวคิด ทฤษฏี วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยข้อมูลด้านคุณลักษณะประชากร คือ เพศ อายุ มีลักษณะคำถามแบบตรวจสอบรายการ ( Check List ) ตอน ที่ 2 เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก จำนวน 44 ข้อ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า ( Rating Scale ) 5 ระดับ เป็นข้อคำถามเชิงบวก 39 ข้อ เป็นข้อคำถามเชิงลบ 5 ข้อ เป็นการประเมินระดับการปฏิบัติหรือแสดงออกมากน้อยเพียงใด คือ ปฏิบัติน้อยที่สุด ปฏิบั ติน้อย ปฏิบัติปานกลาง ปฏิบัติดี ปฏิบัติ ดีมาก (เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์. 2561 ) มีเกณฑ์ให้คะแนนดังนี้ ข้อความเชิงบวก ข้อความเชิงลบ ปฏิบัติน้อยที่สุด (1 ครั้งต่อสัปดาห์) 1 5 ปฏิบัติน้อยครั้ง (2- 3ครั้งต่อสัปดาห์) 2 4 ปฏิบัติปานกลาง (4 ครั้งต่อสัปดาห์) 3 3 ปฏิบัติมาก (5 - 6 ครั้งต่อสัปดาห์) 4 2 ปฏิบัติมากที่สุด (7 ครั้งต่อสัปดาห์) 5 1 ตอน ที่ 3 เป็นข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก จำนวน 40 ข้อ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า ( Rating Scale ) 5 ระดับ เป็นข้อคำถามเชิงบวก 31 ข้อ เป็นข้อคำถามเชิงลบ 9 ข้อ เป็นการประเมินแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) 5 ระดับ เป็นการประเมินระดับภาวะสุขภาพมากน้อยเพียงใด คือ มีภาวะสุขภาพน้อยที่สุด มีภาวะสุขภาพน้อย มีภาวะสุขภาพปานกลาง มีภาวะสุขภาพ ดี และมีภาวะสุขภาพ ดีมาก (เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์. 2561 ) มีเกณฑ์ให้คะแนนดังนี้ ข้อความเชิงบวก ข้อความเชิงลบ ท่านมีระดับภาวะสุขภาพน้อยที่สุด 1 5 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพน้อย 2 4 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพปานกลาง 3 3 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพ ดี 4 2 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพ ดี มาก 5 1 ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ ผู้วิจัยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1 . ศึกษาเนื้อหาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2 . กำหนดขอบเขต โครงสร้าง และเนื้อหาของแบบสอบถามเพื่อนำมาสร้างข้อความให้มีความครอบคลุมเนื้อหาวัตถุประสงค์ สมมติฐานและกรอบแนวคิดในการวิจัย 3 . สร้างแบบสอบถามให้ครอบคลุมขอบเขตของเนื้อหาทั้งหมด 4. นำแบบสอบถามเสนอคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข 5. นำแบบสอบถามเสนอผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ( Content V alidity ) ความเหมาะสมของการใช้ภาษา ( W ording ) ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย กรอบการวิจัย พร้อมทั้งขอคำแนะนำในการปรับปรุงเครื่องมือให้เหมาะสมกับการนำไปทดลองใช้โดยใช้เกณฑ์ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะตรงกัน จำนวน 5 ท่าน ดังนี้ 5.1 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.มาลินี อุทธิเสน อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 5.2 ดร.อรรณพ นับถือตรง อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 5.3 แพทย์หญิงลักขณา แซ่โซ้ว แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป 5.4 นางนิตยาภรณ์ สุระสาย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.5 สมณะแสนดิน ภูมิพุทโธปัจฉา ผู้นำศาสนาพุทธของสันติอโศก 6. นำแบบสอบถามจากผู้ทรงคุณวุฒิมาพิจารณาหาค่า IOC และปรับปรุงแก้ไขร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ โดยกำหนดให้คะแนนผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ ระดับคะแนน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ + 1 แน่ใจว่าสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 0 ไม่แน่ใจว่าสอดคล้องกับกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย - 1 แน่ใจว่าไม่สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากผลการตัดสินของผู้เชี่ยวชาญ นำไปคำนวณหาสัมประสิทธิ์ความสอดคล้องด้วยสูตร IOC ( Index of Concordance ) เลือกข้อคำถามที่มีค่า IOC ไม่น้อยกว่า . 6 0 ( นิตยาภรณ์ สุระสาย. 2559 : 96 ) แสดงว่ามีความตรงตามเนื้อหามาก ผลตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ( Content Validity ) ด้าน พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง และภาวะสุขภาพรวมได้ค่า IOC ทั้งฉบับเท่ากับ 0.95 7. นำแบบสอบถามที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ไปทดลองใช้ ( Try Out ) โดย ผู้วิจัยนำแบบสอบถาม ไปทดลองเก็บข้อมูล ( Try Out ) ก่อนการเก็บข้อมูลจริง ณ ชุมชนสันติอโศก จำนวน 30 ชุด ซึ่ง เป็นชุมชนที่ มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่ม ประชากร ที่ทำการศึกษา ( Try Out ) เพื่อตรวจสอบความ เชื่อถือได้ ( Reliability ) ของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยตรวจสอบคุณภาพของข้อคำถาม ที่ใช้วัด พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองและภาวะสุขภาพ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์ แอลฟา ( α - C oefficient ) วิธีของ ครอนบาค ( Cronbach Method ) (ธีรวุฒิ เอกะกุล. 2555 : 156 ) เกณฑ์ ที่ใช้หาความเที่ยงของเครื่องมือ = 0 . 80 ขึ้นไป (ธีรวุฒิ เอกะกุล . 2555 : 157 )ได้ผลดังนี้ แบบสอบถามด้านพฤติกรรม การดูแลตนเอง ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.92 และ แบบสอบถามด้าน ภาวะ สุขภาพ ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.86 8 . นำแบบสอบถามที่ได้รับการตรวจแก้ไขแล้วไปใช้สอบถามวัยผู้ใหญ ่ ในชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ การ วิจัย ครั้งนี้ บรรลุตามวัตถุประสงค์ ผู้วิจัยได้ดำเนินการ เก็บรวบรวมข้อมูล โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1 . ผู้วิจัยยื่นแบบเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับการพิจารณารับรองจริยธรรม พร้อมแบบพิทักษ์สิทธิ์ในกลุ่มตัวอย่าง 2 . ผู้วิจัย ประสาน ขอหนังสือ ราชการ จาก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภั ฎ สุรินทร์ เพื่อ ขอ ความอนุเคราะห์ออกหนังสือราชการ เพื่ออนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ เพื่ออนุเคราะห์ทดลองใช้เครื่องมือวิจัย ( Try Out ) และเพื่ออนุเคราะห์ เก็ บรวบรวมข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์ในชุมชนราชธานีอโศก 3 . ผู้วิจัย นำหนังสือขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูล ในการทำวิทยานิพนธ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภั ฎ สุรินทร์ ไปประสาน ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่าน ประสาน กับ ผู้นำชุมชน สันติอโศก เพื่อขออนุญาตทดลองใช้เครื่องมือวิจัย ( Try Out ) และประสานกับผู้นำชุมชน ร าชธานีอโศก หมู่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อ นัดหมาย ชี้แจงวัตถุประสงค์ ขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้วิจัยจะนำส่งหนังสือขอความร่ว มมือในการตอบแบบสอบถาม ถึงผู้นำชุมชนด้วยตนเอง 4 . เมื่อได้รับอนุญาต และวันในการเข้าพื้นที่ จากผู้นำชุมชนราชธานีอโศก ผู้วิจัย เข้าพื้นที่ พบ กลุ่ม ประชากรที่ศึกษา ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้วิธีการเข้าถึงผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้วิจัยถือแบบสอบถามไปถามประชากรวัยผู้ใหญ่ในพื้นที่เอง โดยเดินทางเข้าพื้นที่ช่วงวันที่ 15 เดือนพฤศจิกายน ถึง 15 เดือนธันวาคม 2560 ณ ชุมชนราชธานีอโศก อำเภอวารินชำราบ จังหวั ดอุบลราชธานี ได้ยืนเอกสารการเข้าพื้นที่ให้กับผู้นำชุมชน ปรึกษาผู้นำชุมชนในการวางแผนที่จะเก็บข้อมูลและ เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์การวิจัย ขั้นตอนการวิจัย พร้อมอธิบายทำความเข้าใจ และ ขอความร่วมมือในการ ให้ข้อมูลตอบแบบสอบถาม โดย ผู้วิจัยแจกแบบสอบถาม 1 ชุด ( 3 ตอน ) คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง และแบบสอบถามภาวะสุขภาพ ให้กับสมาชิก วัยผู้ใหญ่ในชุมชน ราชธานีอโศก หมู่ 10 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยผู้วิจัยใส่รหัสตัวเลขในแบบสอบถาม เพื่อไว้เช็คเอกสารว่าที่แจกเอกสารไปได้รับกลั บมาครบถ้วนหรือไม่ในแต่ละฐานงาน และ เพื่อเป็นการพิทักษ ์ สิทธ์ผู้ให้ข้อมูล โดยผู้ให้ข้อมูลไม่จำเป็นต้องลงชื่อ-สกุลจริง ซึ่งผู้วิจัยแจกแบบสอบถามตามฐานงานต่าง ๆ ในชุมชน โดยผู้วิจัยแจกแบบสอบถามประชากรวัยผู้ใหญ่ตามฐานงานต่าง ๆ ตามลำดับความสะดวกและปัจจัยเกื้อหนุน รวมถึงเพื่อลดช่องว่างระหว่างผู้วิจัยกับประชากรวัยผู้ใหญ่ในชุมชนที่ให้ข้อมูล ผู้วิจัยได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับทางชุมชน ช่วงงานกับผู้ให้ข้อมูล รอคอยให้ประชากรวัยผู้ใหญ่เสร็จหรือว่างจากการทำงานจึงแจกแบบสอบถาม ในกรณีบางท่านที่ไม่สะดวกอ่านแบบสอบถามเองด้วยทำงานที่เร่งด่วน ผู้วิจัยจึงเป็นผู้อ่านแบบสอบถามให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ฟัง และเป็นผู้กรอกข้อมูลตามคำบอกกล่าวของผู้ให้ข้อมูล บางฐานงานที่ผู้วิจัยไปไม่พบผู้ให้ข้อมูล ผู้วิจัยรอและกลับไปฐานงานนั้นใหม่อีกครั้ง เมื่อผู้ให้ข้อมูลรับแบบสอบถามผู้วิจัยรอรับแบบสอบถามเลย ในกรณีที่ผู้ให้ข้อมูลไม่สามารถกรอกแบบสอบถามให้ในทันที ผู้วิจัยได้ขอเบอร์โทรศัพท์ผู้ให้ข้อมูลไว้ตามแบบสอบถาม แบบสอบถามที่ได้กลับมาในแต่ละวัน ผู้วิจัยได้ตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล แจกแบบสอบถามและเก็บข้อมูลจนครบถ้วนทั้งหมด เสร็จเรียบร้อยแล้วผู้วิจัยกล่าวขอบคุณและลาผู้นำชุมชน 6. บันทึกข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามและแบบประเมินลงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป การวิเคราะห์ข้อมูล และการแปลความหมายของข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล หลังจากเก็บรวบรวมแบบสอบถามจนครบแล้ว นำมาตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล ตรวจให้คะแนนและลงรหัสเตรียมข้อมูล เพื่อนำไปคำนวณด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งสถิติที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้ 1.1 วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยความถี่และร้อยละ เสนอผล การวิเคราะห์ ในรูปแบบของตาราง 1.2 วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง และข้อมูลภาวะสุขภาพ ด้วยค่าเฉลี่ย ( Mean ) และส่วนเบี่ยงแบนมาตรฐาน ( Standard Deviation ) เสนอผล การวิเคราะห์ ในรูปแบบของตาราง 1.3 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแปรต้น ( พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง ) กับ ตัวแปรตาม ( ภาวะสุขภาพ ) ของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศกโดย ใช้สถิติการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ( Pearson Product- Moment Correlation Coefficient ) เสนอผล การวิเคราะห์ ในรูปแบบของตาราง (บุญชม ศรีสะอาด. 25 53 : 110 ) 1.4 วิเคราะห์ หา ตัวแปรพยากรณ์ที่ส่งผล ต่อภาวะสุขภาพ ของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก โดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ( Multiple Regression Analysis ) แบบคัดเลือกเข้า ( Enter Selection ) เสนอผล การวิเคราะห์ ในรูปแบบของตาราง 2. การแปลความหมายของข้อมูล 2.1 สำหรับเกณฑ์การแปลผลเพื่อแบ่งระดับคะแนนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง 3 อ ผู้วิจัยใช้เกณฑ์การแปลผล โดยพิจารณาจากสูตรการหาอันตรภาคชั้น ( Class Interval ) คือ คะแนนสูงสุดลบคะแนนต่ำสุดและหารด้วยจำนวนชั้น (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ . 2553 : 206 ) ดังนี้ Maximum - Minimum Interval = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด จำนวนชั้น = ( 5 - 1÷5 = 0 . 8 ) เกณฑ์การแปลผล โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ ดังนี้ คะแนน 4.21-5.00 หมายถึง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองอยู่ในระดับดีมาก คะแนน 3.41-4.20 หมายถึง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองอยู่ในระดับดี คะแนน 2.61-3.40 หมายถึง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองอยู่ในระดับปานกลาง คะแนน 1.81-2.60 หมายถึง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองอยู่ในระดับต่ำ คะแนน 1.00-1.80 หมายถึง มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองอยู่ในระดับต่ำมาก ตอน ที่ 3 เป็นข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก จำนวน 40 ข้อ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า ( Rating Scale ) 5 ระดับ เป็นข้อคำถามเชิงบวก 31 ข้อ เป็นข้อคำถาม เชิงลบ 9 ข้อ เป็นการประเมินแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) 5 ระดับ เป็นการประเมินระดับภาวะสุขภาพมากน้อยเพียงใด คือ มีภาวะสุขภาพน้อยที่สุด มีภาวะสุขภาพน้อย มีภาวะสุขภาพปานกลาง มีภาวะสุขภาพดี และมีภาวะสุขภาพดีมาก (เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์. 2561 ) มีเกณฑ์ให้คะแนนดังนี้ ข้อความเชิงบวก ข้อความเชิงลบ ท่านมีระดับภาวะสุขภาพน้อยที่สุด 1 5 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพน้อย 2 4 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพปานกลาง 3 3 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพดี 4 2 ท่านมีระดับภาวะสุขภาพดีมาก 5 1 2. สำหรับเกณฑ์การแปลผล เพื่อแบ่งระดับคะแนนภาวะสุขภาพ จำนวน 40 ข้อ ผู้วิจัยใช้เกณฑ์การแปลผล โดยพิจารณาจากสูตรการหาอันตรภาคชั้น ( Class Interval ) คือ คะแนนสูงสุดลบคะแนนต่ำสุดและหารด้วยจำนวนชั้น (บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ . 2553 : 206 ) ดังนี้ Maximum - Minimum Interval = คะแนนสูงสุด - คะแนนต่ำสุด จำนวนชั้น = ( 5 - 1÷5 = 0 . 8 ) เกณฑ์การแปลผลรายข้อ โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ ดังนี้ คะแนน 4.21- 5.00 หมายถึง มีภาวะสุขภาพอยู่ในระดับดีมาก คะแนน 3.41- 4.20 หมายถึง มีภาวะสุขภาพอยู่ในระดับดี คะแนน 2.61- 3.40 หมายถึง มีภาวะสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง คะแนน 1.81- 2.60 หมายถึง มีภาวะสุขภาพอยู่ในระดับต่ำ คะแนน 1.00- 1.80 หมายถึง มีภาวะสุขภาพอยู่ในระดับต่ำมาก 3. สำหรับเกณฑ์การแปลผลการวิเคราะห์เกี่ ยวกับการหาค่าความสัมพันธ์ระหว่าง พฤติกรรม การดูแลสุขภาพตนเองและภาวะสุขภาพของวัยแรงงานในชุมชนราชธานีอโศก โดยวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันโดยใช้เกณฑ์การตัดสินผลการวิเคราะห์ข้อมูล พิจารณาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ( r ) กำหนดดังนี้ (กัลยา วานิชย์บัญชา. 2546 : 351 ) โดยกำหนดเกณฑ์การแปลความ หมาย ดังนี้ - 0.68 < r < - 1 . 00 แสดงว่า มีความสัมพันธ์สูงในทางลบ - 0.34 < r < - 0 . 67 แสดงว่า มีความสัมพันธ์ปานกลางในทางลบ - 0.000 < r < - 0 . 33 แสดงว่า มีความสัมพันธ์น้อยในทางลบ r = 0 แสดงว่า ไม่มีความสัมพันธ์ < r < 0 . 33 แสดงว่า มีความสัมพันธ์น้อยในทางบวก 0.34 < r < 0 . 67 แสดงว่า มีความสัมพันธ์ปานกลางในทางบวก 0.68 < r < 1 . 00 แสดงว่า มีความสัมพันธ์สูงในทางบวก 4. สำหรับเกณฑ์การแปลผลการวิเคราะห์ตัวแปรพยากรณ์ที่ส่งผลต่อ ภาวะสุขภาพ ของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก ที่ ใช้สถิติ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ( Multiple Regression Analysis ) แบบคัดเลือกเข้า ( Enter Selection ) การแปลความหมายค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สมารถแปลคะแนนได้ 4 ประการ (บุญชม ศรีสะอาด. 2541 : 156) ดังนี้ 4.1 ปริมาณของค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ 4.2 ทิศทางของความสัมพันธ์ว่าสัมพันธ์กันทางบวกหรือทางลบ 4.3 มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ โดยการทดสอบสมมุติฐาน 4.4 สัมพันธ์กันเท่าไหร่ เป็นการบอกความมากน้อย ของความสัมพันธ์ กำหนดได้ดังนี้ ค่าสหสัมพันธ์ ความหมาย 0.85- 1.00 มีความสัมพันธ์มากที่สุด 0.71- 0.84 มีความสัมพันธ์มาก 0.51- 0.70 มีความสัมพันธ์น้อย 0.00 - 0.50 มีความสัมพันธ์น้อยที่สุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปหาค่าสถิติดังนี้ สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของแบบสอบถาม มีดังนี้ การหาค่าความสอดคล้อง ของแบบสอบถาม โดยใช้สูตรดัชนีค่าความสอดคล้อง IOC ( Index of Item - Objective Congruence ) ของ โรวิเนลลี และแฮมเบิลตัน ( Rovinelli and Hambleton . 1977 : 49-60) โดยใช้สูตรดังนี้ IOC = เมื่อ IOC แทน ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 1 . 2 การหาค่าความเชื่อมั่น ( Reliability ) โดยใช้สูตรการหาค่า สัมประสิทธิ์เอลฟ่า ตาม วิธีของครอนบาค ( Cronbach ) ใช้กับแบบสอบถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า วิธีนี้เรียกว่าการหา ( = Coefficient ) (บุญชม ศรีสะอาด. 2547 : 96 ) 1645920 50165 0 0 เมื่อ แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น K แทน จำนวนข้อของเครื่องมือวัด แทน ผลรวมของความแปรปรวนของแต่ละข้อ แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม สถิติพื้นฐานที่นำมาวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ( Percentage ) (บุญชม ศรีสะอาด. 25 47 : 96 ) เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่หรือจำนวนข้อมูลที่ต้องการหาร้อยละ N แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด ค่าเฉลี่ย ( µ ) (บุญชม ศรีสะอาด. 25 53 : 105 ) สูตร µ = x N เมื่อ µ แทน ค่าเฉลี่ยประชากร x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จำนวนคนทั้งหมดในกลุ่มเป้าหมาย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( Standard Deviation ) (บุญชม ศรีสะอาด. 25 53 : 106 ) สูตร σ = N x 2 - ( x ) 2 N ( N - 1 ) เมื่อ σ แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แทน คะแนนแต่ละตัว แทน ผลรวมคะแนนแต่ละคนยกกำลังสอง แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 3. สถิติ วิเคราะห์ ( Analytical statistic ) ได้แก่ 3.1 การหา ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองกับภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก โดยใช้สถิติการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ( Pearson Product - Moment Correlation Coefficient ) (บุญชม ศรีสะอาด. 25 53 : 110 ) สูตร ρ xy = N XY -( x )( Y ) N x 2 - ( x ) 2 N Y 2 - ( Y ) 2 เมื่อ ρ xy แทน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร X กับ Y X แทน ผลรวมของค่าตัวแปร X Y แทน ผลรวมของค่าตัวแปร Y XY แทน ผลรวมของผลคูณระหว่างค่าตัวแปร X กับ Y x 2 แทน ผลรวมของกำลังสองของค่าตัวแปร X Y 2 แทน ผลรวมของกำลังสองของค่าตัวแปร Y N แทน จำนวนคู่ของค่าตัวแปรหรือจำนวนสมาชิกในกลุ่ม 3.2 การ วิเคราะห์ หา ตัวแปรพยากรณ์ที่ส่งผล ต่อภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชน ราชธานีอโศก โดยใช้ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ( Multiple Regression Analysis ) ในการหาค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย ( Coefficient of Partial R egression ) และหาค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยมาตรฐาน ( Beta ) กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .0 1 เพื่อวิเคราะห์อำนาจการทำนายภาวะสุขภาพของวัยผู้ใหญ่ในชุมชนราชธานีอโศก ( Multiple Regression Analysis ) โดยใช้ตัวแปรต้น เป็นตัวแปรพยากรณ์ ( Independent Variables ) และใช้ตัวแปรตามเป็น ตัว เกณฑ์ ( Dependent Variables ) (บุญชม ศรีสะอาด. 2541) สูตร Y / = a + b 1 X 1 + b 2 X 2 +…+ b k X k เมื่อ Y / ' แทน คะแนนพยากรณ์ของตัวแปรตาม (ตัวเกณฑ์) a แทน ค่าคงที่ของสมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนดิบ b 1, b 2 ... b k แทน ค่าน้ำหนักคะแนนหรือสัมประสิทธิ์การถดถอยของ ตัวแปร ต้น (ตัวพยากรณ์) ตัวที่ 1 ถึงตัวที่ k ตามลำดับ X 1, X 2 … X k แทน คะแนนของตัวแปร ตาม (ตัวพยากรณ์) ตัวที่ 1 ถึงตัวที่ k ตามลำดับ k แทน จำนวนตัวแปร ต้น (ตัวพยากรณ์) การเขียนสมการในรูปคะแนนดิบจะต้องทราบค่า a และ b เพื่อนำมาแทนค่าในสมการ ค่า a จากสูตร a = - b 1 1 - b 2 2 - - b k k เมื่อ a แทน ค่าคงที่สำหรับสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ แทน ค่าเฉลี่ยสำหรับตัวแปรตาม 1 , 2 , k แทน ค่าเฉลี่ยของตัวแ ปรอิสระ (ตัวแปรพยากรณ์) ตัวที่ 1 ถึง k ตามลำดับ b 1 , b 2, b k แทน ค่าน้ำหนักของตัวแ ปรอิสระ (ตัวแปรพยากรณ์) ตัวที่ 1 ถึง k ตามลำดับ k แทน จำนวนตัวแปรอิสระ (ตัวแปรพยากรณ์) ค่า b หาจากสูตร เมื่อ b j แทน ค่าน้ำหนักคะแนนหรือสัมประสิทธิ์การถดถอยของตัว แปรอิสระ (ตัวพยากรณ์) ตัวที่ j ที่ต้องการหาค่าน้ำหนัก 1 แทน ค่าน้ำหนักเบต้าของต ัวแปรอิสระ (ตัวพยากรณ์) ตัวที่ j S y แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรตาม (ตัวเกณฑ์) S j แทน ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรอิสระ (ตัวแปร)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563