สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน วัดของศาสนาพุทธไม่มีจุดธูปเทียนบูชาไฟ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.20 KB
วันที่แก้ไข24 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน วัดของศาสนาพุทธไม่มีจุดธูปเทียนบูชาไฟ พ่อครูว่า...ก็ต่อเนื่องจากที่ท่านเดินดินพูด เราจะมีงาน “เพื่อฟ้าดิน สร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ” งานนี้ วันที่ 31 รายการภาคค่ำของงาน 18.00-20.00 น. คืออาตมารู้สึกมานานแล้วว่าทำไม ประชาชนไปวัดนั้นวัดนี้ไปกันเยอะ วันนักขัตฤกษ์ ไปแสวงหาสิ่งดีๆของชีวิตกัน แต่วัดของชาวอโศกไม่ค่อยมากัน เราก็ยินดีต้อนรับคนภายนอกกัน แต่ไม่ค่อยมา มันอย่างไร มันน่าเกลียดน่าชังหรืออย่างไร หรือมาแล้วโดนดุ มีคนบอกว่ามาแล้ว ไม่เหมือนที่เขารู้สึกว่ามาวัด ไม่ได้จุดธูปเทียน สวดมนต์ พูดสองคำนี้ 1.ไม่จุดธูปเทียน 2.ไม่สวดมนต์ ก็ขอพูดให้ฟังเลยว่า วัดของพุทธนี่นะ จะไม่มีการจุดธูปเทียน เพราะว่า ศาสนาพุทธไม่มีบูชาเทียน ไม่มีสิญจนยันต์ พระพุทธเจ้าล้มล้างเลย ท่านได้สร้างศาสนาของท่านด้วยศีลสมาธิปัญญา แต่ทุกวันนี้ศาสนาพุทธได้เสื่อมจนไม่มีศีลแล้ว จุลศีล มัชฌิมศีลไม่รู้แล้ว ศาสนาพุทธเลยไม่มีศีลมีแต่วินัย 227 ถามว่าพระถือศีลเท่าไหร่ก็ 227 ซึ่งเป็นวินัย วินัยเป็นกฎหมายอาญาที่มีโทษ แต่ศีลนี่ไม่มีโทษ ผิดก็ไม่ลงโทษ แต่เป็นอกุศลมูลของแต่ละคนเอง ผิดศีลเป็นบาปติดตัวตนเองไป วินัยนี้ บางอันก็ไม่เป็นโทษหนัก แต่ถูกลงโทษ ก็ต่างกัน วินัย เป็นรั้วของศาสนา แต่ศีลเป็นแก่นสารเป็นเนื้อหาของศาสนา เมื่อปฏิบัติศีลและบรรลุ ก็จะเป็นแก่นสารของศาสนา เป็นวิมุติเลย ไม่จุดธูปเทียนนี้ชาวอโศกไม่ทำจริงๆ เพราะมันไม่ถูก อีกอย่างคือสวดมนต์ ศาสนาพุทธ ที่เอาบทมนต์ไปสวดท่องต่อหน้าสาธารณะ สวดท่องพร้อมกันสองรูปเป็นต้นไป เป็นร้อยรูปก็ตามต่อหน้าประชาชนต่อหน้าฆราวาส อาบัติ ผิดวินัยเลย สวดไม่ได้ ถ้าเอาธรรมบทมาสวดพร้อมกันต่อหน้าฆราวาสตั้งแต่ 2 รูปก็ผิดเลย แต่ถ้าเอาประณามคาถาสวด

อ่านต่อ

สรรเสริญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เช่น บทพาหุงฯ เป็นคำแต่งขึ้นคำยกย่องเชิดชูพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ที่แต่งภายหลังเป็นมหากาฯหรือพาหุงฯ 8 ที่สวดยกย่องพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่ใช่เอาพระสูตรของพระพุทธเจ้ามาสวดพร้อมกันให้ญาติโยมได้ยินก็อาบัติ ก็เสื่อมกันจนไม่ทราบแล้ว ก็ทำอาบัติกันตลอดเวลา เป็นเรื่องเหลวไหล ศาสนาลัทธิอื่นก็มีสวดมนต์เช่นนี้ แต่ศาสนาพระพุทธเจ้านั้นไม่มีการไปเอาพระไปสวดที่บ้านต่อหน้าธารกำนัลเป็นหมู่นี้ ไม่ได้ ถ้าจะสวดได้ต้องสวดพร้อมกันลับหลังฆราวาส ก็สวดได้ เป็นสังคีตะ สวดเพื่อให้ท่องจำได้ เหมือนท่องสูตรคูณ ท่องอาขยาน 2.สวดสังคายนา ก็สวดปาติโมกข์ มีผู้รู้สวดขึ้นมารูปหนึ่ง แล้วรูปอื่นก็ฟังเพื่อตรวจสอบว่า ถูกต้องหรือไม่ ถ้าผิดก็ทักท้วงกัน เรียกว่าตรวจสอบคำสอนไว้ รักษาไว้ หรือส้งคายนาเพื่อตรวจสอบพระไตรปิฎก เวลาจะทำสังคายนาก็มีผู้สวดพระธรรมวินัยเป็นบทยาวเลย เรียกว่าสังคายนาใหญ่ สังคายนาครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 เป็นต้น

601222_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ วิปัสสนาอาหาร 4 นี้ให้ถึงนิพพาน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน