สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เหตุที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติตามพระเทวทัตขอ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เหตุที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติตามพระเทวทัตขอ _8498 ถ้าหากว่าสมณะอโศกฉันมังสวิรัติ์แล้วเข้าข่ายเป็นพวกเดียวกับเทวทัต ก็จะเป็นเทวทัตวันละหนึ่งครั้งเพราะฉันวันละมื้อ 24 ชั่วโมงเป็นเทวทัตหนึ่งรอบ แต่พระบางวัดในเถรสมาคม ที่ต้องไปสวดศพถือเอาผ้าบังสกุลที่หน้าศพวันหนึ่งมี 3-4 ศพ หรืองาน แสดงว่าใกล้พระเทวทัตบ่อยมากกว่าสมณะอโศก ที่ร้ายกว่าเทวทัตคือมีวัตถุอนามาสแบงค์สีต่างๆล่อใจอยู่ จนเทวทัตแอบตบมือรัวๆให้เลยว่า ..เย้มีคนตกนรกลึกมากกว่าเราแล้ววววว.. พ่อครูว่า…ช่างคิดช่างมองกันนะ ขอพูดเสริมเติมความเห็นอันนี้ ในเนื้อหาก็คงพอเข้าใจแต่ก็ขอเสริมเป็นความรู้พิเศษ ที่บอกว่า ถ้าหากว่าสมณะอโศกฉันมังสวิรัติ์แล้วเข้าข่ายเป็นพวกเดียวกับเทวทัต อันนี้ถูก ที่บอกว่าฉันมังสวิรัติ อย่าว่าแต่เทวทัตเลย พระพุทธเจ้าก็ฉันมังสวิรัติ สงฆ์สาวกฉันมังสวิรัติเป็นส่วนใหญ่เป็นเหตุผลที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติอย่างที่พระเทวทัตขอ ที่บอกว่าให้พระทุกรูปต้องฉันอาหารมังสวิรัติ ก็ชัดเจนว่าพระส่วนใหญ่หมู่ใหญ่ฉันมังสวิรัติ มีพระเก็บตกที่เหลือไม่เท่าไหร่ที่ไม่ฉันมังสวิรัติจึงให้พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติให้ชัดเจนเสีย ว่าให้พระทุกรูปต้องฉันมังสวิรัติ แนะนำให้พระพุทธเจ้า ออกกฎระเบียบอย่างนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่า ถ้าพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์ไม่ฉันมังสวิรัติ ถ้าพระเทวทัตไปขอว่าให้ออกกฎวินัยบัญญัติว่า พระทุกรูปต้องฉันมังสวิรัติ พระพุทธเจ้า ก็บอกว่า พระเทวทัตจะบังคับได้อย่างไรแม้แต่เราเองยังไม่ฉันมังสวิรัติเลย แสดงว่าพระพุทธเจ้าฉันมังสวิรัติท่านถึงโต้พระเทวทัตตรงนี้ไม่ได้ แต่พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้า ว่าหมู่ใหญ่เขาได้ฉันมังสวิรัติแล้วจะไปบังคับได้อย่างไร มันดีอยู่แล้ว ก็เลยเป็นช่องว่างของการอนุโลม
อ่านต่อ
ซึ่ง ศาสนาพุทธนั้นมีการอนุโลม มีบันไดให้ขึ้นอยู่แล้วเป็นธรรมดาธรรมชาติ แบบนี้เป็นต้น นี่คือถ้าเข้าใจ ส่วนอาตมาไม่สงสัยว่าพระพุทธเจ้าฉันมังสวิรัติหรือไม่ ไม่ได้สงสัยเลย ในส่วนตัวลึกๆก็ไม่ได้สงสัย แม้แต่เหตุผลต่างๆมันก็ชัดเจนหมด เอามาพูด คนที่กินเนื้อสัตว์นั้นอย่างไรก็จะหาเรื่องจะกิน หาเหตุผลอะไรต่างๆเบี้ยวบาลี อะไรไปสารพัด เพื่อที่จะกินเนื้อสัตว์ แต่ส่วนใหญ่นั้นเข้าใจและรู้ดี ทีนี้ขยายความไปว่า อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวของคุณคนนี้ว่าเป็นบาป นรกลึกต่างๆก็เอาเถอะ เขาว่า...ที่ร้ายกว่าเทวทัตคือมีวัตถุอนามาสแบงค์สีต่างๆล่อใจอยู่ จนเทวทัตแอบตบมือรัวๆให้เลยว่า ..เย้มีคนตกนรกลึกมากกว่าเราแล้ววววว.. อันนี้ต้องวิจารณ์ทั่วไปถึงศาสนาพุทธทุกวันนี้ มันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง คือไม่เชื่อว่า การไม่ถือเงินถือทอง มันเป็นการช่วยฐานะของภิกษุ ช่วยฐานะของตัวเอง ถ้าไม่มีเงินในมือก็ยาก พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบว่าเงินเหมือนกับอสรพิษ ที่มันฉกกัดได้ตายได้ แต่คนเขาฟังไม่ขึ้น ว่ามันถึงขั้นเป็นงูเห่าเป็นพิษร้ายอย่างไร เงินนี่ เอามาไว้ในตัว เขาไม่รู้ว่ามันร้ายแรงก็ไม่เห็นโทษภัย ศาสนาพระพุทธเจ้านั้น เป็นศาสนาที่รู้คุณรู้โทษ แม้แต่คุณโทษแค่นี้ก็รู้ไม่ได้แล้วนั่นคือผู้ล้มเหลวในการปฏิบัติศาสนาของพระพุทธเจ้า พากันล้มเหลวจนเห็นได้ว่าศาสนาล้มเหลวทั้งหมดเลยคือ พระมีเงินกันหมด นอกจากมีเงินไม่พอ ตั้งเงินเดือนให้กัน พระก็รับเงินเดือนกันอย่างหน้าชื่นตาบาน เห็นแล้วน่าสังเวชใจ เอาเรื่องเงินทองเรื่องเดียว ความเป็นสมณะนักบวช ความเป็นผู้ปรารถนามาปฏิบัติธรรม ออกมาบวช เวลาจะบวช ท่านบอกว่ามาบวชนี้คือ 1. มาอย่าพกทรัพย์ศฤงคารมา โภคขันธาปหายะ 2. อย่าพกพาความเป็นญาติมา เรียกว่า ญาติปริวัตตังปหายะ ตัดขาดญาติมิตรมา มาแต่ตัวคนเดียวไม่เกี่ยวกับญาติ โภคขันธาปหายะ ตัดขาดเรื่องทรัพย์สินเงินทองบ้านช่องเรือนชานมาเป็นอย่างนั้นสำหรับผู้มาบวช แต่ทุกวันนี้ไม่ได้รู้สึกรู้สาให้ความสำคัญเรื่องพวกนี้เลย เพราะฉะนั้น อาตมาจึงนำศาสนามาให้พาทำ แม้แต่เป็นนักบวชหญิง สิกขมาตุ ก็ยังประพฤติตามพระธรรมวินัยได้ แม้แต่เรื่องเงินเรื่องเดียว สิกขมาตุเราถือศีล 10 ก็ไม่มีทรัพย์สินเงินทองเป็นของๆตนแล้ว ก่อนบวชก็ให้เซ็นออกก่อนบวชแล้ว จนทุกวันนี้อาตมาทำทางด้านศาสนามาเกือบ 50 ปีแล้วปฏิบัติตามได้ อาตมาภูมิใจว่า สมณะเราก็ดีสิกขมาตุเราก็ดีที่มาบวชนั้นปฏิบัติได้ ยืนยันได้ เจริญก้าวหน้าดีจนกระทั่งทุกวันนี้ ทั้งสิกขมาตุ ภิกษุเรา เรื่องเงินเรื่องทอง แทบจะไม่รู้เรื่องแล้วไม่ใช้มาตลอด 30 ปี 40 ปี นี่เป็นการยืนยันสัจธรรมของพระพุทธเจ้าได้อย่างดี จึงมีนักบวชชาวอโศกนี้ เป็นอาริยะ ถึงขั้นอรหันต์ก็มี ซึ่งอาตมาได้เคยประกาศไปแล้วด้วย ทุกวันนี้ศาสนาไม่เข้าใจว่า โสดาบันเป็นอย่างไร สกิทาคามีเป็นอย่างไร อนาคามีเป็นอย่างไร อรหันต์เป็นอย่างไร 601220_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อ่านเวทนา108 ให้พ้นสังโยชน์