สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สะกดจิตไปก็ไม่มีทางพ้นทุกข์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สะกดจิตไปก็ไม่มีทางพ้นทุกข์ ทีนี้ พูดถึงข้อบกพร่องอันนี้แล้วก็พูดถึงองค์รวม ศาสนาพุทธทุกวันนี้ อาตมาสงสารศาสนาพุทธมากเลย ตายไม่ลง ทุกวันนี้พยายามต่ออายุตนเอง พยายามรักษาชีวิตพิสูจน์ไป พยายามใช้สัมประสิทธิ์ Coefficient เพื่อให้เกิดพลังงานนี้เป็นตัวแปรก้าวหน้า ที่เกิดพลังงานเพิ่ม เติมขึ้นเสมอ เป็นอัตราคูณเลย เสมอๆ คืออาตมาใช้วิทยาศาสตร์เข้ามา เป็นสูตรที่ว่า E=C(mc 2 +A) นี่คือสูตรเท่าที่อาตมารู้ได้ เอามาใช้ พลังงานทางวัตถุ ไอน์สไตน์ว่าไว้ E=mc 2 แต่ E=C(mc 2 +A) พลังงาน นั้นมี c คือการเดินทางของจิต ความเร็วของจิต ส่วน A คือเหมือนบวก mc 2 ไปเรื่อยๆ เท่าที่จะสามารถบวกไปจนทบทวีเป็นคูณได้ อาตมาเข้าใจสิ่งเหล่านี้ตามภูมิ ไม่ได้โมเม ถ้าโมเมไปเสียหาย บาปกินหัว ไม่มีประโยชน์เป็นโทษได้ก็จะไม่ทำ อาตมาจะทำต้องแน่ใจว่าถูกต้องหรือเป็นไปด้วยดี อาตมาพูดไปก็มีผู้ที่เรียนวิศวกรมาเรียบเรียงคำสอนว่ามา อย่างคุณดั้นเมฆ ว่าพลังงานที่เราเข้าใจ เป็นพลังงานการสังขารปรุงแต่งหมุนวนของพลังงาน ...พลังงานคือความวน รวบรวมได้ว่า จากพฤติกรรมหยาบ ในวรรค แล้วมีส่วนเหลือเศษวรรค การทำงานของเศษวรรค รวมกันเป็น ฬ มีความยิ่งใหญ่ โอฬาร มีพฤติกรรมเพิ่มเป็นโอฬาริก เพิ่มอีกเป็นโอฬาริกอัตตา 1. ก็มาเข้าสู่วรรคแรก ก ข ค ฆ ง จากหยาบมาละเอียดก็หยาบอีกก็วนอยู่อย่างนี้ (ถ้าทำได้ถึง อํ ก็จะปล่อยให้เกิดแบบอนุโลมอยู่ในการควบคุมหรือจะไม่ให้เกิด อนุโลมก็ได้ 2. เมื่อปสาทรูป ทำงานกับโคจรรูป ในรูป 28 สิ่งที่เกิดตามมาทันทีคือ ภาวรูปสอง คืออิตถีภาวะ ปฏิบัติเป็นก็เกิดปุริสภาวะ ผู้เลยปุริสาภวะแล้วจะใช้งานได้ทั้งสองสภาวะ ฉะนั้นตัวประธานจึงเดินทางไปอิตถีภาวะซ้ายแล้ววนมาปุริสภาวะขวา 3. วิ
อ่านต่อ
ญญาณ ธาตุรู้เกิดจาก เวทนา สัญญา สังขาร เมื่อทำงานครบสามเส้าจะเกิดความวน 4. ปฏิจจสมุปบาทมีการวนกลับเมื่อไปถึงวิญญาณ 5. รูปนามสลับไปมา เช่นเราถูกตี ถูกตีเป็นรูป เจ็บเป็นนามเมื่อเวลาผ่านไป เจโตปัญญาจึงเป็นสิ่งสลับกันได้ไม่มีอะไรเหนือกว่าอะไรโดยสัจจะ การสลับไปสลับมา วิญญาณจึงแทรกตัวในรูปของสัญญา โกดังเก็บ ตัวแรกและตัวสุดท้ายของอัตภาพ
พ่อครูว่า...เรียบเรียงได้อย่างนี้ก็ใช้ได้แล้ว อาตมาพูดตรงๆเลยว่าไม่เคยเห็นศาสนาพุทธสำนักไหนสอนแบบที่อาตมาพาสอนพาบรรยายเอาไปใช้งานได้ถึงขั้นอภิธรรม ก็เห็นใจเขา สอนแต่เรื่องอย่าทำชั่วทำแต่ดีไป ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ศาสนาเขาก็สอน สามัญที่ไหนๆก็สอน หรือศาสนาทุกศาสนาก็สอน แต่สิ่งพิเศษของศาสนาพุทธคือรู้จักกิเลสแล้วดับกิเลสได้จริงคือแก่นสารของศาสนาพุทธ แล้วเราจะพ้นทุกข์ ถ้าไม่ถึงตรงนี้ ไม่รู้จิตเจตสิกจับอาการมันไม่ได้ ไม่มีทางพ้นทุกข์ จะสามารถระงับได้ด้วยวิธีสะกดจิตแบบฤาษีก็ได้ แล้วมันก็กลับวนเวียนมาอีก เหมือนแก้วน้ำที่คุณมีตะกอนอยู่ในนี้เยอะแยะ คือกิเลส วิธีที่ทำอยู่การนั่งสะกดจิต = ทำให้น้ำ มันไม่มีฝุ่น มันก็ตกตะกอน หรือจะกดฝุ่นในน้ำลงไปจะใช้วิธีไหนก็แล้วแต่ ให้ฝุ่นมันตกตะกอนยิ่งแข็ง คือกิเลสจะยิ่งเป็นก้อนแข็งจับตัวเป็นอนุสัยอยู่ในจิต แกะยาก แล้วหลงผิดไปตลอดกาลนาน เป็นการซ้ำเติมให้กิเลสตัวเองแน่นหนาหนักขึ้น วิธีนั่งสะกดหรือหลับตานี่ อาตมาพูดโทษภัยของการนั่งหลับตาสะกดจิตนี่ ถ้าคนมีสัมมาทิฏฐิจะสามารถใช้เป็นอุปการะได้ นั่งเพื่อพักจิต นั่งเพื่อศึกษาจิต อ่านนิวรณ์ 5 ได้ในภวังค์ ก็อ่านศึกษา กาม พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจะกุกกุจจะ วิจิกิจฉา นั่งเพื่อเตวิชโช นั่งเพื่อทำอิทธิปาฏิหาริย์ ศาสนาไหนก็ทำได้แบบนี้ แต่ศาสนาพุทธเป็นโลกุตระ สามารถรู้จักอาการจิตที่เป็นอกุศลจิตเป็น ด้วยอาการ ลิงค นิมิต อุเทส อาการจิตเป็นสิ่งที่จะต้องจัดการ ปหาน ด้วยปหาน 5 (วิกขัมภนปหาน ตทังคปหาน สมุจเฉทปหาน ปฏิปัสสัทธิปหาน นิสรณปหาน ) ถ้าคุณทำได้ก็หมดกิเลส เป็นพระอรหันต์ได้ แต่เดี๋ยวนี้ห่างไกลไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย SMS 20 ธ.ค.60 _2166 พ่อท่านก็ประกาศมาทุกอย่างแล้ว เหลือแต่ยังไม่ได้ปักกิ่งหว้า ให้มันรู้ว่าไผเป็นไผไปเลยครับ??? ! ...คนกล้าเท่านั้นที่มีศัตรู (จากอโศกมหาราช) พ่อครูว่า...ของพระพุทธเจ้าเป็นวิปัสสนา ใช้เวทนาเป็นกรรมฐาน ไม่ใช่ไปทำกสิณให้จิตหยุดนิ่ง เวทนาจะไม่ใช่กสิณแต่เป็นฐานในการปฏิบัติ ต้องตามรู้เวทนาในเวทนา เวทนา108 หากเข้าใจเวทนา108 แล้วอ่านเวทนาเป็น การพิจารณาโลกุตระ โพธิปักขิยธรรม 37 คือโลกุตระ 37 เริ่มต้นกายในกาย แต่ทุกวันนี้เข้าใจกายผิด ไปเข้าใจว่ากายคือ แค่ ดินน้ำไฟลม แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ตถาคตเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ล.16 ข.230 ต้องรู้รูปกับนาม นามคือกาย ต้องอ่าน ต่อไปเป็นเวทนาในเวทนา ก็จะอ่านลึกลงไปเป็น จิตในจิต กำจัดกิเลสในจิตนี่แหละ ถ้าจัดการได้ก็เป็นธรรมในธรรม ลดกิเลสได้เรื่อยๆ ไม่ช้าไม่นานก็เป็นพระอรหันต์ อาตมาประกาศเปิดเผยตนเองมาแล้วก็ไม่ได้เหนียมได้อายแต่อย่างใด อาตมาว่าอาตมาไม่ปาจิตตีย์ เพราะค่าเฉลี่ยที่มาฟังอาตมาคืออุปสัมบัน อาตมาก็ไม่ไปเทศน์วัดนั้นวัดนี้ หรือบ้านนั้นบ้านนี้แต่อย่างใด ไม่เหมือนท่านเพาะพุทธ อาตมาเทศน์ในหมู่จำกัด ก็เทศน์ออกโทรทัศน์ในหมู่ชาวอโศก เราไม่เหมาะจะไปเทศน์แบบนั้น หนึ่งรับไม่ได้ เพราะว่าจะมากจนไม่ได้ทำอย่างอื่น
601222_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ วิปัสสนาอาหาร 4 นี้ให้ถึงนิพพาน