สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน เวทนา 108 คือกรรมฐานของพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข21 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน เวทนา 108 คือกรรมฐานของพุทธ เวทนา 108 (แบ่งเป็น 2 เวทนา ได้แก่..) -เวทนาที่มีกายเป็นเหตุ (กายิกเวทนา อาศัยมหาภูตรูป+นาม) -เวทนาที่มีใจเป็นเหตุ (เจตสิกเวทนา อาศัยนามรูป). เป็นอาการอารมณ์ที่เกิดจากจิตหรือกาย เนื่องจากกายคือการสัมผัสภายนอก เนื่องมาหาภายในจิต

แยกเป็น 3 เวทนา ได้แก่.. สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา (ไม่สุขไม่ทุกข์ อุเบกขา) ต้องรู้อาหารสามอย่างนี้ จิตปรุงเป็นสุข ทุกข์ หรืออุเบกขา มีสาม

(รู้กำลังของเวทนาทั้ง 5 ได้แก่) สุขินทรีย์ (รวมมาจากภายนอก) ทุกขินทรีย์ (รวมมาจากภายนอก) โสมนัสสินทรีย์(หมดสุขทุกข์ภายนอกเหลือสุขภายใน) โทมนัสสินทรีย์ (หมดสุขทุกข์ภายนอกเหลือทุกข์ภายใน) อุเบกขินทรีย์ แล้วมันมีมากหรือน้อยเท่าไหร่ สุข ทุกข์ หรือโสมนัส หรือโทมนัส ก็รู้ดีกรีของมัน น้ำหนัก เบา แรง กลาง หรือหยาบ กลาง ละเอียด ขนาดไหน

(แยกเป็น 6 เวทนา ได้แก่) จักขุสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทตา โสตสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทหู ฆานสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทจมูก ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทลิ้น กายสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากประสาทกาย มโนสัมผัสสชาเวทนา ความรู้สึกจากใจปรุงแต่งเอง

ได้แก่ มโนปวิจาร 18 (คือ เวทนา 3 ร่วมกับอายตนะ 6) สุขเวทนาแบบโสมนัสสูปวิจาร (6 ทวาร+โสมนัส) ทุกขเวทนาแบบโทมนัสสูปวิจาร (6 ทวาร+โทมนัส) เฉยๆ ที่เป็นอุเบกขูปวิจาร (6 ทวาร+อุเบกขา)

เคหสิตะเป็นฐานที่ว่างแบบโลกีย์อย่างอาจารย์บูรพาทำใจว่างๆ นั่งสมาธิแล้วจิตว่างไม่ใช่จิตว่างแบบทำกิเลสออก เอาฝุ่นออกจากน้ำในแก้วจนน้ำใส ทำได้ก็รักษาผล ภาวนา คือการเกิดผล แล้วอนุรักขณาปธาน มีอาเสวนา ภาวนา

อ่านต่อ

พหุลีกัมมัง มีการเกิดผล แล้วอนุรักขณาปธานคือทำให้เกิดอเนญชาภิสังขารของอุเบกขา 5 หากปหานโดยการกดข่ม ไม่ใช่ ต้องปหานโดยการเกิดไฟฌาน คือปัญญา มีพลังงานพิเศษที่เหนือกว่าไฟราคะโทสะโมหะ สามารถสลายมันได้ ถ้าคุณปรุงอภิสังขารเป็นธาตุบุญธาตุไฟฌาน ธาตุนี้มีพลังสลายกิเลสได้ หากคุณทำอภิสังขารเป็นปุญญาภิสังขาร มีพลังงานที่เท่าไหร่ก็สลายได้เร็วได้ไว โดยเด็ดขาด ถึงยากที่จะสร้างให้เกิด อภิสังขาร เข้าไปจัดการกับพลังงานกิเลสราคะโทสะโมหะ คนที่สามารถทำให้กิเลสลดได้เรียกว่าเนกขัมมะ เนกขัมมะฐานแรกยังไม่เต็มไม่สมบูรณ์ ยังลำบากอยู่เรียกว่าเนกขัมสิตโทมนัส ยังลำบากอยู่ต้องอดทนข่มฝืน พร้อมกันนั้นจิตคุณก็มีโสมนัสเวทนา ดีใจที่กิเลสลดได้และมีสัมมาทิฏฐิด้วย มีปีติ ปัสสัทธิ ต่อ เนกขัมมะจึงมีโสมนัสและโทมนัส จากทวาร 6 เป็นกิเลส18 หรือทำให้เนกขัมมะจนกลางได้จิตไม่มีผลักหรือดูด ได้ชั่วคราวตทังคปหาน ได้ดีขึ้นมากขึ้นเรียกว่าสงบ ปัสสัทธิ ยังไม่ถึงปัสสัทธิทีเดียว ถึงอุเบกขาเรียกว่าสมุเฉทปหานไม่ผลักไม่ดูด วางได้ชั่วคราวก็ตาม ส่วนกดข่มก็รู้ แต่ไม่กดข่มได้อย่างวิปัสสนาด้วยญาณด้วยเหตุผล ปัญญาด้วยการเกิดฌาน ไฟฌาน ฌานคือญาณ ฌานอยู่ที่ไหนญาณหรือปัญญาอยู่ที่นั่น ปัญญาหรือญาณก็ต้องมีอยู่กับฌาน คุณทำให้เกิดไฟฌานอย่างลืมตาเปิด อาการของโทสะราคะจางลง บางเบาลง คุณมีวิปัสสนาญาณ อ่านจิตคุณได้ คุณทำอย่างนี้จิตมีพลังอำนาจของสติ ความมีอุตระของปัญญา มีความเหนือ ปัญญาเป็นพลังงานจิตที่เหนือกว่ากิเลส เป็นอุตระ สตินำก่อน สติเป็นอำนาจที่จะไปจัดการกิเลส ถ้ามันเป็นจริงเป็นปัญญาจริง กิเลสจะลดจริง แค่สติกิเลสไม่ลด ต้องปัญญากิเลสถึงลด ต้องมีสติ สัมปชัญญะ สัมปาเทติ สัมปัชลติ ขยายไปได้อีกมาก… สัมปชลติแปลว่าโหมไหม้สว่างขึ้นไปเรืองรอง คือยิ่งใสสะอาดขึ้นกิเลสหมดไปจิตก็ใสสะอาด พลังงานจิตถ้าเข้าใจถูก พูดไปแล้วเหมือนยกย่องตัวเองอยู่นั่นแหละ คนก็เลยหมั่นไส้ ที่ต้องยืนยันตัวเองอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นผู้ที่มากอบกู้ศาสนาได้ ใครรับรองโพธิรักษ์ ปริญญาจัตวาก็ไม่มี อย่าว่าแต่ปริญญาตรีเลย นักธรรมเอกโทตรีก็ไม่มี ไม่มีใครรับรองเลยในโลกนี้ ก็เพราะว่าไม่มีใครรับรองก็จำต้องรับรองตัวเอง _ญาติธรรมเขาว่ามีผู้มองว่า ไม่สามารถเหนือกว่ามนุษย์ด้วยกันเองได้ก็เลยมองว่ามีสิ่งเหนือมนุษย์คือพระเจ้า กระแสหลักเขาก็ตี พ่อครูว่า...อันไหนไม่ดีเราก็ติก็ว่า มันก็จำเป็นต้องพูดสิ่งไม่ดี ที่เขาเป็น แต่สิ่งดีนั้นมีอยู่มันก็ดีแล้ว แต่สิ่งไม่ดีที่มีอยู่ควรรีบเอาออก _มันหนักที่ทุนนิยมไปด้วยกัน เขาไปทำงานจันทร์ถึงศุกร์แล้วใช้เวลาวันเสาร์วันอาทิตย์มานั่งหลับตาทำสมาธิ อย่างพ่อครูนี้เขาทำได้ยากทำไม่ได้ พ่อครูว่า...ทำได้สิ แล้วก็ต้องให้สัมมาทิฏฐิด้วย _ต้องแก้ทุนนิยมก่อน ให้มาจนก่อนครับ พ่อครูว่า...อาตมาก็แก้ปัญหาตามที่พระเจ้าแผ่นดินไทยให้มากับคำตรัสแก้ปัญหาด้วยความจนเอาแบบคนจนไม่ใช่เอาแบบคนรวย อาตมาก็ว่าเป็นข้าราชการรับใช้ทำไมถึงดื้อดึงดันต่อคำตรัสของพระเจ้าแผ่นดิน เพราะว่าเขามีอวิชชา อาตมาว่าเขาฟังที่ในหลวงตรัสลึกๆเขาก็ว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร _เสี่ยซีพีฟังแล้วก็น่าจะบอกว่าไอ๊หยาเลย พ่อครูว่า...มาเวทนา 36 ต่อ

เวทนา 36 เคหสิตโสมนัส 6 ทวาร เคหสิตโทมนัส 6 ทวาร เคหสิตอุเบกขา 6 ทวาร เนกขัมมสิตโสมนัส 6 ทวาร เนกขัมมสิตโทมนัส 6 ทวาร เนกขัมมสิตอุเบกขา 6 ทวาร

พ่อครูว่า...ตัวนี้ เป็นตัวหลักของศาสนาพุทธ หากใครไม่เรียนรู้ ก็ไม่ได้เรื่อง

รู้เคหสิตะ18 รู้เนกขัมสิต18 แล้วทำเคหสิตะเป็นเนกขัมมะ ให้ได้ ทำทุกปัจจุบัน ก็ทำที่ 36 เวทนานี้แหละ แล้วทำให้เกิดอุเบกขา เป็นเนกขัมสิตะให้ได้

และเวทนา 108 คือ เวทนา 36 ในอดีต ปัจจุบันและอนาคต

ทำทุกปัจจุบัน36 สั่งสมเป็นอดีต 36 ทำมโนปวิจาร 36 นี้แหละทำให้เป็นเนกขัมสิตอุเบกขา 36 ทุกปัจจุบันสั่งสมเป็นอดีต 36 ที่แข็งแรง เป็นอัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ได้ static ที่แข็งแรง จะมี dynamic ที่เร็วไวได้ ต้องมีแรงเพิ่มเรียก Coefficientสัมประสิทธิ์ที่เป็นตัวแปรที่จะทำให้เกิดทั้ง static และ dynamic เป็นอัตราการก้าวหน้าระดับคูณที่เรียกว่าสัมประสิทธิ์ ถ้าเป็นการยกกำลังก็ยิ่งแจ๋ว ถ้าถึงคูณก็เป็น Coefficient มีสูตร E=C(mc2+A) ของอาตมาที่ต่อยอดจากไอน์สไตน์ไม่ได้พูดมาข่มไอน์สไตน์นะ แต่ของอาตมาเป็นเรื่องนามธรรม ของไอน์สไตน์เป็นทางวัตถุ จิตวิญญาณนั้นเร็วกว่าแสง อย่างนีล อาร์มสตรองแกจะไปดวงจันทร์ที่แกเคยไป ใครไปถามว่าที่เหยียบดวงจันทร์เป็นอย่างไร แกก็ระลึกได้เลยทันที ส่งจิตไปได้เร็วกว่าแสง ส่งจิตไปตรงนั้นได้เลย ไวกว่าแสง สมณะฟ้าไทว่า...หมดเวลาแล้วครับ เวลาไวมาก วันนี้พ่อครูพูด จะเป็นพระโสดาบันได้อย่างไร ก็ต้องปฏิบัติ ศีล พ้นสังโยชน์แล้วพ่อครูอธิบายมูลสูตร 10 แล้วอธิบาย เวทนา 108 ทำทุกปัจจุบันซึ่งยาก พ่อครูพาทำตั้งแต่หยาบ กลาง ละเอียด 601220_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อ่านเวทนา108 ให้พ้นสังโยชน์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน