สาธารณโภคีนี้คือสิ่งมหัศจรรย์ในยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.55 KB
วันที่แก้ไข12 มกราคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

สาธารณโภคีนี้คือสิ่งมหัศจรรย์ในยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน _ ตุ๊ก อัศวิน : โพธิกิจของพ่อครู ที่ได้นำพาลูกๆ(ชาวอโศก) ปฏิบัติมานาน >๕๐ ปี จนได้รูปธรรมต่างๆ ที่จับต้องได้.. ท้าพิสูจน์ได้.. ที่เห็นเด่นชัด คือ สาธารณะโภคี ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในโลก..ในยุคนี้!! น่าจะกระทบ จิต ของผู้มีปัญญาได้บ้าง..นะเจ้าคะ!! ฤา..ยุคนี้..จะไม่มี "ผู้กล้า/ผู้มีปัญญา" มาถอน กิ่งหว้า หรือหนอแล !!! พ่อครูว่า… เอาตำนานถอนกิ่งหว้ามากล่าวถึงเลย ผู้ไม่รู้ตำนานก็คงจะไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร คือหมายความว่าอย่างนี้ ถอนกิ่งหว้า คือในยุคพระพุทธเจ้า จะมีการถกปัญหาถกธรรมะกัน ผู้ที่อยากจะถกธรรมะกับใครก็เอากิ่งหว้านี้ไปหัก หักกิ่งหว้าไปปักไว้ หน้าสำนักเขาเลยท้า ให้ออกมา โต้ ให้ออกมาถกเรื่องธรรมะกัน เข้าใจอย่างนั้นเลย ลัทธินี้มีอยู่ในทิเบต เดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่ เอาวิธีปักกิ่งหว้ากันอยู่ เขาถกกันหน้าดำหน้าแดง แต่เขาไม่ได้โกรธกันนะ ทีนี้ที่คุณตุ๊กกล่าวถึงว่า อาตมาได้แสดงธรรม จนคนชาวอโศกได้ปฏิบัติกันจนเกิดมรรคผล แล้วเกิดเป็นรูปธรรมต่างๆที่จับต้องได้พิสูจน์ได้เห็นได้ชัด คือสาธารณโภคี ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในโลกในยุคนี้ ในยุคพระพุทธเจ้าก็มหัศจรรย์ แต่ว่ามันเป็นภาวะจำนน สาธารณโภคีมันจะแพร่กว้างออกไปไม่ได้เลย เพราะว่าเป็นยุคที่มีข้อจำกัด เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่อาตมากล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกไปหลายที เป็นยุคทาส เป็นยุคที่ผู้คนเป็นเรื่องทาสกันอยู่ มีระบบทาส มีระบบที่ยังไม่มีปัญญาไหวพริบพัฒนา ในเรื่องของสิทธิความเป็นคน มนุษยชน ยังไม่รู้จักสิทธิของความเป็นคน สิทธิมนุษยชน… ยังเป็นยุคทาสกันอยู่ มันก็เลยไม่สามารถที่จะทำให้คนทั่วไป ประชาชนทั่วไปสามารถจะปฏิบัติสาธารณโภคีได้ แต่ยุคนี้ทั่วโลกไม่มีแล้วความเป็นทาส เลิกทาสกันทั่วโลกแล้ว แล้ว

อ่านต่อ

ก็ไม่ใช่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์อีกด้วย พร้อมกับคนรู้ดีแล้วว่า ตนมีสิทธิมนุษยชนเต็มร้อย ในยุคนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นยุคที่ต่างกันกับยุคพระพุทธเจ้า จึงเป็นยุคที่อาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาให้ศึกษาปฏิบัติกันแล้ว ก็เกิดสาธารณโภคีได้ เพราะจิตของเขาเกิดสาราณียธรรม สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ และเป็นคนที่มีภูมิธรรมขั้นวรรณะ 9 เกี่ยวข้องกันยังไง เกี่ยวข้องกันมากเลย เพราะจิตที่บรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าและเป็นโลกุตรธรรมแล้ว จะเป็นคนที่เป็นอยู่ง่าย เลี้ยงดูง่าย ปกครองง่าย บริหารง่าย อยู่กินกันง่ายๆ ไม่เป็นเรื่องลำบากเลย จะกินจะอยู่ จะเป็นจะไป จะไปจะมา จะอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นเรื่องอย่างนั้นขัดข้องอย่างนี้ ไม่ชอบใจ ไม่เลย เพราะจะรู้ถึงสถานะของสังคมที่ดี เป็นความเจริญชนิดที่สำคัญมาก วรรณะ 9 นี้คือ The Classes เป็นขั้นชั้นระดับโลกุตระของมนุษยชาติ สุภระ สุโปสะ และเป็นคนที่ศึกษา มีวิสัยทัศน์มีทัศนคติกว้าง เปิดรู้ รับรู้ว่า อ๋อ.. โลกเขาไม่ได้แคบเหมือนสมัยโบราณสมัยเก่า โลกทุกวันนี้กว้างหาที่สุดมิได้ ปานฉะนั้นทีเดียว สุโปสะ เพราะฉะนั้นพัฒนาให้เจริญได้ง่าย ที่สำคัญก็คือมีจิตอัปปิจฉะ มีจิตมักน้อย มีจิตไม่ต้องการมาก ต้องการมีน้อย มักน้อยคือต้องการไม่ต้องมีมาก ชีวิตไม่ต้องมีมาก มีมากมันหอบ ลำบากลำบน รักษายากเป็นภาระ เป็นที่ปองหมายของโจร เป็นที่ริษยา อะไรต่างๆนานา จะมีปฏิภาณปัญญาเยอะ เข้าใจว่า อ๋อ.. มาเป็นคนจนนี้ปลอดภัย เป็นคนที่ไม่ต้องไปเบียดเบียนอะไรต่างๆนานาสารพัด มีเหตุปัจจัยมีผลเยอะ สรุปว่าเป็นคนจนเป็นคนประเสริฐ ดีกว่าจะไปเป็นคนรวย เป็นคนรวยนี้ขออภัย พูดชัดๆ มันเป็นแนวคิดที่ต่ำทราม มาเป็นคนจนนี้เป็นแนวคิดที่เจริญที่ประเสริฐ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ยืนยันได้เลย มาเป็นคนมักน้อย เป็นคนมาจน สละออกหมด ทิ้งทรัพย์ศฤงคารหมด ไม่ใช่เรื่องพูดโมเมเอา แต่เป็นเรื่องสัจธรรมตายตัวมาทุกยุคทุกสมัย เป็นสัจจะที่วิเศษ เป็นคนต้องการน้อย มีน้อยก็พอ แค่นี้ก็พอ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่มาก อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก แปลว่าความสงบ เป็นผู้เข้าใจ ในเรื่องความสงบ ความสงบ ไม่ใช่เรื่องต้องหนีไปจากบรรยากาศด้วยจากผู้คนสังคมหนีจากสิ่งกระทบต่างๆ ไม่ใช่ ความสงบในปัญญาข้อที่ 3 ในปัญญา 8 ข้อที่เป็นผู้ที่ได้ความสงบ 2 อย่าง พระพุทธเจ้าท่านตรัส จะเกิดปัญญาโลกุตระ ความรู้ความฉลาดแบบโลกุตระ จะรู้จักความสงบ 2 อย่าง สงบจากกิเลสทั้งกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ...... แต่ความสงบแบบโลกียะที่เขาเข้าใจกันเป็นความเข้าใจที่มิจฉาทิฏฐิ แม้แต่มโนก็ทำให้คิดช้าๆ เชื่องช้า หยุดคิดหยุดทำ คล่องแคล่วว่องไว ให้เซื่องๆ หยุดๆนิ่งๆ ดับได้แล้วก็หลงว่าเป็นนิโรธ เอาอย่างนั้นเลย ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งมากเลยในเรื่องความสงบของพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องลึกซึ้งมากเป็นโลกุตระธรรม ยิ่งสงบยิ่งคล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียว ไม่ใช่ความสงบอันที่สองของพระพุทธเจ้า ยิ่งสงบไม่ใช่ความเฉื่อยไม่ใช่ความช้า แต่ยิ่งไปคล่องแคล่วว่องไวปราดเปรียว เหมือนพระสารีบุตรนี้ยิ่งกว่าลิง ได้รับความสรรเสริญยกย่องด้วยจากพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่จะเข้าใจ คนที่ท้วงอาตมาเป็นพระอรหันต์ทำไมไม่มีความสงบ สงบอะไรยิ่งกว่าลิง ก็น้อยไป อาตมายังลิงน้อย พระสารีบุตรลิงใหญ่กว่าอาตมา อาตมายังเป็นลิงเกรงใจ พระสารีบุตร ลิงไม่ต้องเกรงใจ พระพุทธเจ้าอยู่ทั้งพระองค์ เรื่องนี้คนเข้าใจได้ยาก นี่คือเรื่องที่อาตมาอยาก ขอเสริมเติมเข้าไปอีกนิดหน่อย ใน sms ข้อนี้ เข้าใจให้ได้ เดี๋ยวอาตมาจะเอาความมหัศจรรย์มาอธิบาย 650112_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความมหัศจรรย์ 8 ประการในชาวอโศกบุญนิยม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน