สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ความจริงคืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.81 KB
วันที่แก้ไข19 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ความจริงคืออะไร ความจริงคือสิ่งที่เป็นสภาวะเดียวในโลก ที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ถูกต้องที่สุด จะต้องมีต้องเป็นให้ได้ จะต้องถึงให้ได้ ถ้าจะมี ก็ต้องมีอย่างความจริง ถ้าไม่มีก็หมดไปเลย เกลี้ยง และความจริงนั้นต้องดี อาตมานิยามความจริงเอาไว้ถึง 10 อย่าง 1. เป็นความดี 2.มีความถูกต้อง 3.มีคุณค่าเป็นประโยชน์ 4.ต้องพ้นทุกข์อริยสัจ 5.ต้องเป็นไปได้จริง 6.รู้ได้จากสัมผัสปัจจุบัน แม้ที่สุด..รู้กระทั่งนามธรรมในระดับสุญญตา หรืออนัตตา ต้องจริงอย่างแจ้งใจ 7.เข้าถึงความจริงนั้น หรือตนเองเป็นได้ ตามความรู้นั้นๆ แล้ว อย่างเต็มใจ เอาปัจจุบันหลัดๆยืนยันให้ตรงกัน เร็วที่สุด สั้นที่สุด แน่ที่สุด ก็คือปัจจุบัน แม้แต่แค่หายใจเข้าออกหรือจิ้มลงไปปั๊บพอถอนมาก็ไม่ใช้ปัจจุบันแล้ว แต่ใจจริงก็ต้องรู้ว่าอะไรดีๆก็ให้นานไว้หน่อย ตอนนี้ในโลกก็มี คิมจองอึน กับโดนัลด์ทรัมป์ ทำสงครามกัน อาตมาไม่สงสัยหรอก ผ่านมาหมดแล้ว และเคยทำสงครามอย่างฉลาดกว่ามีปัญญากว่านั้นมากนัก ว่ากันแล้ว ชาวอโศกก็ทำสงครามอยู่ เราขณะนี้ก็ทำสงคราม แต่เป็นสงครามยิ่งกว่ามหาภารตะยุทธ เป็นสงครามคุณธรรมลึกซึ้ง รบกันด้วยคุณธรรมอย่างไม่หยาบคาย เป็นคุณค่าคุณงามความดี แม้แต่ร่างกายก็ไม่ทำให้ระคายเจ็บปวด มีแต่จิตที่จะให้กระทบกัน อย่างหยาบสุดก็แค่ปากหอก จะเจ็บปวดก็แค่มุขสตี แค่ภาษาสำเนียง ตบก็ตบกันอย่างลมๆแล้งๆไม่ถูกตัว ที่จะหยาบอย่างใช้อาวุธหั่นร่างกายนั้นมันต่ำไปแล้ว 8.ผู้ฉลาดแท้หรือปราชญ์แท้ก็จะจำนนยอมรับ ต่อผลของความจริง ที่เป็นแล้ว - ที่มีแล้วนั้น ต้องมีคนอื่นอย่างน้อยอีก1 คนยืนยันร่วมยอมรับได้ด้วย ยิ่งมีมากคนเท่าไหร่เป็นร้อยคน พันคน ล้านคน ก็ยิ่งถือว่าเป็นความจริงมากเท่านั้น โลกุตระก็มีจำนวนหนึ่งไม่มาก

อ่านต่อ

เท่าโลกียะ โลกียะเขารับรองกันมากมาย ไม่ประหลาด เราก็เข้าใจ เราเคยโง่อย่างนั้น คุณก็รับรองแต่เราก็ไม่เอาแบบคุณแล้ว คุณยังเสียเวลาทุนรอนแรงงานไปกับโลกีย์ก็แล้วแต่ แต่เราไม่ริษยาหรอก เราทิ้งแล้วเราถือเป็นอุจจาระแล้ว(อจร.) 9.ไม่แปรเป็นอื่นอีกแล้ว (อวิปริณามธัมมัง) 10.ท้าทายให้มาพิสูจน์ได้ (เอหิปัสสิโก)

ปัจจุบันเป็นกาละ ความจริงคือ สิ่งที่เป็นกรรมวิบาก สิ่งนั้นเกิดในจิตนิยามจะมีกรรมวิบาก เป็นของคน เป็นทายาทของคน สั่งสมเชื้อพันธุ์ของคน เป็นเครื่องอาศัยถ้ายังไม่ปรินิพพานที่ยังต้องทำสงคราม สรณะก่อนจนกว่าใครจะสามารถจบสงครามเป็นอรณะแล้ว จะมีบารมีช่วยด้วย ปัจจัตตัง คือ เกี่ยวกับตัวเราทั้งนามและรูป เราต้องรู้ด้วยนาม และต้องมีสิ่งที่ถูกรู้ตั้งแต่หยาบ กลาง ละเอียด และที่สัมผัสรู้ต้องให้ผู้อื่นร่วมรู้ด้วยได้ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ยิ่งมากคนยิ่งเป็นความจริงเท่านั้น คำนี้ต้องขออภัย ต้องอธิบายต่อ ปัจจ ป คือกรรม ก ก็คือกรรม แต่ ป เป็นกรรมที่มีปัญญามีความรู้ เริ่มต้นด้วย ป จึงมีความรู้ มีปุญญะเป็นต้น ป ผ พ ภ ม เป็นฐาน ที่มีคุณสมบัติคุณธรรมของผู้ที่มีความรู้มีความเป็นไปได้มีความเจริญ ผ คือ การปฏิบัติจะต้องมี ผ มีสิ่งที่ต้องมาเกี่ยวข้องร่วมทำไปด้วยกัน ผ ต้องมีสิ่งตอบรับ มีคู่ทายก ปฏิคาหก เป็นต้น ภ คือรวมเป็นกิริยา มีสิ่งที่เกิดบทบาทอยู่ ภ สำเภา แปลว่าความเจริญก้าวหน้าพัฒนาการขึ้นไป ยิ่งใหญ่ ม คือรวมลงที่จิตวิญญาณ ป เริ่มต้นทำ + จ เป็นแสงสว่างเป็นความรู้ + อัตตา คือตัวเรา ตัว ต คือสิ่งที่มีอยู่ตั้งอยู่ สิ่งที่มีอยู่ต้องประกอบด้วยปัญญาหรือแสงสว่าง หรือ จจ ถ้ามีทั้งตัวนั้นและมีทั้งตัวรู้ก็เป็นสัจจะ อย่างนี้เป็นต้น สรุปแล้ว ปัจจัตตัง ต้องมีความจริงในปัจจุบันและมีความรู้เพิ่มเติม จึงเรียกว่าปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ ซึ่ง วิญญูหิติคือรวมความรู้ทั้งหมดเลยคือวิญญาณ 600917_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ รู้ความจริงปัจจุบันของกายในอานิสงส์ของศีล

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน