พ่อครูพิสูจน์การเมืองเศรษฐกิจสังคมแบบพุทธสูงสุดถึงสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข16 ธันวาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

พ่อครูพิสูจน์การเมืองเศรษฐกิจสังคมแบบพุทธสูงสุดถึงสาธารณโภคี _๓.พูดถึงเรื่องเศรฐกิจทั้งในและนอกประเทศ เขาเห็นว่าพ่อท่านควรอยู่นิ่งๆ แบบพระทั่วไป แต่ผมเห็นว่า พ่อท่านพูดเป็นธรรมแล้วครับ อยากให้พ่อท่านอธิบายให้พวกเขาเหล่านั้นได้เข้าใจเพราะผู้มี ธุลี ในดวงตาน้อยๆ ยังมีอยู่ จะได้มีธรรมะขึ้นมาบ้างกราบนมัสการพ่อท่านที่เมตตาอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า...คุณมีสิทธิ์อะไรจะให้อาตมาอยู่นิ่ง อย่ามาพูดเสียให้ยากเลยพระทั่วไปอาตมาไม่เอาเป็นตัวอย่างหรอก ปัดโธ่.. คุณคนนี้เห็นว่าอาตมาพูดเป็นธรรมะ ตกลงเอาตรงนี้แหละ 36 นาที ตั้งหลักรับนะ พระสายเถรสมาคมและพระป่าทั้งหลาย ตั้งหลักรับดีๆ ตอนนี้กำลังจะปล่อยแสงโง้วกวงแล้ว ศาสนาทุกวันนี้ มันเสื่อม เสื่อมจนกระทั่งพูดไปแล้วหลายที วงการศาสนาวงการหมู่ใหญ่ มีแต่อาบัติกับอาบัติจนถึงปาราชิก อาบัติตั้งแต่สวดมนต์ ก็อาบัติโดยไม่รู้ไม่เข้าใจ นอกนั้นก็อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ มีเงินมีทอง ใช้เงินใช้ทองอะไรต่างๆนานา ไปจนกระทั่งถึงปาราชิก ก็ยังเล่นกันอยู่อย่างนั้น อาตมาก็จึงลาออกมา นานาสังวาสขอแยก ไม่ไหวอยู่กับหมู่ที่เฟะๆอย่างนั้นไม่ได้ ขออภัยที่อาตมาพูดความจริง ต้องขออภัยจริงๆเลย แต่ต้องพูดสัจจะ มันเลี่ยงจากสัจจะไม่ออก เพราะมันเสื่อมจริงๆแล้วอาตมาไม่ได้พูดเอาเอง พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้แล้วว่า มันจะเสื่อม เมื่อถึงกาลเวลาที่มันจะเสื่อมมันก็เสื่อม ก็นี่แหละมายืนยันความจริงว่ามันเสื่อม อาตมาก็ยืนยันว่าเรามากอบกู้สิ่งที่ถูกให้มาปฏิบัติ ก็ยืนยันหลักฐาน จนกระทั่งกลายเป็นชุมชน สังคมมนุษย์ ที่เป็นสังคมมีศีลมี อปัณณกปฏิปทา 3 มีสัทธรรม 7 ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหูสูต วิริยะ สติ ปัญญา สัทธรรม 7 มีความเชื่อ มีความเชื่อ มีความเห็น ศรัทธาที่มีปัญญา ปัญญาเข้าใจว่าสิ่งนี

อ่านต่อ

้ควรละอาย เถรสมาคม ไม่ละอายที่ตัวเองเต็มไปด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เต็มไปด้วยสิ่งที่เสพ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เต็มไปด้วยเดรฉานวิชชา เต็มไปด้วยสิ่งที่อาบัติอยู่ เถรสมาคมไม่รู้ จมอยู่กับอาบัติที่ไม่รู้จักอาบัติ แม้แต่อาบัติปาจิตตีย์จนไปถึงอาบัติปาราชิก เขารู้กันว่าปาราชิก หลายคนช่วยกันปิดบังด้วยซ้ำไป เพราะต่างคนต่างปาราชิก ปาราชิกข้อที่เป็นกันมากคือ เรื่องเงิน บกพร่องเอาจริงๆละเอียดเข้าเรื่องเงินนี้ปาราชิกกันเกือบหมดแหละ จะเรียกว่าหมดก็แทบจะได้นะ ยกเว้นพระที่เด็ดเดี่ยวจริงๆไม่เล่นกับเงินเลย ก็ไม่ปาราชิก ไม่มีนิสสัคคิยปาจิตตีย์ อย่างนี้เป็นต้น นี่ อาตมาพูดธรรมะไม่ได้ด่าไปว่าอะไร ใครที่ไม่เป็นก็ไม่ถูกด่า แต่คนที่เป็นคนจะรับคำด่าแล้วเอาไปแก้ไขปรับปรุง คำด่าเป็นสัจธรรม ซึ่งก็แปลว่าตำหนินั่นเอง ตำหนิก็คือ นิคคัณหะ อาตมาก็อยู่ในหลักไม่ได้ออกนอกรีตนอกรอย ตำหนิคุณ คุณควรตำหนิ มันเป็นสิ่งที่ควรตำหนิอยู่ใช่ไหม แล้วจะไม่ให้ตำหนิ คุณอย่ามาห้ามเสียให้ยาก อาตมาฟังแต่อาตมาไม่ทำตาม อาตมาไม่ทำสิ่งที่ไม่เข้าท่า _สู่แดนธรรม... ถ้าพ่อท่านไม่ตำหนิแสดงว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ใช่ไหมครับผิดมาตรา 157 พ่อครูว่า... โอ้โห 157 เออดี เอากฎหมายมา อาตมาจะผิดกฎหมายมาตรา 157 เลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดเลย นี่ อาตมาต้องทำ ดี คุณยกอ้าง กฎหมายมาใหม่

ต่อจากนี้ไปอาตมาก็จะพูดถึงเรื่อง ยก ทีนี้ เมื่อกี้พูดถึงเรื่องตำหนิไปพอสมควร พูดมากกว่านี้ก็ได้ แต่มันจะตำหนิมาก แต่ยกก็อีกแหละ ที่จะยกก็เป็นพวกอโศก แหม มันยากจริงๆเลย จะตำหนิก็ไปว่าเขา จะชมก็มายกตัวเองยกเรา ไม่รู้จะทำอะไร อาตมาก็ขอยืนยันว่า ทุกวันนี้อาตมาพยายามทั้งสร้างสถานที่สัปปายะ สร้างบุคคลสัปปายะ สร้างอาหารสัปปายะ สร้างธรรมะสัปปายะ สัปปายะ แปลว่า สบาย สบายคำนี้ อาตมาแยกแยะออกไปเป็น อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะมาศึกษาและเห็นดีเห็นงามกับอโศก ไม่มีใครไปบังคับคุณหรอก คุณเห็นด้วยภูมิปัญญา เห็นอย่างยิ่งเลยว่าควรจะมาอยู่ร่วมกลุ่มที่นี่เลย ที่นี่มีเสนาสนะสัปปายะ มีสถานที่ที่สบาย สัปปายะแปลว่าเจริญ แปลว่าประโยชน์ แปลว่ากำไร แปลว่าที่ๆควรได้ เป็นสถานที่ควรได้ บุคคลที่ควรได้ สิ่งที่อาศัยควรได้ อาหารที่ควรได้ จะเป็นธรรมะที่ควรได้ _สู่แดนธรรม... ตรงข้ามกับคำว่า อบาย พ่อครูว่า... ครบถ้วนบริบูรณ์ทั้งสบายและอบาย เถรสมาคมมีแต่อบาย ตราบใดที่ยังเต็มไปด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข อยู่นี่ มีสมเด็จมีเจ้าคุณ ระดับอะไรต่างๆนานา แล้วก็มีนิตยภัต มันเป็นเรื่องนอกศาสนาพระพุทธเจ้าทั้งนั้นเลย พูดไปแล้วเถียงอาตมาไม่ออกหรอก อ่านพระไตรปิฎกเล่มเดียวกัน นอกจากจะตะแบงเท่านั้นเอง เบี้ยวบาลีอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเอากันตรงๆแล้ว อาตมาพูดตรงทั้งนั้น ถูกต้องตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า อาตมาว่าโชคดีมากที่มีพระไตรปิฎกเล่มนี้ด้วยกัน ฉบับสยามรัฐนี่แหละ ถ้าเป็นพระไตรปิฎกคนละเล่มก็น่าจะยากเหมือนกัน แต่นี่เล่มเดียวกันก็ง่ายอยู่บ้าง ยังโชคดีมาก ถ้าไม่อย่างนั้นแย่ ที่นี่ชุมชนที่บริบูรณ์ อาตมาภาคภูมิใจที่เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย คนเข้าใจ ผู้ที่มีธุลีในดวงตาน้อยอย่างคุณซึ้งซื่อพูดมา ก็ฟังรู้อย่างพวกคุณก็เลยเข้ามาปฏิบัติ เสร็จแล้วก็มาอยู่ร่วมกัน เป็นสังคมกลุ่มที่มีสาราณียธรรม 6 ซึ่งมีสาธารณโภคีในข้อที่ 4 ของสาราณียธรรม 6 ข้อนี้เป็นสุดยอดเลยข้อ 4 เป็นสุดยอดของการยืนยันธรรมะพระพุทธเจ้าว่า เก่าสมัย ใหม่เสมอ แล้วเก่ามาเป็นสมัยไหนมาก็ตาม ก็ใหม่เสมอตลอดกาลนาน ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ จะเก่ามากี่เก่า เก่าแล้วก็เก่าอีก เก่าอีกเก่าแล้ว เก่าสมัยไหนก็แล้วแต่ ใหม่เสมอตลอดกาลนาน ธรรมะพระพุทธเจ้านี้ ใหม่ทุกวันนี้ 1. ใหม่ ที่มีเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ 2. ใหม่ ที่มีการเมืองสมบูรณ์แบบ 3. ใหม่ ที่มีสังคมสมบูรณ์แบบ เศรษฐกิจสมบูรณ์แบบนี้คือ ชาวอโศกมีเศรษฐกิจที่เป็นเศรษฐกิจที่ โลกทั้งโลกทำไม่ได้ มีชาวอโศกทำได้ คือเป็นเศรษฐกิจที่มีคนเสียภาษี 100% อยู่ในหมู่กลุ่มชุมชนสังคมชาวอโศก คือทำงานแล้วเอาเข้ากองกลางหมด ทำงานฟรี มีประเทศไหนทำได้ มีลัทธิไหนทำได้ ไม่มี มีลัทธินี้ที่ทำได้ ยืนยันอยู่ตรงนี้ ยืนยันว่านี่เป็นรัฐศาสตร์ เป็นการเมือง เศรษฐศาสตร์ แล้วเป็นการเมือง การเมืองคือพลเมืองแล้วก็ทำงาน การคือการงาน ทำงานกับพลเมืองให้มีคุณธรรม ทศพิธ ให้มีทาน มีศีลมี ปริจาคะ อาชวะ ซื่อตรง จนกระทั่งถึง ตปะ มีคุณธรรมอันนี้จริงๆเลย เมื่อมีคุณธรรมอันนี้จึงมารวมตัวกันได้ เพราะมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็น เอกีภาวะ ตามสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 เอกีภาวะ สาราณียะ - ระลึกถึงกัน ปิยกรณะ - รักกัน คุรุกรณะ - เคารพกัน สังคหะ - ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อวิวาทะ - ไม่ทะเลาะกัน สามัคคียะ เอกีภาวะ - เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน _สู่แดนธรรม... ถ้าพ่อท่านพูดถึงเรื่องสังคม เศรษฐศาสตร์ การเมือง เขาจะหาว่าพูดเรื่องโลกๆ พ่อครูว่า... ธรรมะของพระพุทธเจ้าคือธรรมะที่รู้จักโลกและรู้จักอัตตา อย่าโง่มากนัก เลิกโง่สักที ถ้าพระพุทธเจ้าไม่พูดถึงเรื่องโลกเรื่องอัตตา แล้วจะไปพูดเรื่องหมูเรื่องหมาอะไร ก็ต้องพูดถึงเรื่องคนสังคมโลก เรียกว่าโลกคือสังคมเป็นสังขารและโลก แล้วก็ต้องพูดถึงอัตตาคือตัวตน ก็สอนได้ 2 อย่าง อันหนึ่งภายนอก อันหนึ่งภายใน เข้าใจธรรมะไม่พอแล้วมาว่าอาตมา อาตมาย้อนไปก็ต้องขออภัย มันจะแสบ โดนอาตมาย้อนศร มันจะแสบ _สู่แดนธรรม... จริงๆแล้วก็คือ ธรรมะอีกด้านหนึ่งของเหรียญใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ใช่ ธรรมะเป็นด้านหนึ่งของเหรียญ ด้านการเมืองก็คือเป็นธรรมะ ถ้าการเมืองไม่มีธรรมะมันจึงเป็นเสือสิงห์กระทิงแรด มีบ้าๆบอๆ ถ้าการเมืองมีธรรมะมันก็สมบูรณ์ เพราะฉะนั้น อย่าไปห้ามการเมืองเข้าไปยุ่ง คนที่ไม่เข้าท่าเข้าไปยุ่งก็จะเละ คนที่มีธรรมะที่แท้จริงมีบารมีมีอิทธิพลมีอำนาจหรือมีแรงพอที่จะทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงคน ในสังคม พลเมือง เปลี่ยนแปลงพลเมืองทำงานเพื่อพลเมือง ให้พลเมืองมามีคุณธรรมโดยเฉพาะเป็นคุณธรรมโลกุตระ เป็นคุณธรรมที่เป็นโลกุตระคือ ละกิเลสได้จริง สรุปง่ายๆ โลกุตรธรรม เป็นธรรมะที่รู้จักกิเลสแล้วก็กำจัดกิเลสได้จริง เป็นอรหันต์จริง โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นได้จริง เป็นอริยบุคคล 4 อาตมาจึงยืนยันว่าชาวอโศกมีอาริยะบุคคล 4 แต่เขาไม่เชื่อเพราะความคิดความเชื่อความเข้าใจภูมิปัญญามันเสื่อม ไปจนกระทั่งตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส มันเสื่อมไปเป็นโลกีย์แล้วเข้าใจโลกีย์ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อพูดโลกุตระขึ้นมาก็ไม่รู้เรื่องแล้ว หากไม่รู้เรื่องแล้วไม่ว่าใครก็ไม่เป็นไรแต่มาต้านด้วย มาทะเลาะกับโลกุตระให้แสดงความโง่ต่อไปอีก อาตมาก็ไม่อยากให้กลายเป็นคนโง่ ก็พยายามพูดพยายามบอกแล้ว ยืนยันตัวเองว่าถูก เป็นอาริยะ เป็นอรหันต์ เป็นโพธิสัตว์ อาตมาพูดเหล่านี้ความจริงทั้งสิ้น ถ้าไม่จริงอาตมาเป็นปาราชิก อวดตัวเองว่าเป็นอรหันต์ เป็นโพธิสัตว์ ถ้าไม่จริงแล้ว อาตมาเป็นปาราชิกนะ แล้วสัจธรรมคำว่าปาราชิก หมายความว่าคนที่ข้ามฝั่งไม่ได้ ประ แปลว่าฝั่ง ฝั่งน้ำ ผู้ที่ข้ามฝั่งน้ำได้ ผู้ที่ข้ามโอฆะสงสารได้ นั่นแหละคือผู้ที่พ้น ปาราชิก ผู้ที่ปาราชิกคือผู้ที่ยืนอยู่ฝั่งโน้น ฝั่งเถรสมาคม ใครมาฝั่งของอโศกนี่คือฝั่งที่พ้น ข้ามโอฆะสงสารได้ ฟังธรรมะให้ชัด มันจะเป็นคำทำให้คุณเข้าใจไหม จะกลับไปกลับมาอยู่ ตกลงปาราชิกคือ คนผิดหรือคนถูก คนข้ามได้คือคนถูก คนข้ามไม่ได้คือคนผิด คนยืนอยู่ที่ฝั่งของคุณ มีชีวิตอยู่กับฝั่งนั้น ปาราชิกะ นี่ต้องอธิบายไปถึงสภาวธรรม ถ้ามีแต่ภาษา ภาษา อยู่จะได้เรื่องอะไร อาตมาขยายความไปถึงคุณธรรมต่างๆ

มาเข้าสู่คำว่า การเมือง เศรษฐกิจเราพูดแล้วว่าพวกเรามีเศรษฐกิจสูงสุดเสียภาษี 100% มันมีรายละเอียดอีกเยอะเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ แต่เอาแค่นี้ก่อน 651216 ทศพิธราษฎรธรรมมีจริงในชาวอโศก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน