พระ สมณะ ควรหรือไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.04 KB
วันที่แก้ไข16 ธันวาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

พระ สมณะ ควรหรือไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง _๒.พูดถึงการบ้านการเมือง เขาเห็นว่าพระไม่ควรยุ่งกับการเมือง พ่อครูว่า... เหตุเพราะคนพูดว่าพระไม่ควรยุ่งกับการเมือง เขาพูดถูกในสถานะของเขา คือสังคมที่มีจิตอ่อน สังคมที่ไม่มีภูมิธรรม มันก็ถูกการเมืองพวกที่นักหลอกนักล่อ เอามาเป็นหัวคะแนน ช่วยหาเสียงสิ ก็เสร็จเขา เอาเงินมาล่อให้เป็นหัวคะแนนก็หาเสียงให้หมด ฉะนั้นในวงการของคนหัวอ่อนในวงการสงฆ์ที่ไม่แข็งแรงอย่างนั้น ก็ไม่ควรจะไปยุ่ง อย่างเราก็ไม่ได้ไปยุ่งกับการเมืองพวกนั้นเลย เขาไม่ใช่ไม่ยุ่งหรอก เขาเข้ามาหาเราไม่ได้ด้วย เขาจะมาให้เราเป็นหัวคะแนน ไม่ได้ พวกนี้ อย่ามาเล่นเสียให้ยากเลย อย่างนี้เป็นต้น มันเป็นสัจจะของมันโดยตรง เพราะฉะนั้นผู้ที่มีจิตวิญญาณ มีปัญญา มีภูมิธรรมสูงแล้ว ไม่เป็นเหยื่อของการเมือง แต่การเมืองนั้นพระต้องพูด เพราะผู้เป็นสมณะ เป็นอาริยะ เป็นผู้ที่มีทศพิธราชธรรม 10 ข้อแน่นอน ถ้าพระไม่มีแล้วใครจะมีล่ะ ฆราวาสหรือในพระเจ้าแผ่นดินจะต้องมี ทศพิธ คือ 10 อย่าง ในคุณธรรมที่แท้จริง 10 อย่างจริงๆเลย ต้องมี พระต้องมี เพราะฉะนั้น พระจึงเป็นผู้ที่เอื้อต่อประชาชนให้รู้จักทศพิธ ซึ่งเป็นคุณธรรมของมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นพระเจ้าแผ่นดินเรียกว่า ราชะ ต้องมีทศพิธราชธรรม ฉะนั้น ธรรมะพระราชา ต้องมีทศพิธ เหมือนพระ พระเป็นปุโรหิต ของพระเจ้าแผ่นดิน ก็สอนทศพิธราชธรรมให้พระเจ้าแผ่นดิน แล้วพระเจ้าแผ่นดินก็ต้องมีทศพิธราชธรรม จึงจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ดี อย่างเมืองไทยเรานี้ ในหลวง ร.9 เป็นต้น มีทศพิธราชธรรมที่แท้ ซึ่งก็สาธยายถึงสภาพที่ดีงาม ไม่ง่าย ไม่หมดหรอก ละเอียดลออ ครบ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่รู้คำว่า การเมือง คุณก็ไปเอาการเมืองของพวกที่ เสือ สิงห์ กระทิงแรด พว

อ่านต่อ

กการเมืองเสือ สิงห์ กระทิง แรด ไม่ใช่การเมืองที่มีภูมิธรรม มีทศพิธ ผู้ที่เป็น ผู้ที่มีภูมิปัญญา ก็ต้องมีทศพิธ แม้ไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดิน ทุกคนที่เป็นพุทธศาสนิกชนก็ต้องมีทศพิธ ทศพิธราชธรรม ๑. ทาน (การให้) . ๒. ศีล (ความประพฤติดีงาม) ๓. ปริจจาคะ (การบริจาค) ๔. อาชชวะ (ความซื่อตรง) ๕. มัททวะ (ความอ่อนโยน) ๖. ตปะ (การเพ่งเผากิเลส) ๗. อักโกธะ (ความไม่โกรธ) ๘. อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน) ๙. ขันติ (ความอดทน) ๑๐. อวิโรธนะ (ความเที่ยงธรรม ไม่คลาดธรรม) (พตปฎ. เล่ม ๒๘ ข้อ ๒๔๐) พ่อครูว่า... หลักทศพิธราชธรรมใหญ่พวกนี้ ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าแผ่นดินเท่านั้นต้องมี ทุกคนที่เป็นพุทธศาสนิกชนต้องมี ทาน ศีล ใช่ไหม ปริจาคะ หมายความว่า สละของทั้งเล็กทั้งใหญ่ที่เป็นประโยชน์ คือมันเป็นการทานเป็นการเสียสละที่ใหญ่ที่กว้างขึ้น รอบ ปริจาคะนี้รอบ อย่างนี้เป็นต้น พิธะ แปลว่า ต่างๆ หลากหลาย วาไรตี้ ต้องมี 10 ข้อนี้เป็นหลักสำคัญ เป็นคุณธรรมที่แท้จริง หลักปฏิบัติอยู่ในทศพิธมีทั้งนั้น จะบอกว่า ราชธรรม ซึ่ง ราษฎรธรรมะก็มี คนที่มีคุณธรรมทางธรรม สรุปเป็นโลกุตรธรรม โลกุตรธรรมคืออะไร โลกุตรธรรมคือธรรมะที่ผู้ปฏิบัติแล้ว อ่านจิต เจตสิก รูป นิพพาน ของตนเองได้ แยกจิตแยกกิเลสได้ แล้วสามารถทำให้กิเลสลดละ จางคลาย ถึงดับได้ นั่นคือ โลกุตรธรรม ส่วนโลกียธรรมนั้น ไม่รู้ความจริงในเรื่องนี้ โลกียธรรมแม้แต่เป็นชาวพุทธ แม้แต่เป็นพระเกจิอาจารย์ เป็นพระป่า พระกรรมฐานอะไรต่ออะไรที่ไม่ได้รู้รายละเอียดพวกนั้น สาธยายอย่างที่อาตมาพูดไม่ได้หรอก ได้แต่นั่งสงบ สะกดจิต ดับไป หยุดคิด หยุดพูด หยุดทำ นั่นแหละเป็นผู้ที่เหมือนหลวงพ่อเกษมอย่างที่ว่า หรือใครที่พูดน้อยเท่าไหร่ไม่พูดเลยยิ่งดี แล้วไม่ต้องไปกระดุกกระดิกอะไร นั่ง ถึงเวลานอนก็นอน ไม่นอนเลยก็ยิ่งดี นั่งเนสัชชิเป็นพระป่าร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ซึ่งมันไปใหญ่เลย ออกสุดโต่ง ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนต่อสังคม ศาสนาพุทธนั้นเป็นประโยชน์ต่อตน ต่อสังคม อย่างรอบถ้วน เพราะฉะนั้นจึงเป็นศาสนาที่มีการเมือง เป็นศาสนาที่ช่วยสังคม ช่วยเศรษฐกิจ ช่วยการเมือง ช่วยสังคม ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ ทางรัฐกิจหรือสังคมกิจ ช่วยทั้งนั้นจริงๆ ฉะนั้นเข้าใจผิดก็เสื่อม นั่นแหละความเสื่อมที่เข้าใจผิดก็เสื่อมแล้ว ประเด็นที่อาตมาพูดมา เขาบอกว่าพระไม่ควรพูดถึงการเมืองก็อธิบายไปแล้ว พระที่ไม่มีภูมิปัญญา กลายเป็นคนที่จะถูกครอบงำ กลายเป็นหัวคะแนนเป็นต้น หรือเป็นพวกการเมือง เสือ สิงห์ กระทิง แรดเป็นต้น ก็ไม่ควรจะไปยุ่งพวกนี้ 651216 ทศพิธราษฎรธรรมมีจริงในชาวอโศก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน