สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยนิยมคือไฉน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข1 กุมภาพันธ์ 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยนิยมคือไฉน มาเข้าสู่การเมืองสักทีหนึ่ง เข้าสู่ประชาธิปไตยไทยนิยมกำลังฮิต ตอนนี้ ขออ่านบทกวี

แก้“เศรษฐกิจ”ใช้ทิฏฐิ“แบบคนจน”

(1) เศรษฐกิจหากคิดแก้ ปัญหา จักช่วยมวลประชา ชาติให้ “ร่ำรวย”ทั่วภารา มุ่งมั่น กันเลย จ้าง..ไป่สำเร็จได้ อย่าเพ้อละเมอฝัน (2) คนนั้นต่างละล้วน อยากรวย หากพูดเสริมเอออวย ส่งซ้ำ ผลคือยิ่งฉกฉวย ยื้อแย่ง หนักแฮ จึงยากเพราะตอกย้ำ จิตให้กระหายเสริม (3) เติมจิตใส่“ทิฏฐิ”ให้ ผิดทาง “ความอยาก”บ่เจือจาง จัดซ้ำ เพราะสัจจะถูกขวาง ตั้งแต่ เริ่มแล กิเลสถูกกระตุ้นย้ำ ยิ่งร้ายโกงกิน (4) “แย่ง”สินทรัพย์ไม่แก้ ปัญหา “แบ่ง”ต่างหากจักพา สงบได้ ต้อง“ศาสตร์พระราชา” ทิฏฐิสุด วิเศษเฮย พร้อมครบทาน,ศีลให้ ถูกแท้สัมมา (5) ต้อง“ปัญญา”ฉลาดขั้น โลกุตระ ซึ่งฉลาดแค่“เฉกะ” ไม่แก้ “เฉกะ”ฉลาดไป่ละ กิเลสหร็อก ต้องฉลาด“อริยะ”แท้ ถูกต้นปัญหา (6) ลดราความโลภได้ ในจิต ขยันมากสร้างผลผลิต หลากล้น “ของดี-แต่ถูก”ชนิด ขาย“ขาด-ทุน”เลย เพราะวิสุทธิ์หลุดพ้น มักน้อยจริงใจ (7) หากใครจบด้วย“แบบ- คนจน” จักฉลาดที่เป็นคน สละได้ ผู้โง่ยิ่งพาตน ตกต่ำ แสวง“รวย” แก้เศรษฐกิจต้องใช้ ศาสตร์แท้พระราชา

“สไมย์ จำปาแพง” 5 ม.ค. 2561 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 331 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561]

“ประชาธิปไตยไทยนิยม”คือไฉน?

(1) “ไทยนิยม”นั่นไซร้ ไฉนใด เป็น“ประชาธิปไตย” ที่แท้ มีอัตตลักษณ์ใน ใจลึก กันเฮย ซึ่งยากที่จักแก้ เปลี่ยนเชื้อ“นิยม”เดิม (2) แต่เสริมกันเพื่อให้ สมสมัย ปรุงแต่งกันออกไป ซ่านฟุ้ง เพื่อลบ“ราก”จากไทย นั้นไป่ ได้นา “อธิปไตย”ไทยรุ้ง เลิศแล้ว“ไทยนิยม” (3) ไทยคมค่าพุทธด้

อ่านต่อ

วย “วิญญาณ” ยิ่งกว่า“ยีน”สืบสาน ชาติเชื้อ ฝังรากจิตไทยจาร โลกุตร์ มาแฮ “อธิปไตย”ไทยเอื้อ ประเทศไว้เป็นไทย (4) ใครบ่แจ้งสัจจ์แท้ ว่าพุทธ นั่น“ประชาธิปัตย์”สุด วิเศษแล้ว แต่บ่ชัด“โลกุต- ระ”เลอะ เองพ่อ จึ่งออกนอกทางแคล้ว คลาด“เนื้อพุทธ”ไป (5) “ราชาไทย”รัชชเก้า ทรงวัตร มีพระจริยะยืนสัตย์ ยิ่งไซร้ “ประชาธิปไตย”ชัด ตามหลัก พุทธเลย “ไทยนิยม”จึ่งได้ อยู่ยั้งยืนยง (6) ผู้หลง“ต่างชาติ”ล้วน งงงม หลง“ศาสตร์นอกพุทธ”จม ไม่ฟื้น จึงเป็นเช่นเห็น“สม- เพช”สุด เศรษฐกิจเลยเตี้ยตื้น ต่ำด้วยทุนนิยม (7) “ไทยนิยม”คมชัดด้วย “ความจน” ผู้ฉลาดจึ่งเป็นคน สละได้ ผู้โง่ยิ่งพาตน ตกต่ำ แสวง“รวย” แก้เศรษฐกิจต้องใช้ ศาสตร์แท้พระราชา

“สไมย์ จำปาแพง” 29 ม.ค. 2561 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 332 ประจำเดือนมีนาคม 2561]

พ่อครูว่า… มาฟังความเห็นอื่นบ้าง

การเมือง.. เรื่องเงินๆ พัสณช เหาตะวานิช วันเสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561, 02.00 น. ประชาธิปไตยไทยนิยม…วาทกรรมประดิษฐ์ใหม่ อย่างไรคือ “ไทยนิยม” ส่วนตัวผมยอมรับและออกตัวเลยว่า ชอบคำคำนี้ และไม่ต้องการให้คำคำนี้ กลายเป็นคำที่มีความหมายในทางไม่สร้างสรรค์ หรือกลายเป็นคำเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่งไปความหมายเดียวเพราะคำนี้จะกลายเป็นคำสร้างสรรค์ทางการตลาดต่อประเทศไทยของเราที่เท่ได้

คุณบรรยง พงษ์พานิช ได้กรุณาเล่าให้ฟังครับว่า ในมุมมองของคุณบรรยงนั้น คำคำนี้กลายเป็นวาทกรรมประดิษฐ์ใหม่แห่งต้นปี 2561 ไปเสียแล้ว

คุณบรรยงแกสะท้อนไว้ว่า...

ได้ยินคำนี้หลายครั้งแล้วครับ แต่ยังไม่เข้าใจความหมายเลย ผมพยายามไปตามการอธิบายของท่านผู้ประดิษฐ์คำเท่นี้ขึ้นมา ก็ไม่เห็นมีสาระเนื้อหาอะไร นอกจากการเอาคำพูดมาเรียงๆกันไม่มีการสอดคล้อง หาแก่นสารไม่เจอ เหมือนนึกคำอะไรได้ก็พูดๆขึ้นมา อย่างที่ท่านไปอธิบายที่งานวันครูว่า “ประชาธิปไตยไทยนิยมของผม ก็เหมือนคนไทยชอบอะไรก็ชอบ รักอะไรก็รัก เกลียดอะไรก็เกลียด บางคนก็รักๆ เกลียดๆ เดี๋ยวข้างนี้บ้าง ไปเกลียดข้างโน้น ผมไม่เคยเกลียดใคร เพราะทุกคนคือคนไทยทั้งสิ้น เว้นแต่บางคนเค้าเกลียดผม แต่ในความเห็นผม ไม่น่ามีนะ” บ่องตงมันเกินปัญญาคนสมองตื้นอย่างผมจะเข้าใจ

ท่ามกลางความงุนงงผมก็เลยไพล่ไปนึกถึงคำอย่าง Burmese Way to Socialism ที่น่าจะแปลได้ว่า “สังคมพม่านิยม” ซึ่งเป็นระบบที่นายพลเนวิน จอมทรราชแห่งพม่า คิดประดิษฐ์ขึ้นมาหลังจากรัฐประหารยึดอำนาจจากประธานาธิบดีอูนุได้ในปี 2505 แล้วก็ใช้ปกครองพม่ามาร่วมห้าสิบปีซึ่งก็ได้ผลในแง่ของความ “มั่นคง” สามารถ “เอาอยู่” ให้ประเทศอยู่ภายใต้อุ้งตีนเหล่าขุนทหารได้ยาวนานร่วมห้าสิบปี

…ส่วนเรื่องความ “มั่งคั่ง” นั้นไม่ต้องพูดถึง นอกจากเหล่าทหารและพ่อค้าที่สวามิภักดิ์ในเครือข่ายที่มั่งคั่งอ้วนพีแล้ว ประชาชนทั่วไปล้วนอดอยากปากแห้งกันทั่ว การพัฒนาหยุดชะงัก สามารถทำให้ประเทศที่มีทรัพยากรมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ให้กลายเป็นประเทศที่ยากจนเกือบที่สุดในเอเชียได้อย่างน่าอัศจรรย์ จากเมื่อปี 2505 ที่ชาวพม่ามีรายได้ต่อคนต่อปีสูงเป็นกว่า 150% ของคนไทยมาปัจจุบันมีรายได้แค่หนึ่งในห้าของเรา($1,200/$5,900) ดีกว่าแค่เขมรกับอัฟกานิสถานเท่านั้น นี่แหละครับ “นวัตกรรมการปกครอง” แบบ “พม่านิยม” ใช้แต่ภูมิปัญญาพม่ามากำหนด

หรือจะเลยไปถึงระบอบ Bolivarianism นวัตกรรมของ Hugo Chavez ซึ่งเป็นส่วนผสมมั่วๆ ของสังคมนิยมชาตินิยมและประชานิยมที่คิดขึ้นมาเพื่อเถลิงอำนาจปกครองเวเนซูเอล่าจนตลอดชีวิตซึ่งก็ “มั่นคง” อยู่ได้ก็เฉพาะช่วงชีวิตท่านชาเวซเท่านั้น ปัจจุบันประเทศก็ลุกเป็นไฟ ล้มเหลวในทุกด้านประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว

นี่แหละครับ …ทั่วโลกเขามีประสบการณ์มีบทเรียนมีภูมิปัญญาสากลที่ผ่านการปรับปรุงพัฒนาการปรุงแต่งกันมาอย่างดี ถึงแม้ยังไม่มีที่ไหนถึงจุดสมบูรณ์พร้อม แต่ก็จะเป็นการเสี่ยงเกินไปนะครับ ที่เราจะคิดดัดแปลงตามใจโดยไม่ดูหลักการที่พัฒนามา

ขอกลับมาสู่คำ “ประชาธิปไตยไทยนิยม” นะครับ ไหนๆ ท่านก็ทำท่าชัดแจ้งว่านี่ต้องเป็นระบบที่คนไทยจะต้องถูกบังคับยัดเยียดให้ “นิยม” ให้จงได้ ก็ขอให้ท่านอธิบายให้แจ่มแจ้งได้ไหมครับว่า มันคืออะไร มีหลักการอย่างไร แตกต่างจาก “ประชาธิปไตยสากล” เขาอย่างไร หรือท่านจะคิดคำแล้วสั่งให้นักวิชาการรอบตัวท่านไปสร้างรายละเอียด สร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมารองรับก็ยังดี อย่างน้อยถึงจะไม่มีสิทธิมีเสียง พวกเราประชาชนจะได้รู้ว่า จะต้องถูกปกครองอย่างไรจะได้ “อยู่ให้เป็น” ทำตัวได้ถูก

อย่างที่ท่านทำมา รัฐธรรมนูญเฉพาะตน 179 มาตรา แผนยุทธศาสตร์ล็อกชาติ 20 ปี และนานามาตรการดูมันไม่มีหลักอะไรเป็นแก่นเลยนะครับ เหมือนนึกอะไรได้ ก็ทำ ก็สั่ง ก็เติมไปเรื่อยๆ อย่างให้ประชารัฐช่วยส่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน โดยที่ไม่มีมาตรการส่งเสริมการแข่งขันในด้านไหนเลย ก็ดูจะขัดกับหลักสากลโดยสิ้นเชิง

ใครก็ได้ช่วยให้นิยามให้คำอธิบาย “ประชาธิปไตยไทยนิยม”ให้ชัดเจนหน่อยได้ไหมครับ หรือท่านจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการเพื่อการนี้อีกสักคณะ ก็ได้นะครับ เพราะไหนๆเราก็มีหลายสิบหลายร้อยคณะแล้ว ที่ท่านตั้งขึ้นมาในสี่ปี

คือก็จะเห็นครับว่าเวลาผู้นำประเทศมีวาทกรรมประดิษฐ์ใดๆ ออกมาจะกลายเป็นผลบวกหรือลบหรือสร้างสรรค์ในระดับใดนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่ต้องมองให้ลึกและต้องระวัง

………………………………………

ตอนนี้คำว่า “ไทยนิยม” ดันกลายเป็นคำศัพท์วาทกรรมไปทางการเมืองเสียแล้วแต่ว่า..

อย่างที่ผมเคยว่ากันไปก่อนหน้านี้ในบทความก่อนๆครับว่า หลายๆการบรรยายของคุณกรณ์ จาติกวณิช แกได้เน้นคำว่า Hi-Tech หรือการพัฒนาบ้านเรา ประเทศไทยของเราต้องมาคู่กับ Hi-Touch

ย้ำกันตรงที่ Hi-Touch นี่แหละครับที่ผมมองว่า แปลเป็นไทยได้อย่างเท่ๆ เชิงการตลาดได้ว่า “ไทยนิยม” จึงรู้สึกเสียดายคำนี้ที่ถูกนำมาใช้ในทางการเมืองเรียกเป็น ประชาธิปไตยไทยนิยมไปเสียอย่างนั้น

Hi-Touch คือ Soft Power ของประเทศที่ไม่อาจมีประเทศใดทำได้เหมือนเรา คือสมบัติของชาติทางด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทุกแบบ อาหารการกิน และแน่นอน รวมถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศ

ประเทศที่ประสบความสำเร็จจาก Hi-Touch ก็ไม่ไกลเรานี่เองครับ ญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้แต่จีนก็ตาม ญี่ปุ่นโดดเด่นมาก ขายวัฒนธรรมจนเป็นสินค้าส่งออกได้อย่างสง่างาม อาหารญี่ปุ่นใครๆ ก็รู้จักแพร่หลาย และกินง่าย และติดใจกันทุกคนทุกชาติไป

กลับมาที่ไทยของเราครับ หลับตานึกตอนนี้ Hi-Touch ของเราก็หนีไม่พ้นสิ่งที่ดีงามที่มีอยู่แล้วในประเทศนี้ หลายอย่างถูกลดความสำคัญ ลดราคา ลดการให้คุณค่าไปมาก เช่น “ข้าวไทย” และแน่นอน ผมพูดเสมอมา ข้าวอิ่ม ตอบโจทย์จุดนี้ที่ชูจุดเด่นของข้าวไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วย การสร้างสตอรี่ สร้างประสบการณ์ สร้าง Hi-Touch ในตัวข้าวของไทยเราที่โดนมองข้ามมาจนมีราคาขึ้นมาได้ ผสมผสานกับศาสตร์ของผ้าขาวม้าชาวบ้าน แล้วให้ไทยดีไซเนอร์มาออกแบบไทยๆ จนติดตลาดเพิ่มรายได้ให้ชาวนามหาสารคาม มาถึงปีที่ 4

Hi-Touch ของไทยอีกอย่างที่ดังมากๆ ตอนนี้คือภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง 9 ศาสตรา ที่นำเสนอเนื้อหาฮีโร่ที่ใช้ “มวยไทย” ในการต่อสู้กับยักษ์ที่มีเค้าโครงมาจากรามเกียรติ์และแน่นอนที่ดีงามที่สุดคือการนำเสนอความเป็นไทยได้อย่างไม่ยัดเยียดจนเกินไป มีชั้นเชิงในการนำเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาติมาเปิดโลกให้ชาวโลกได้เห็นและเข้าใจ

ตัวอย่างง่ายๆ ของผมตัวอย่างสองเรื่องนี้คือ “ไทยนิยม” ในนิยามที่ควรจะเป็นคือเอา “ไทยนิยม” มาขายของเป็นสินค้าและบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชาวโลกได้จับจ่าย เอาเงินเข้าประเทศของเรา สร้างวาทกรรมประดิษฐ์ได้ แต่ควรเป็นวาทกรรมสร้างสรรค์เป็นบวกเป็นคุณต่อคนในชาติส่วนรวม ไม่ควรจะนำชื่อเท่ๆ แบบนี้ มากลายเป็นวาทกรรมการเมือง เสียดายจริงๆ ครับ. พ่อครูว่า...อาตมาก็เคยพูดมาก่อน ไทยนิยม นิยมไทย ภาษาเก่าไม่ใช่ภาษาใหม่ เนื้อหาสาระต่างหากที่สำคัญ อรรถะสำคัญกว่าพยัญชนะ ไทยนิยมก็คือ มานิยมความจนมานิยมคนจน ไม่นิยมความรวย นี่ต่างหากที่ควรทำความเข้าใจและควรจะทำอันนี้วัฒนธรรมอันนี้ เป็นวัฒนธรรมจะช่วยโลก คนจนนี่จะช่วยโลก อย่ามานั่งเอาความรวยมาเป็นวัฒนธรรม ล้มเหลวเอาความรวยไปช่วยโลก เพราะคนจะไปหลงรวยยิ่งรวยจะฆ่ากัน แต่ถ้ามาจน มาพอแล้วรู้จักจน จนจนถึงขั้น 0 ยังเหลือคำว่าเลือกตั้งก็ขอเกริ่นไว้หน่อย การเมืองที่เป็นการเมืองสุดวิเศษนั้นการเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว ตื้นๆ ที่คนรู้ไม่ได้ ประชาชนคือมวลจำนวนมาก ต้องให้ประชาชนมาออกเสียง แล้วประชาชนมวลมากคือประชาชนมีกิเลสมาก คนพัฒนาให้กิเลสลดลง มันมีน้อย แล้วจะเอาคนที่มีกิเลสมากไปเลือก มันก็เป็นประชาธิปไตยขาเดียวตื้นๆ ใครก็เข้าใจได้ เห็นว่าเลือกตั้งเป็นความเห็นประชาชนส่วนรวมนั้นไม่เห็นจะยากเลย ก็เอาคนไปเข้าคอกลงคะแนน มันจะไปยากอะไร ต้องเอาเนื้อหาพฤติกรรมของคนบริหาร ต้องเอาของจริงด้วยไม่ใช่ fake news เอาของจริงฟีโนมีนอน เป็นค่าเฉลี่ยองค์รวม ประชาธิปไตย 86 ปีมานี้ นี่แหละคือผลที่เป็นองค์รวม ประชาธิปไตยที่ทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าดีมาก อาตมาเห็นอย่างนั้นจริงๆ ฝากไว้ก่อนโอฬาร การเมืองกระสันเร่งเลือกตั้งแต่มหาชนเอือม ผวาวงจรอุบาทว์คืนชีพ มีของคุณกมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม เลียบวิภาวดี เรื่อง เลื่อนวันเลือกตั้ง 2 อันนี้จะเอาไว้อ่านในวันที่ 31 มกราคม 2561

610129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัจจะมีหนึ่งเดียวและประชาธิปไตยไทยนิยม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน