สื่อธรรมะพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน ประกาศขายภูผาฟ้าน้ำ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ประวัติศาสตร์อโศก) ตอน ประกาศขายภูผาฟ้าน้ำ อ.๑ ว่า...กราบนมัสการครับ ตอนนี้สุขภาพพ่อครูเป็นอย่างไรบ้างครับ? พ่อครูว่า...อายุปูนนี้แล้วสุขภาพอย่างนี้ก็ถือว่าแข็งแรงอยู่ อ.๑ ว่า...หลายคนได้ฟังคลิปเสียงที่ปัจฉาสมณะเผยแพร่ออกมาว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายแล้ว แต่พ่อท่านบอกว่าผู้นิยตะแล้วจะไม่มีวันถอย พ่อครูว่า...ก็พูดขู่ไปอย่างนั้น เพราะว่าไม่เอาถ่านกันเลย ก็เลยพูดไป คนไม่เอาถ่าน จะกลัวบ้างไม่กลัวบ้างก็แล้วแต่ ในฐานะของครู ก็ต้องหาวิธีการหลอกล่อให้พวกลูกศิษย์ หรือว่าโปรแกรมนี้ตั้งใจที่จะฟัง อ.๑ ว่า...การฉลองหนาว พ่อท่านมีนโยบายมีแนวทางอย่างไรครับ พ่อครูว่า...ที่จริงไม่มีเรื่องมากอะไรหรอกฉลองหนาว ก็เปลี่ยนสถานที่เปลี่ยนบรรยากาศ อยู่นั่นอยู่นี่ก็เคลื่อนที่บ้าง ไปอยู่บรรยากาศที่ไม่เหมือนเดิม ทางโน้นทางเหนือ 1 ปีก็ไปเยี่ยมเยียนกัน พุทธฐานเรามีสถานที่เรามี บรรยากาศอย่างนั้นอย่างนี้ กรุงเทพก็อย่างหนึ่ง อุบลก็อย่างหนึ่ง เชียงใหม่ก็อย่างหนึ่ง อะไรอย่างนี้ และก็เป็นสถานที่ของพวกเราก็ไปเยี่ยมเยียนกัน เคลื่อนที่ไปเคลื่อนที่มา แต่เสร็จแล้ว จริงๆแล้วไม่ได้เจตนาให้มันหนัก ให้เป็นการศึกษาเข้มข้นอะไร นี่แหละมากกว่า ไปพักผ่อนอิริยาบถบ้าง ผ่อนคลาย ไปอย่างนั้น เจตนาจริงๆก็แค่นั้น เป็นสถานที่ไปเยี่ยมเยียนกันด้วย แล้วก็จะได้คลายเส้นสาย พักผ่อนกันไปด้วย แต่เราก็ทิ้งธรรมะไม่ได้ เราก็มีธรรมะไปเสมอ แม้จะมีการเล่นเราก็จะมีธรรมะ อะไรเราก็ยังมีธรรมะอยู่อย่างนั้นแหละ ตามที่ได้ทำมา อ.๑ ว่า บนดอยมีนโยบายเป็นโรงเรียนนวกะ ตอนนี้นวกะก็มีน้อยลง พ่อท่านเคยสอนสมณะ นวกะ ก็ฟังกัน ถ้าฟังพ่อท่านตอนอยู่ข้างล่าง พ่อท่านเคยบอกว่า ไม่อยากให้เหมือนควายเชื่ออะไรง่ายๆ แต่พ่อท่านก็เคยบอกว่าสมณะบนดอย
อ่านต่อ
หัดเป็นควายเสียบ้าง มันจะขัดแย้งกันไหมครับ พ่อครูว่า..ก็หากมันชักจะรู้สึกเก่งเสียเหลือเกิน ไม่ฟังกันบ้าง ก็บอกว่าให้ทำตัวเป็นควายบ้าง เราก็โง่นะไม่รู้อะไร ก็หาความรู้ใส่ตัวบ้าง ก็พูดเป็นสำนวน เพื่อให้รู้สึกว่าให้แก้ไขตัวเอง ไม่อย่างนั้น ควายก็เอาไปใช้แทน บางทีก็ หัดเป็นควายก็คือ ยอมลดตัวลดตน เป็นผู้ไม่รู้อะไรโง่เง่า จะได้เจียมตัว ถ้าเผื่อว่าไม่เป็นควายเป็นสิงห์คะนอง มันก็ไม่ได้สอนกันพอดี อ.๑ว่า...พ่อท่านว่า ไม่ได้อยากได้สังคมควาย พ่อท่านว่า...พูดไปอย่างนั้น มันคือความโง่ก็หัดเป็นคนโง่เสียบ้างจะไปหยิ่งผยองถือตัวว่าตัวเองรู้แล้วไม่เป็นควายเสียที ก็ให้มันเป็นควายเสียที มันก็ไม่ขัดแย้งกัน แค่เอาวลีไปพูดมันก็ขัดแย้ง แต่เนื้อหามันต่อเนื่องกันได้ ไม่ขัดแย้งกัน อ.๑ ว่า...ฟังธรรมต้องมีมิติสังคม ไปเอาอันนั้นอันนี้มาต่อกันไม่ได้ พ่อครูว่า..มันต้องมีองค์ประกอบความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน เหมือนกับที่ไอสไตล์ บรรลุการตรัสรู้ของแก ว่าทุกอย่างเป็นรีเลชั่น Relative ทั้งหมดอย่างนี้เป็นต้น ไม่มีอะไรขาดจากกัน ทุกอย่างถึงกันหมดรวมถึงดวงดาวสัมพันธ์กันหมด แต่ว่ามันก็ต้องดูบริบท ที่เราจะต้องเรียนรู้แต่ละปริเฉท เราจะไปเรียนหมดเลยทุกอย่างสัมพันธ์กันหมดเลย พูดถึงดอกไม้ ก็เอาดวงดาวมาพูด พูดถึงดวงดาวคุณก็เอาดอกไม้มาพูดเละไปหมด คนตามไม่ทัน สิ่งแวดล้อมคุณต้องรู้ว่าพูดกับคนกลุ่มไหน สัปปุริสธรรม ปริสัญญุตา กาลัญญุตา กาละนี้พูดได้เท่าไหร่บริบทเท่าไหร่เราก็ใช้ให้ถูก ทั้งบริบท ปริเฉท ให้ได้สัดส่วนพอดี เกี่ยวกับกีฬาอาริยะ พ่อท่านเคยพูดว่า คนได้รางวัลน้อยกว่าก็คือคนที่เก่ง พ่อครูว่า..ทวนกระแส แข่งเอาความมักน้อยสันโดษความหมดตัวตน ไม่ได้ถือในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ไม่ได้แข่งไปเพื่อจะได้สิ่งยิ่งใหญ่ แต่ต้องได้สิ่งที่ยิ่งน้อย เพราะฉะนั้นรางวัลที่ 1 ก็จะต้องได้ 5 สตางค์ รางวัลที่ 2 ได้ 25 สตางค์ รางวัลที่ 3 ได้ 50 สตางค์ อย่างนี้เป็นต้น รางวัลที่ 3 ก็ยิ่งได้มากเพราะเป็นคนชั้นหล่อ รางวัลชั้น 1 ยิ่งได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย แต่เราจะต้องให้รางวัลก็เลยให้น้อยที่สุด แต่มันหาเหรียญบาทไม่ได้ ก็เลยเอาเหรียญ 5 สตางค์หรือเหรียญ 5 บาท อ.๑ว่า...มีอีกอันหนึ่งที่ชาวภูผาฯบางคนฟังแล้วสะเทือนใจใจหายก็มาถามผมว่า...ได้ข่าวว่าจะขายภูผาฟ้าน้ำจริงหรือ พ่อครูว่า..ขายจริงๆจะได้ออกมารวมกัน ถ้ามีคนซื้อก็ขายจริงๆเลยเอาเงินมาใช้งาน ไม่ได้พูดเล่น พูดจริงๆ มีคนซื้อจะขายจริงๆ ส่วนตัวใครจะซื้อก็ซื้อไปเลย เราก็เลยจะได้ยกภูผาฟ้าน้ำมาเป็นพุทธสถานที่อื่น เดี๋ยวนี้หาพระนวกะไปก็ไม่มีแล้ว มันเสียประโยชน์ มีแต่จมกับจม อย่างน้อยก็จะได้ดึงท่านยุทธวโรนี่ออกมา โอ้โห กลายเป็นจมอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า อุบาลี ออกป่านี้ท่านไม่ได้สมาธิ ท่านยุทธวโรไม่ได้สัมมาสมาธิของศาสนาพุทธเลย ไม่เข้าใจสัมมาสมาธิของศาสนาพุทธเลยก็เลยยิ่งจะจม เห็นลักษณะจมไหม ท่านยุทธวโรเป็นตัวอย่าง ไม่จมก็ลอย จมอย่างพูดกันไม่รู้เรื่องเลย ทุกวันนี้พูดกับท่านยุทธวโรรู้เรื่องที่ไหน จมดิ่งหายไม่รู้เรื่อง อยู่กับอัตตาอนุสัยอยู่กับหลุมดำ อยู่ในหลุมดำมืด ไม่มีใครพูดกับท่านรู้ด้วย เพราะท่านจมของท่านเอง มันเป็นการเสียหาย ถ้าหากขายภูผาฟ้าน้ำได้ ท่านก็จะได้ออกมา อย่างน้อยก็มาอยู่ภูฟ้าผาธรรม มาอยู่ข้างล่างบ้าง ไม่งั้นช่วยท่านไม่ได้หรอก ก็ท่านว่าจะอยู่เพราะเป็นที่ของเรา อย่างน้อยขายไปให้คนอื่น คนอื่นก็จะได้เอาไปทำประโยชน์อื่นจะได้ออกมาจากที่นั่น อ.๑ ว่า ก็คงจะซาบซึ้งกับความกรุณาของพ่อท่านนะครับ พ่อครุว่า...ถ้าหากซาบซึ้งก็ดี ผมเองยังไม่มั่นใจว่าจะพูดกับท่านรู้เรื่องเลย อ.๑ว่า..ถ้าจะขาย จะขายราคาเท่าไหร่ครับ พ่อครูว่า..ลองตั้งกันดูสิว่าราคาเท่าไหร่ดี ขายสองแสน สองล้าน ยี่สิบล้าน อ.๑.ว่าจะลองถามกรรมการเขาดูครับ พ่อครูว่า...สิบล้านยี่สิบล้าน ห้าสิบล้านอะไรก็เอา ประเมินดู สถานที่ แล้วไม่มีโฉนดอะไร เป็นที่ สค.ซื้อขายได้ อ.๑ ว่า..มีไม่ต่ำกว่าร้อยไร่ พ่อครูว่า...เป็นโลเคชั่นที่หาไม่ได้ง่ายๆนะ เป็นธรรมชาติ คนที่มาซื้อธรรมชาติเอาไปทำรีสอร์ทเขาก็ต้องมาดู ถ้าจะขายได้ราคา ก็ดูสิว่าราคาตลาดเท่าไหร่ ก็เซ้งก็ขายไป ถ้าเราจะเอาอย่างที่ภูฟ้าผาธรรมเล็กๆน้อยก็พอดีๆ ภูผาฟ้าน้ำนี้ใหญ่ไป ตอนนี้จุ้ยก็สร้างทำ ลงทุนเพื่อให้เราได้ใช้ เป็นสถานที่ดีๆ อ.๑ ว่า อยู่กับพ่อท่านนี้ยึดอะไรไม่ได้เลยนะครับ พ่อครูว่า..ขายจริงๆไม่ได้พูดเล่นพูดขู่นะ เป็นความคิดเห็นเช่นนั้นจริงๆ ว่าขายเสียประวัติประโยชน์มันมีน้อย เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน ไม่ได้เรื่องเสียประโยชน์ จนกระทั่งเห็นตัวอย่างท่านยุทธวโรจมหนัก อย่างที่ พระพุทธเจ้าสอนพระอุบาลี ผู้ไม่ได้สมาธิไปอยู่ป่าก็มีได้ 2 อย่างคือไม่จมก็ลอย จะบ้าได้เลย ไม่บ้าก็อย่างท่านยุทธวโรนี่แหละ ฉลองหนาว อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องมีในปฏิทินอโศก เหมือนกับฉลองน้ำที่บ้านราดเดี๋ยวนี้ก็ไม่มี หมดยุคสมัย ที่จะตื่นเต้นฉลองน้ำแล้ว อันนั้นก็เหมือนกันคงจะหมดความตื่นเต้น ฉลองหนาวก็คงจะหมดยุคสมัย ตามกาละได้ นี่บอกไว้ให้ทราบเลย ปีหน้า 2562 ทิ้งท้ายปี 2561 ก็ไปตามปฏิทินที่กำหนด แต่คิดว่าพ. ศ. 2562 นี้ ในปฏิทินหลุดออกไปแล้ว ฉลองหนาวคงหมดยุค ของชาวอโศกที่จะฉลองหนาว ส่วนธรรมชาติอโศกนี้หมดยุคไปแล้วตกไปตั้งนานแล้ว ธรรมชาติอโศกก็ไปที่ชเลขวัญแล้ว ตอนนี้ก็เละเทะอยู่ คนน้อยจริงๆ มันไปไกลด้วย แต่ว่าจริงๆแล้ว คนไปทางใต้ไม่ค่อยอยากจะไปเท่ากับทางเหนือ ขนาดไปทางเหนือคนก็ยังน้อย ไปทางใต้คนก็ยิ่งน้อย เห็นว่ามันไม่คุ้มแล้วเราก็ปลดระวาง อ.๑ว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมไปเป็นตามเหตุปัจจัย พ่อครูว่า...ใช่ยึดมั่นถือมั่นอะไรไม่ได้ เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เป็นการศึกษาด้วย แต่ถ้าหากไปยึดมั่นถือมั่น มันก็ยึด คนยึดก็ยึดไป 610127_พ่อครูโฟนอิน เทศน์เปิดงานฉลองหนาว ครั้งที่ 13