สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เตโชวิปัสสนา ไม่มีในศาสนาพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข1 กุมภาพันธ์ 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เตโชวิปัสสนา ไม่มีในศาสนาพุทธ _ส.บินก้าว ขอให้พ่อครูโปรดอธิบาย “เตโชวิปัสสนา” เป็นอย่างไรครับ พ่อครูว่า…ตอบขั้นต้น ไม่มีในศาสนาพุทธ แม้แต่ภาษาบัญญัตินี้ เขาก็แต่งใหม่ขึ้นมาเอง ไม่มีภาษานี้ของพระพุทธเจ้า เตโชวิปัสสนา แต่เก็บมาจากถังขยะไหนก็ไม่รู้ เขาเอาภาษาสมถะมาปนกับวิปัสสนา เตโชกสิณ วาโยกสิณ อาโปกสิณ ปฐวีกสิณ เป็นต้น แล้วเอามาโหนคำว่าวิปัสสนา นี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมของคน ขอยืนยันว่าไม่มีในพระไตรปิฎกเลย อาจมีบาลีอรรถกถาจารย์แต่ในพระไตรปิฎกไม่มีหรอก เป็นการเอาสมถะมาผสมวิปัสสนาเป็นภาษากะเทย ไบโพล่า มีสองเพศ มันไปกันใหญ่เลย ก็คิดว่า ถ้าอธิบายสมาธิหลับตาเพ่ง เตโชกสิณ ก็มีผลแบบภพภูมิของเตโชกสิณเป็นมิจฉาผลซึ่งมีแต่สัญญา นั่งหลับตาสะกดจิตมีแต่สัญญาไม่มีปัญญา มีแต่สัญญาบันทึกไว้ในความสำเร็จ เขาอยู่ในความจำของเขา แต่ที่เขาจำไว้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ในชาติก่อนเขาก็จำอย่างนี้มาแล้วต่อๆมาจนถึงชาตินี้ มาในชาตินี้ก็นึกขึ้นได้ของเดิมของตน เอาออกมายืนยัน เขาก็ว่าระลึกชาติได้ เป็นของเก่าใช่ จริง แต่มันเป็นความรู้เก่าที่มิจฉาทิฐิมาแต่เก่า แต่เขายังไม่สามารถที่จริงก็ต้องมิจฉาทิฐิตามมา เป็นสัญญาของเขา เป็นความจำของเขาไม่สับสนอะไร มันก็มีของเขา ในพรหมชาลสูตร บอกไว้ครบแล้ว มีทั้งอนาคตที่เพ้อ ก็เคยจำมา อดีตก็จำมา มาคิดปัจจุบันใหม่อีกก็หลงว่าถูกต้องอีก เขามั่นใจของเขาเอง มาคิดอนาคตใหม่ก็จำจากอดีตที่จำมาเป็นอนาคตที่เพ้อไม่จริงของเขา มันปนกัน อนาคตที่เขาคิดชาติใดแล้วจำใส่สัญญาเอาไว้ แล้วมาชาตินี้ก็นึกได้อีก เป็นอนาคตที่เขานึกว่าอดีต คิดถึงแล้วไม่ใช่อนาคต แต่เป็นอดีตที่เขาฝังไว้ในสัญญา เมื่อมาชาตินี้เขาจำได้ก็ตามมา ไปสำทับอดีตหรืออนาคตที่เป็นอดีตเข้าไปว่าใช่ๆ ก็ลงลึกในความ

อ่านต่อ

เชื่อของเขา น่าสงสาร อาตมาพยายามอธิบาย มันเป็นความซับซ้อน สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ยากจะแกะได้ แต่ถ้าหากทำความเข้าใจแต่ของเดิม แต่ไม่ได้ศึกษาวิธีปฏิบัติแบบใหม่ อย่างที่สัตบุรุษ ที่ต่างจากของคุณ ก็ขาดปรโตโฆสะ ก็จมอยู่ที่เก่า สู่แดนธรรมว่า...เตโชวิปัสสนากรรมฐาน คือ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามหลักสติปัฏฐานสี่ สายเตโชวิปัสสนา

มาจากคำว่า เตโช + วิปัสสนากรรมฐาน

หลักการภาวนา เป็นการจุดธาตุไฟในกายมาเผากิเลส ไม่ใช่เตโชกสิณ ที่เพ่งไฟจากภายนอก

เตโชวิปัสสนา เน้นมาที่การมีความเพียรเผากิเลส เป็นเทคนิคในการปฏิบัติ ที่ตีตรงมาที่หัวใจของคำว่า "อาตาปี สัมปชาโณ สติมา" พึงมีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน

เตโชวิปัสสนา คือ การตั้งสติรู้ กาย เวทนา จิต ธรรม ด้วยเทคนิควิธีการที่ทำให้เกิดธาตุไฟในกายจุดขึ้นมาเผากิเลส ทำให้จิตบริสุทธิ์อย่างรวดเร็ว อันเป็นวิธีปฏิบัติวิปัสสนาทางลัดตัดตรงสู่นิพพาน ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ไม่เคยมีใครได้รู้หลักการภาวนานี้มาก่อน พระอาจารย์สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ได้สื่อจิตมาสอน อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ในปี 2550 จนได้เข้าถึงธรรมอันกระจ่างอย่างรวดเร็ว ดังที่ได้บันทึกไว้ในหนังสือ "เตโชวิปัสสนา...เปิดประตูนิพพาน" และ "ฆราวาสบรรลุธรรม" พ่อครูว่า...เลี่ยงภาษาเท่านั้น อันเดียวกัน ไปหลอกคนที่เข้าใจภาษาไม่ได้ ภาษานี้หมายถึงสภาวะเดียวกับกับเตโชกสิณ เอารูปไปผสมกับนาม สติของคุณนั้นมันอยู่แค่ภายในเท่านั้น สติมันต้องรู้นอกในด้วย สติที่รู้แต่ภายในเป็นสติของสัญญา หากมีสติเต็มร้อยต้องลืมตามีทวารทั้ง 6 ครบ ทั้งนอกและในจิต แต่ที่คุณตีความ เอาสติมา แต่มันสติมืด สติมั่ว ไม่ใช่สติมา คนที่ไม่ประสีประสาก็ถูกคุณอัจฉราวดีนี้หลอกก็ได้ ก็ต้องป้องกันเอาไว้ ที่พูดนี้ไม่ได้แข่งดีแข่งเด่นกับเขา แต่พูดในฐานะเป็นชาวพุทธ ถ้าคุณไม่ใช่พุทธศาสนาก็แล้วไป แต่ถ้าคุณบอกว่าเป็นพุทธศาสนาก็ต้องอธิบายความจริงที่ต่างกันไป ของพระพุทธเจ้าไม่มีทางลัด มีแต่ไปตามลำดับ ตั้งแต่ทีละปริเฉท แต่ละองค์ประกอบไปตั้งแต่ธรรมะ 2 จนเป็นสามเส้า จะมาที่ธรรมะ 2 เป็นสามเส้าเสมอ มีบุญกับบาปเป็นต้น กุศลกับอกุศลเป็นต้น โลกียะกับโลกุตระ สมมุติสัจจะ กับปรมัตถสัจจะ ต้องไปทำความเข้าใจเรื่องธรรมะ 2 ของพระพุทธเจ้าให้ดี เป็นเรื่องลึกซึ้งมาก ปฏิบัติธรรมต้องมี เทวธัมมา คือธรรมะ 2 กรรมฐานพระพุทธเจ้าไม่มีกสิณไฟ กสิณลม กสิณน้ำ กสิณดิน อันนั้นเป็นของฤาษี แต่กรรมฐานของพระพุทธเจ้ามีเวทนาอย่างเดียว เวทนาต้องเรียนรู้ถึง 108 เวทนา ในคำสอน เทวธัมมา ท่านยืนยัน ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 เรื่องรูปกับนาม รู้จักรูปนามด้วย อาการ ลิงค นิมิต อุเทศ เรื่อง เหตุนิทานสมุทัยปัจจัย และผล ที่สมัยใหม่ก็คือ System analysis มี Input Process Output Outcome Impact ขออภัย มันเหมือนกับการไปโต้เถียงทะเลาะกัน เป็นเดรัจฉานกถา แต่แท้จริงไม่ใช่ เป็นการอธิบายความจริง เตโชกสิณก็มีแต่สัญญา เพราะมีมิจฉาทิฏฐิเดิม ไปอ่านใน พหรมชาลสูตรให้ดี ถ้าอ่านไม่แตกก็เข้าใจไม่ได้ เราต้องพยายามศึกษาหาความรู้พระพุทธเจ้า ความจำอดีต เป็นความคิดที่ถือจากอดีตแล้วจำว่าใช่ เป็นของถูกต้อง เมื่อมาถึงชาตินี้ก็คิดจนได้นึกว่าเป็นอนาคต ที่จริงเป็นความจำเก่า ชาตินี้มาคิดได้ก็นึกว่ามี ความเชื่อเป็นของตัวเอง แค่เป็นความรู้ที่เกิดจากสมาธิที่หลับตา ไม่ได้เกิดปัญญา มีแต่สัญญามันแค่สัญญา แล้วสัญญานี้พิสูจน์ที่มาแล้วว่ามันไม่ใช่ปัญญา สัญญาไม่ใช่ปัญญา สัญญานี้เป็นแกนใน แต่ปัญญาต้องมีข้างนอกเป็นแกน พระพุทธเจ้าตรัสว่า จะมีปัญญาได้ต้องมี องค์ 6 ต้องมีมรรคมีองค์ 8 โดยเฉพาะมี โพชฌงค์ 7 ธัมวิจัยสัมโพชฌงค์เป็นหลัก ในการทำอาชีพ การคิด พูด ทำ ภายนอก จึงเกิด ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ โดยมี ธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ เป็นหลัก แล้วดำเนินตามมรรค 7 องค์ สั่งสมเป็นสัมมาสมาธิ ตาม มหาจัตตารีสกสูตร ส่งมาปัญญาก็เจริญตามลำดับ เป็นปัญญินทรีย์ สุดท้ายเป็นปัญญาผลหรือปัญญาพละ สถานะที่สูงที่พัฒนามาแล้วมีพลังตัวตั้งแล้วเพิ่มสัมประสิทธิ์ Coefficient เรื่อยๆ โดยมี ธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ และตัวโพชฌงค์ 7 แต่มีธัมวิจัยสัมโพชฌงค์เป็นตัวหลัก แล้วเจริญเป็นสัมมาทิฏฐิเสมอ จากการปฏิบัติ มรรค 7 องค์นี้แหละ ถ้าหากไม่เข้าใจอธิบายไม่ได้หรอก องค์ 6 ของปัญญา โมเมไม่ได้หรอก หากไม่มีความรู้จริงก็สับสน คนฟังก็จะงง แต่อันนี้ คนที่มีพื้นรับได้ก็จะได้เป็นลำดับ เพราะจะมีทั้งภายนอกและภายในครบ ยืนยันได้ โดยมีคนอื่นที่เป็นสัตบุรุษ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตรงกัน ขออภัยขออ้างตัวเอง อย่างอาตมากับในหลวง ร.9 ตรงกัน คุณพิสูจน์ไปเถอะ ในหลวงทรงทำงานอะไร อาตมาก็จะพิสูจน์แต่จะตรงกันในที่สุด ไม่ใช่ตนเองยืนยันคนเดียว สัญญายนิจจานิ ยืนยันว่าสัญญาของตนมันเที่ยงแท้แต่ของตัวเองคนเดียวนะเป็นสัจจะ ไม่มีสัตบุรุษคนที่สองยืนยันภายนอกด้วย แล้วไปยืนยันกับหลวงพ่อโต แล้วใครจะไปตามรู้ได้ ก็ต้องมายืนยันกับสัตบุรุษยุคนี้ใครที่คนยอมรับ อย่างอาตมายืนยันว่าในหลวงเป็นสัตบุรุษ ก็ยอมรับด้วยใช่ไหม คนอื่นก็รู้ได้ เป็นปัจจุบันธรรม เป็น phenomenon เป็นสิ่งที่ปรากฏจริง ในยุคนี้กาละนี้ วินาทีใดที่คุณสัมผัสในวินาทีเดียวกันในกาละกัปป์นี้ สัมผัสพระจริยวัตรของในหลวง แล้วก็จะสัมผัสสิ่งที่อาตมาทำอยู่ สัมผัสจริงแบบยืนยันภายนอกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่มีใครยืนยันภายนอก ก็อ้างอิงไม่ได้ ใครคนเด่นๆที่ตายไปแล้ว ยืนยันไม่ได้ สัจจะของพวกนี้จึงไม่ครบธรรมะ 2 ที่เป็น สมมติสัจจะ กับ ปรมัตถสัจจะ ตอนนี้เขากำลังสงสารคนที่ไปหลงงมงาย ก็ให้ฟังอาตมาบ้าง อย่าไปฟังแต่คุณอัจฉราวดี ให้มีปรโตโฆสะบ้าง ไม่งั้นจะจมฝังอยู่ไม่รู้เรื่อง

ต่อมาคุณสุดสายธรรม ก็ยังพูดถึงเตโชวิปัสสนาอยู่ _สุดสายธรรม เตโชวิปัสสนาคือฌานฆ่ากิเลสหรือไม่คะ คุณอัจฉราวดีบอกการที่พระให้พรว่ารวยน่ะผิด พระส่วนใหญ่แทบทั้งประเทศก็เป็นกัน อันนี้น่ะถูก แต่ที่เธอฝึกศิษย์คือเตโชวิปัสสนา ซึ่งก็เชิงสมาธิหลับตาและก็แน่นอน เธอมีข้อครหาการพูดล่อให้บริจาคด้วยเหมือนกันค่ะ พ่อครูว่า...ประเด็นการล่อลวงให้บริจาคให้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นการใช้เล่ห์อย่างธัมมชโย เณรคำก็หลอกล่อให้คนมาบริจาค ต้องชมว่าเก่งชิบหาย มันจึงเป็นความซับซ้อนที่ยากจะเข้าใจได้ทีเดียว อาตมาก็ได้แต่เอามาเปิดเผย ยืนยันว่าให้ศึกษากันดีๆอย่าไปหลงคารม อาตมาภูมิใจมากที่ชาตินี้เกิดมาทำงานศาสนา ไม่ได้พยายามที่จะเอามาเรี่ยไร โดยเฉพาะอาตมาได้ตีระยะห่างไว้ แม้แต่พวกเราเองออกไปทำงานประท้วง บางทีกองทุนมันหมด เราก็ใช้ภาษาคำว่าบอกบุญไปกับประชาชนว่า ตอนนี้กองทัพธรรมหมดเงินแล้วนะ พูดไปธรรมดาไม่ได้หลอกล่อว่าจะได้สวรรค์วิมานอะไรตอบแทน เป็นการบอกกันตรงๆว่ามันไม่มีจะต่อ ถ้าจะใช้ศัพท์คำว่าบอกบุญแต่ไม่ได้เรี่ยไร ชาวอโศกก็เคยบอกบุญกัน ตอนนี้เราจะซื้อที่หน้าสันติอโศก เราไม่มีเงินแต่เขาจะขายแล้ว ติดถนนใหญ่ 3 ไร่ เราก็ต้องซื้อ เราก็บอกบุญกัน พวกเราก็มากันโครมเดียวได้เลย เร็วกว่าที่คิดด้วย ตั้งไว้เดือนหนึ่ง เราก็ค่อยๆเข้าใจกันไปเรื่อยๆ เรื่องของเตโชวิปัสสนา เอาคำสองคำมาชนกันเป็นกะเทยนี่

610131_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนไทยยังนิยมประชาธิปไตยแบบไทยๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน