ชาวพุทธที่เข้าถึงแก่นแล้วไม่เปลี่ยนไปเข้าศาสนาอื่น.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชาวพุทธที่เข้าถึงแก่นแล้วไม่เปลี่ยนไปเข้าศาสนาอื่น _วิไลรัตน์ (ปิ๋ม) โสฬสจินดา . กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพอยู่เหนือเกล้าอย่างสูงสุด แบบหาที่เปรียบมิได้ ขอเขียนมารายงาน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการติดตามชมรายการของพ่อครูทาง YouTube จากประเทศสวีเดน และการปฏิบัติธรรมของตนเอง ดิฉันจะติดตามพ่อครูเทศน์เป็นประจำแทบทุกครั้งค่ะ ค่อนข้างจะยึดติดกับพ่อครู แต่เดี๋ยวนี้มีพัฒนาการขึ้นค่ะ รับฟังสิกขมาตุและสมณะท่านอื่นเทศน์มากขึ้นค่ะ วันก่อนพ่อครูเทศน์ว่า คนที่มาอโศกส่วนมากก็รู้ทั้งรู้แหละว่าที่นี่ดี แต่ที่อยู่ไม่ได้ ก็เพราะว่ากิเลสมันพาออก พอออกไป แล้วก็ไปมีเหตุปัจจัยทำให้ติดอยู่ตรงนั้นกลับมาไม่ได้ นี่คือกรณีของดิฉันค่ะ แต่ดิฉันดีใจที่สามารถติดตามฟังธรรมทาง YouTube ได้ ถึงแม้ดิฉันจะกลับมาอยู่ที่สวีเดนหลายปีแล้วก็ตาม ในรอบที่ 2 นี้ ดิฉันก็ไม่เคยทิ้งธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่พ่อครูได้นำมาสอนให้พวกเราได้เรียนรู้กัน และก็ถือว่าตัวเองมีความเป็นชาวอโศกอยู่ในสายเลือดคนหนึ่งค่ะ และก็เห็นการพัฒนาของตนเองในเรื่องจับอารมณ์ของตัวเองในเรื่องของความโกรธ ความไม่พอใจความอึดอัดใจได้ไวขึ้น และก็มาดูว่าจิตใจเรายึดอะไรก็พยายามไปวางไอ้ความยึดนั้น ดิฉันเคยเรียนอยู่ในโรงเรียนประจำคาทอลิกที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลา 7 ปี ตั้งแต่ 11 ขวบจนถึง 18 ปี และตามกฎระเบียบของโรงเรียน นักเรียนที่อยู่ประจำตลอดเทอม โดยไม่ได้กลับบ้านวันเสาร์อาทิตย์ก็จะต้องไปนั่งฟังพิธีมิสซาทุกวันอาทิตย์ค่ะ ดิฉันก็เข้าไปฟังกับเขาแล้วก็ยังได้ร้องเพลงตามที่เขาพาทำ เพราะเพลิดเพลินในเสียงเพลงและการร้องเพลง แต่ศาสนาคริสต์ก็ไม่เคยจุดประกายแรงศรัทธาในจิตใจของดิฉัน ดิฉันคงมีบารมีเก่าถึงไม่ได้หลงไปเข้ารีตกับเขา ทั้งที่ตอนนั้นก็ไม่ได้เห็นว่าสิ่งที่
อ่านต่อ
เขาปฏิบัติกันในคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ของพุทธในเเมืองไทยน่าเลื่อมใสเท่าไหร่ พอได้มาฟังธรรมที่พ่อท่านนำเสนอจึงเข้าใจว่านี่ใช่เลยศาสนาพุทธแท้ๆ ช่วงนี้ยิ่งพ่อท่านเทศน์เรื่องเทวนิยมกับศาสนาพุทธ คือศาสนาอเทวนิยมยิ่งเข้าใจอย่างไม่มีข้อสงสัยเลย เพราะไม่เคยเชื่อเรื่องพระเจ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทั้งๆ ที่อยู่ในดงของคาทอลิกตั้ง 7 ปี แต่ตอนนี้ยิ่งเข้าใจลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ว่าพระเจ้าก็คือตัวเราเองนั่นแหละที่ลดละกิเลสได้ แต่ถ้าเรายังมีตัวตนมีอัตตายึดในความดีของเรา ก็แสดงว่าเราก็ยังมีตัวตนอยู่ ยังไม่ได้ละตัวตน เพราะไม่ว่าศาสนาใดที่มีพระเจ้าหรืออัลเลาะห์ เขายังติดอยู่กับว่าทำดีเพื่อพระเจ้า หรือเพื่อพระอัลเลาะห์ เมื่อตายไปจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าหรืออัลเลาะห์ เขาไม่เข้าใจในเรื่อง บุคคลาธิษฐาน และธรรมาธิษฐาน ไม่มีใครอธิบายก่อนหน้านี้เลยนะคะว่า ตัวเรานั่นแหละคือพระเจ้า มันเหมือนกับเป็นการประกาศที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วศาสนาพุทธก็ยิ่งใหญ่จริงๆ นั่นแหละค่ะ อยู่ที่สวีเดนนี่ ดิฉันมีเพื่อนที่สนิท 2 คน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงชาวสวีเดน นับถือและศรัทธาในศาสนาคริสต์ของเขาอย่างแน่นแฟ้น เขาจะสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้า อีกคนหนึ่งเป็นคนไทยมุสลิม เขาทำละหมาดวันละ 5 ครั้ง แต่ดิฉันดูแล้วว่ามันเป็นการปฏิบัติแบบศีลลัพพตุปาทาน เพราะเขามักจะแสดงอาการโลภ โกรธ หลง ออกมาอย่างไม่มีความละอาย ทั้งสองคนนี่ค่อนข้างจะพยายามโน้มน้าวดิฉันให้เข้าไปนับถือศาสนาของเขา แต่ดิฉันก็พยายามเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะว่ารู้ว่าคุยกับเขาก็ไม่มีวันเข้าใจเรา แต่เราเข้าใจเขา (พ่อครูว่า... ประเด็นนี้แหละคือ พุทธ แต่ศาสนาอื่นเขาจะไม่เข้าใจเรา แต่เราเข้าใจเขาและเข้าใจเราสองอย่างเลย ทางโน้นจะเข้าใจแต่ของเขาแต่เขาจะไม่เข้าใจอย่างเราเลย ของเรานี้เข้าใจของเขา เพราะฉะนั้นพุทธนี้เข้าใจคริสต์ เข้าใจอิสลาม) จะไปบอกเขาได้ยังไงว่าศาสนาพุทธของเราดีกว่าของเขา เหนือกว่าของเขา บางครั้งในหน้าที่การงานของดิฉัน ดิฉันจะเล่าให้เขาฟังว่าเจออุปสรรคต่างๆ เขาก็จะบอกว่าเดี๋ยวเขาจะสวดมนต์ให้พระเจ้าช่วยเรา หรือให้อัลเลาะห์ช่วยเรา ดิฉันก็ได้แต่ตอบว่าขอบใจนะ คนมุสลิมเคยพูดอยู่หลายครั้งว่า สักวันหนึ่งอัลเลาะห์จะเปิดใจพี่ปิ๋ม ดิฉันก็เงียบ เพราะใจอยากจะบอกว่า เออไม่ต้องเปิดใจหรอก เขาน่ะควรจะเปิดใจศึกษาศาสนาพุทธ ใจเราเปิดอยู่แล้ว แต่เราเห็นว่าศาสนาพุทธ ดีกว่าศาสนาของเขา แต่แล้วก็มีพวกชาวยุโรปที่มาสนใจในศาสนาพุทธ อย่างเช่น วัดป่านานาชาติของหลวงพ่อชา เขาก็มาหลงในนั่งสมาธิหลับตา ซึ่งก็เข้าไม่ถึงแก่นของศาสนาพุทธอยู่ดี ส่วนพี่ชายของคนที่ถืออิสลามซึ่งมีการศึกษาสูงกว่าเพื่อนของดิฉัน เขาชอบพยายามพูด เพื่อจะเอาชนะว่าศาสนาอิสลามดีกว่าศาสนาพุทธ แต่ดิฉันไม่เถียงกับเขาหรอก แต่ดิฉันก็บอกไปว่าไม่เป็นไรหรอก ทุกศาสนาก็สอนให้เป็นคนดีนั่นแหละ ดิฉันก็เห็นว่าศาสนาพุทธเหมาะที่สุดสำหรับดิฉัน ส่วนเขาเห็นศาสนาอิสลามเหมาะที่สุดสำหรับเขา ก็เลือกนับถือตามความพอใจ เราก็ยอมรับในความต่างก็แค่นั้นเอง และก็เคารพในทางเลือกของแต่ละคน พ่อครู ตามนั้นของเขาคือเราถอนตัวจากการเป็นคู่ชกของเค้า คุยกันชีวิตประจำวันและต่างฝ่ายต่างจะเอาชนะกัน ซึ้งใน ทุกสิ่งจบที่เราไม่พยายาม เรา ว่าเราไม่ได้เก่ง มุ่งกิเลส กราบนมัสการ อยู่ถึงสวีเดน ดู ไม่เกิดมาสูญเปล่าถ้าเอาธรรมะ สรุปค่ะ ดิฉันดีใจมากที่ได้มาเจอพ่อครู เพราะพ่อครูทำให้ดิฉันชัดเจนในเรื่องของเทวนิยมและอเทวนิยมอย่างลึกซึ้งค่ะ อีกอย่างหนึ่งการที่เรายอมได้มันก็จบค่ะ (พ่อครูว่า... เห็นไหมยอมได้มันจบ ถ้ายอมไม่ได้มันไม่จบ อย่างทักษิณยอมไม่ได้มันก็ไม่จบ) ดิฉันก็ไม่ไปเถียงกับเขาหรอกค่ะ ยอมให้เขาคิดตามนั้นของเขา คือเราถอนตัวจากการเป็นคู่ชกของเขาค่ะ ดิฉันเข้าใจเลยค่ะ ว่าสงครามศาสนามันก็สามารถเกิดขึ้นได้ จากความคิดเห็นที่ต่างกันในการพูดคุยกัน ในชีวิตประจำวัน แล้วต่างฝ่ายต่างจะเอาชนะกัน ดิฉันซาบซึ้งในคำพูดที่ว่า ทุกสิ่งจบที่เรา คือดิฉันไม่พยายามไปโน้มน้าวให้เขามาเข้าใจเรา เพราะดิฉันรู้ประมาณของตนเอง ว่าเราไม่ได้เก่งขนาดที่จะไปสอนเขาได้ แต่กิจที่ควรทำตอนนี้คือ มุ่งดูกิเลสตัวเองและลดละกิเลสตัวเองไปเรื่อยๆ จนกว่ากิเลสจะหมด ไม่ว่าจะกี่ชาติก็ตาม กราบนมัสการค่ะ พ่อครูว่า... ดีอยู่ถึงสวีเดนหลายปี หลายสิบปีก็ยังติดตามอยู่ ดูทาง youtube ตลอดก็ได้ประโยชน์ ชีวิตไม่มีอะไรหรอกชีวิต ถ้าไม่เอาธรรมะเกิดมาก็สูญเปล่า ถ้าเอาธรรมะชีวิตก็จะเกิดมาชาติหนึ่งชาติหนึ่งก็จะพัฒนา พัฒนาจิตวิญญาณเรานี่ มันจะเป็นอัตภาพของเรา ค่อยๆพัฒนาขึ้นไป จนกระทั่งสามารถจบเป็นอรหันต์ ถ้าจบเป็นอรหันต์แล้วคุณจะอยู่หรือไม่อยู่ก็เรื่องของคุณแล้วตอนนี้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่สุดยอด ว่าไปแล้ว คนอื่นเขาก็ว่าของเขาสุดยอด เขาเข้าใจของเราไม่ได้ก็ชัดเจนอยู่แล้วศาสนาอื่น ไม่ใช่จะเข้าใจได้ง่ายศาสนาพุทธ จนกว่าจะมาเป็นพุทธแล้วเราจึงจะรู้ว่าเขาเข้าใจเราไม่ได้ง่ายๆหรอก แต่เราเข้าใจเขา พอเป็นพุทธจริงๆแล้วหรือถ้าเป็นพุทธที่ไม่เข้าถึงแก่นก็จะเป็นไปเป็นศาสนาอื่นได้ ถ้าเป็นพุทธที่เข้าถึงแก่น โสดาบัน สกิทาคามี แล้วไม่มีทางไปเข้าศาสนาอื่น อันนี้เป็นนิยตะ 670103 คนอยู่เหนือกาละต้องชนะปฏิจจสมุปบาท พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก